มาตรการ เยียวยา จุดต่าง ของ 2 รัฐบาล มืด สว่าง ดำ ขาว

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

มาตรการ เยียวยา จุดต่าง ของ 2 รัฐบาล มืด สว่าง ดำ ขาว

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Sun Jan 15, 2012 8:25 am

(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 14 มกราคม 2555)



มิได้เป็นเรื่องแปลก
ที่พรรคประชาธิปัตย์จะพาเหรดมาคัดค้านต่อต้าน
มาตรการเยียวยา ฟื้นฟู เหยื่อผู้เสียหาย
ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมือง

มิใช่เพราะว่าศพละ 7.75 ล้านบาทมากเกินไป

แม้ว่าศพนี้จะครอบคลุมถึงกรณีของการชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภาเมื่อเดือนตุลาคม 2551
ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นใจอย่างลึกซึ้งก็ตาม

หากแต่จำเป็นต้อง "ค้าน" จำเป็นต้อง "ต่อต้าน"

เพราะว่าสถานการณ์การตาย 91 ศพ ในเดือนเมษายน
ต่อเนื่องไปยังเดือนพฤษภาคม 2553 อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคประชาธิปัตย์โดยตรง

เนื่องจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

เนื่องจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
และเป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

อย่าได้แปลกใจหากคนของพรรคประชาธิปัตย์จะนำเรื่องฟ้องศาลปกครอง

อย่าได้แปลกใจ
หากคนของพรรคประชาธิปัตย์จะนำเรื่องเข้าแจ้งความต่อเจ้าพนักงานสอบสวน
ที่ สน.ดุสิต กล่าวหาว่า ครม.กระทำผิดมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

กระนั้น ความข้องใจอย่างสำคัญอยู่ที่กระบวนการอ้างเหตุผลในการคัดค้าน ต่อต้าน



เหตุผลที่ว่ามาตรการเยียวยานี้เป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรม
เพราะละเลยกรณีกรือเซะ ละเลยกรณีตากใบ

ฟังดูดี

เหตุผลที่ว่ามาตรการเยียวยานี้เป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรม
เพราะละเลยกรณีเดือนตุลาคม 2516
ละเลยกรณีเดือนตุลาคม 2519
ละเลยกรณีนองเลือดเดือนพฤษภาคม 2535

ยิ่งฟังดูดี

เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์สนใจและซาบซึ้ง
ในความเสียสละของวีรชนเดือนตุลาคมของวีรชนเดือนพฤษภาคม
ตลอดจนการเสียชีวิตของประชาชนที่กรือเซะ
และการเสียชีวิตของประชาชนที่ตากใบ

คำถามก็คือ แล้ว 2 ปีที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลทำไมจึงไม่ทำ

จากเดือนธันวาคม 2551 ถึงเดือน กรกฎาคม 2554
พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

เคยสนใจเยียวยาผู้เสียชีวิตที่กรือเซะหรือไม่
เคยสนใจเยียวยาผู้เสียชีวิตที่ตากใบหรือไม่

นอกจากไม่สนใจประวัติศาสตร์
ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้และเสียสละเมื่อเดือนตุลาคม 2516
ไม่ว่าจะเป็นการถูกเข่นฆ่าปราบปรามอย่างเหี้ยมโหดเมื่อเดือนตุลาคม 2519
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์นองเลือดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535

รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ยังทำสถิติเอาไว้ด้วยถึง 91 ศพ



มาตรการเยียวยาของรัฐบาล
น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อ 91 ศพที่ถูกสังหารในเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553
สร้างจุด "ต่าง" เป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ต่างตรงที่กล้า "เยียวยา" ไม่ได้ดีแต่ตี "โวหาร" ไปวันๆ

และชอบแล้วที่ล้างหูน้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากหลายๆ ฝ่าย
ด้วยหัวใจอันเปิดกว้าง 1 ขยายกรอบการเยียวยา
ให้ครอบคลุมความผิดพลาดอันเนื่องแต่การปราบปรามเข่นฆ่าอื่นๆ ในกาลอดีต

ขณะเดียวกัน 1 ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมาก คือ การชำระสะสางคดีความ

ไม่ว่าจะเป็นคดีอันเนื่องแต่การเข่นฆ่าปราบปราม 91 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,000
การจับกุมคุมขังเกือบ 500 จากเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553

การส่งสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ 16 ศพถึงมืออัยการไปแล้ว นั่นเป็นเรื่องดี

ยังมีคดีอื่นๆ ซึ่งคาราคาซังอยู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
คดีการกระทำความผิดที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคงแห่งรัฐ (คดีล้มเจ้า)
อันมีจุดเริ่มมาจาก "ผังล้มเจ้า" รัฐบาลต้องผลักดัน
ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนต่อไปให้กระจ่าง

อย่าปล่อยให้อึมครึมเหมือนกับที่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ปล่อยให้เสียเวลาเปล่ากว่า 1 ปี โดยไม่มีอะไรคืบหน้าเลย

มีแต่ต้องทำความจริงให้ปรากฏเท่านั้นจึงจะเป็นการกระทำอันชอบ



เสียงคัดค้าน ต่อต้าน มาตรการเยียวยาจากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องที่สังคมเข้าใจได้

เข้าใจและมองทะลุว่า
พรรคประชาธิปัตย์คิดอย่างไรกับเรื่องซึ่งเกิดขึ้น เข้าใจและเปรียบเทียบ
ในความต่างระหว่างรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

เวลาจะเป็นเครื่องตัดสินว่าฝ่ายใดถูก ฝ่ายใดผิด


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1326526498&grpid=01&catid=&subcatid=
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ