จากใบสั่ง-ทลายยาบ้า "พ.ต."สารภาพขนยา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

จากใบสั่ง-ทลายยาบ้า "พ.ต."สารภาพขนยา

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Wed Jan 25, 2012 11:35 am

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน


ใครที่จู่ๆ ได้ใบสั่งตำรวจจราจรให้ไปเสียเงินค่าปรับ
ทั้งที่ไม่เคยขับรถราไปกระทำผิดกฎหมายตามใบสั่ง
จงอย่าได้นิ่งนอนใจ
นอกจากจะต้องยอมไปเสียค่าปรับไว้ก่อนแล้ว
ควรจะต้องปรึกษาหารือกับตำรวจให้ดี
อาจจะมีคนสวมทะเบียนรถของเราแล้วนำไปใช้ในทางมิชอบได้

ดังเช่นในคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดยาเสพติดได้กว่า 3 ล้านเม็ด มูลค่านับพันล้านบาท
ในบ้านเช่าของดาราดัง เป็นข่าวเกรียวกราวขณะนี้

เบื้องหลังการทลายคลังยาเสพติด มาจากความไม่นิ่งนอนใจของชายหนุ่มเมืองลพบุรี!

จู่ๆ ได้รับใบสั่งข้อหาขับรถเร็วเกินกำหนดในพื้นที่ จ.ลำปาง
ด้วยความมั่นใจว่า ไม่เคยขับรถผ่านพื้นที่นั้นในวันเวลาที่เกิดเหตุ
เลยนำเรื่องไปหารือกับเพื่อนตำรวจ

จากนั้นชายคนนี้พร้อมเพื่อนตำรวจ
ก็ช่วยกันจับจ้องมองหา เวลาขับรถไปไหนมาไหน

เพื่อตามหารถที่สวมทะเบียนคันดังกล่าวให้ได้

ความที่สายตามุ่งมั่นจะหาให้พบ
ก็เจอจนได้อย่างไม่น่าเชื่อกลางถนนวงแหวน ย่านวังน้อย อยุธยา

จากนั้นก็ขับรถไล่ตาม พร้อมกับโทร.แจ้งตำรวจทางหลวงช่วยสกัดจับ

เจ้าของรถคันที่สวมทะเบียน ไหวตัว แถมเป็นบุคคลนอกกฎหมายอยู่แล้ว

จึงรีบขับรถหลบหนี จนเสียหลักประสบอุบัติเหตุชนกำแพงขอบทางที่ปทุมธานี

จากนั้นก็รีบหอบถุงภายในรถหลบหนีไป

ต่อมาเมื่อตำรวจติดตามมาถึง
โดยเจ้าของทะเบียนรถจริงเฝ้าที่เกิดเหตุอยู่
พอตรวจค้นรถ พบยาเสพติดตกหล่นจำนวนหนึ่ง

แต่เพราะคนร้ายร้อนรน จึงทิ้งเอกสารเอาไว้มากมาย!

ทำให้ตำรวจได้ร่องรอยเยอะแยะ

จุดแรกคือเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมย่านห้วยขวาง กทม.
พบแฟนสาวพร้อมยาเสพติดจำนวนไม่น้อย

สอบสวนทราบว่า ไปเช่าบ้านไว้อีกหลัง
ซึ่งเจ้าของเป็นดาราสาวชื่อดังที่เปิดบ้านให้เช่า

พอเข้าไปค้น คราวนี้ต้องตะลึง เป็นคดีใหญ่มหึมา มียาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด!

แล้วก็พบว่าวายร้ายที่นำทะเบียนรถคนอื่นไปสวมนั้น

เป็นนักค้ายาเสพติดใหญ่แถวชายแดนไทย-พม่า

ย่านนั้นเรียกว่าเจ้าฟูเซิ่น

เป็นการหยุดยั้งยาเสพติดได้ล็อตใหญ่

มาจากความใส่ใจของหนุ่มลพบุรีที่มาจากใบสั่งจราจรใบเดียว!


http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dPREkxTURFMU5RPT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1pMHdNUzB5TlE9PQ==


แก้ไขล่าสุดโดย lucky m. เมื่อ Fri Jan 27, 2012 12:29 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

"พ.ต."สารภาพขนยา

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Fri Jan 27, 2012 12:27 pm

"พ.ต."สารภาพขนยา

ค่าจ้าง1ล. เผยจ่าซิป ร่วมแก๊ง เผ่นแล้ว ตร.ค้นคุก



สอบพันตรี - พ.ต.ปิยะ
ณัฐ เกตุจำรัส ทหารช่างกองทัพภาค 3 ถูกนำตัวจาก จ.พิษณุโลก
มาสอบสวนที่บก.ปส.3 หลังถูกออกหมายจับคดียาเสพติดร่วมแก๊ง "ฟูเฉิน" ส่วน
"จ่าซิป" ลูกน้องหลบหนีไปก่อนแล้ว ตามข่าว

ตร.ตาม
ล็อกตัว "พันตรีปิยะณัฐ" ผู้ต้องหาร่วมขบวนการยาเสพติดพันล้านถึง
'ค่ายบรมไตรโลกนาถ' จังหวัดพิษณุโลก ก่อนนำขึ้น
ฮ.เข้ามาสอบขยายผลต่อในกรุงเทพฯ
เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพทำหน้าที่เป็นคนขับรถ
ขนยาจากเชียงรายมาส่งที่กทม. ได้ค่าจ้างจาก 'นิพนธ์ กันชาติ' 1 ล้านบาท
ส่วน 'จ่าซิป' ลูกน้องร่วมแก๊งเผ่นหนีไปแล้ว 'ประยุทธ์' ผบ.ทบ.
ว้ากลั่นกองทัพไม่เลี้ยงทหารไม่ดี
ถ้านายใดไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้ตำรวจจับกุมดำเนินคดีสูงสุดได้เลย
ส่วนกรณีทหารเก่ายศ 'พล.ท.' ออกบัตรกอ.รมน.ให้เครือข่าย 'ฟูเฉิน'
ขอยืนยันว่าใช้การอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ทั้งยังผิดกฎหมายอีกด้วย


จากกรณีตำรวจตรวจพบยาบ้าและยาไอซ์มูลค่ากว่าพันล้านบาท
ซุกอยู่ในบ้านเดี่ยวหมู่บ้านสัมมากร จ.ปทุมธานี ของนางจริญญา หาญณรงค์
หรือลูกตาล อดีตรองนางสาวไทย พบว่าให้นายนิพนธ์ กันชาติ หรือ "แดง เป็นต่อ"
อายุ 54 ปี เจ้าของเต็นท์ขายรถยนต์มือ 2 ชื่อ "เป็นต่อ" เช่าเอาไว้
ต่อมาสืบทราบว่านายนิพนธ์เป็นลูกน้องคนสนิทในเครือข่าย "เจ้าฟูเฉิน"
หรือนายชาญณรงค์ มูเซอ หรือนายชาญณรงค์ เกษมทัศน์
ญาติขุนส่าอดีตราชายาเสพติดโลก ตำรวจจึงขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก
กระทั่งรวบตัวนายนิพนธ์ได้สำเร็จขณะกบดานอยู่ในหมู่บ้านพฤกษ์ลดา 1
ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี


สอบสวนนายนิพนธ์สารภาพว่าค้ายาบ้า-ยาไอซ์มาตั้งแต่ปี 2549 มีนายพีระยุทธ์
แพศย์สกล หรือ "ตี๋" ที่รู้จักในเรือนจำบางขวาง ติดต่อให้ขนส่งจากชายแดน
จ.เชียงราย มายังภาคกลาง โดยรับออร์เดอร์มาจากนายฟูเฉิน นอกจากนั้น
ยังซัดทอดว่ามีเพื่อนร่วมแก๊งอีกคน คือ พ.ต. ปิยะณัฐ เกตุจำรัส
นายทหารสังกัดกองพันทหารช่าง กองทัพภาคที่ 3 ค่ายบรมไตรโลก นาถ จ.พิษณุโลก
ขณะที่ "ข่าวสด" ได้เปิดเผยผังเครือข่ายฟูเฉิน ตามที่เสนอข่าวมาตามลำดับ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก พล.อ.ประยุทธ์
จันทร์โอชา ผบ.ทบ.
ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่บางส่วนในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราช
อาณาจักร (กอ.รมน.) นำบัตรกอ.รมน.ไปใช้ในทางเสียหายว่า ขอเรียนว่า
พล.ท.ปิติภาคย์ ป้อมนาค
ผู้ออกบัตรกอ.รมน.ให้นายนิพนธ์ไม่มีอำนาจในกอ.รมน.มานานแล้ว
ต่อไปนี้ตนขอประกาศว่า
บัตรดังกล่าวที่มีพกติดตัวกันอยู่ใช้การอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น
และมีเรื่องนี้มานานแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า
พล.ท.ปิติภาคย์เกษียณราชการไปนานแล้ว แต่บัตรพวกนี้ยังอยู่
ทางเราพยายามเก็บกลับเข้ามา
แล้วแจ้งเจ้าตัวท่านทราบว่าบัตรที่ออกในสมัยท่านนั้นใช้ไม่ได้
หมดสมัยไปแล้ว หมดอายุราชการไปแล้ว และคนที่ออกบัตรก็เกษียณราชการไปนาน
ใครถือบัตรอันนี้ไปแสดงถือว่ามีความผิด เพราะเป็นการปลอมบัตรเจ้าหน้าที่
และหากผู้ใดเห็นบัตรนี้ขอให้แจ้งกลับมาทางเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
กอ.รมน.ไม่ใช่หน่วยงานนอกกฎหมาย ไม่ใช่หน่วยงานการเมือง
ไม่ใช่หน่วยงานที่เอาไปทำงานนอกลู่นอกทาง
กอ.รมน.คือองค์กรบูรณาการในการทำงานร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ และทหาร มี
นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ.กอ.รมน. ฉะนั้นจะไปเกเรไม่ได้ ต้องทำตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดำเนินการอย่างไรกับนายทหารยศ "พ.ต." นายหนึ่งที่
จ.พิษณุโลก ซึ่งถูกนายนิพนธ์
ผู้ต้องหาซัดทอดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผบ.ทบ.ตอบว่า
"ผมทราบตั้งแต่ต้นแล้วว่ามีการซัดทอดและเกี่ยวพัน
จึงให้เจ้าหน้าที่ทหารเราเข้าไปติดตามความคืบหน้า
แล้วให้บอกกับตำรวจว่าใครก็ตามที่เข้าไปมีส่วนร่วมหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับ
ยาเสพติด หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย
แจ้งมาเลยจะส่งตัวและควบคุมตัวไปให้สอบสวน ถ้าผิดว่าไปตามผิด
ดำเนินคดีสูงสุดเท่าที่จะทำได้ ทหารไม่ดีเราไม่เลี้ยงอยู่แล้ว
ทหารต้องเป็นทหารสีขาว ทหารเรามีอยู่สองแสนกว่าคน มันมีทั้งคนดีและคนไม่ดี
แต่ก่อนอาจเป็นคนดี แต่เดี๋ยวนี้อาจเป็นคนเกเร อาจจะหลงผิด
คนพวกนี้ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย คนดีเยอะกว่า
อย่ากลัวว่าผู้บังคับบัญชาจะปกป้องหรือปิดบังคนทำไม่ดี"


ที่กรมราชทัณฑ์ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า
หลังจากนายนิพนธ์ กันชาติ
ผู้ต้องหาคดียาเสพติดพันล้านถูกจับและให้การซัดทอดว่าเป็นเครือข่ายร่วมกับ
นายพีระยุทธ์ แพศย์สกล หรือ "ตี๋" นักโทษคดียาเสพติดในเรือนจำกลางบางขวาง
จ.นนทบุรี
จึงประสานกับทางตำรวจเพื่อนำกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยปฏิบัติการพิเศษกรม
ราชทัณฑ์เข้าจู่โจมตรวจค้นเรือนนอนของนายพีระยุทธ์เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่าน
มา เบื้องต้นทราบว่าเครือข่ายของนายพีระยุทธ์ในเรือนจำมี 3 คน
ผลการจู่โจมตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
แต่ไม่ได้อยู่ที่นายพีระยุทธ์ และช่วงเช้าชุดจู่โจมเข้าตรวจค้นอีกรอบ
แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

"จากการรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายพีระยุทธ์ช่วงที่ผ่านมายังไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ" อธิบดีกรมราชทัณฑ์ระบุ

ด้านนายวิษณุ ประจงกิจ ผบ.เรือนจำกลางบางขวาง กล่าวว่า
จากการจู่โจมตรวจค้นเรือนนอนของนายพีระยุทธ์ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
หรือยาเสพติดในตัวนายพีระยุทธ์
และให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวกับนายนิพนธ์
รวมทั้งไม่ได้เป็นคนสั่งการตามที่ถูกกล่าวหา
แต่ทางเรือนจำยังไม่เชื่อคำให้การของนายพีระยุทธ์
จึงสั่งให้นำตัวไปขังเดี่ยว ภายในแดนความมั่นคงสูงเพื่อรอสอบสวนขยายผลต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ศาลอาญารัชดาอนุมัติหมายจับเลขที่ จ.
17/2555 และ จ. 18/ 2555 ให้จับกุมพ.ต.ปิยะณัฐ เกตุจำรัส และ จ.ส.อ.วีนัส
ศรีใจ หรือจ่าซิป นายทหารสังกัดกองพันทหารช่างที่ 302 กองทัพภาคที่ 3
หลังตำรวจมีหลักฐานชี้ว่ามีพฤติกรรมพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่
ภาคเหนือ โดยเป็นคำซัดทอดจากนายนิพนธ์
ซึ่งให้การว่ารับยาเสพติดจำนวนมากจากทหารทั้งสองนาย
และตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดนำเฮลิคอปเตอร์ไปรับตัวพ.ต.ปิยะ
ณัฐ จากจ.พิษณุ โลก มาสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
(บก.ปส.3) ส่วน จ.ส.อ.วีนัสทราบว่าหลบหนีไปแล้ว

วันเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว แต่ทหารไม่ให้ข้อมูลมากนัก
อีกทั้งพยายามกันไม่ให้ถ่ายภาพ
แต่ผู้สื่อข่าวจำนวนมากต่างปักหลักรอสัมภาษณ์และรอถ่ายภาพพ.ต.ปิยะณัฐ
ตลอดทั้งวันจะมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้าสอบปากคำ
พ.ต.ปิยะณัฐที่ถูกควบคุมตัวอยู่บนชั้น 2 กรมทหารช่างที่ 3
ภายในค่ายสมเด็จพระบรมไตร โลกนาถ กระทั่งเวลา 17.00 น.
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพ.ต.ปิยะณัฐ เดินลงมาเพื่อไปขึ้นรถตู้ข้างตึก
โดยพ.ต.ปิยะณัฐเดินนำหน้าออกมาก่อนใครและรีบเดินขึ้นรถตู้ทหารอย่างรวดเร็ว
เบื้องต้นมีรายงานว่า พ.ต.ปิยะณัฐเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา
ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวไปยังเซฟเฮาส์ลับแห่งหนึ่ง เพื่อรอพาเข้ากรุงเทพฯ

รายงานข่าวจากชุดสืบสวนตำรวจภาค 6 หนึ่งในทีมสอบพ.ต.ปิยะณัฐ เปิดเผยว่า
พ.ต. ปิยะณัฐรับสารภาพว่าทำหน้าที่เป็นคนขับรถ
ได้รับค่าจ้างขนยาเสพติดจากเชียงรายลงมากรุง เทพฯ ในราคา 1 ล้านบาท
นอกจากนั้น ผู้ต้อง หายังให้การอื่นๆ เป็นประโยชน์อีกด้วย
ซึ่งจะได้ขยายผลต่อไป

เวลาประมาณ 19.00 น. ที่สนามฟุตบอล
บุณยะจินดา ด้านหลังบช.สป. ถนนวิภาวดี รังสิต เขตหลักสี่ กทม.
เฮลิคอปเตอร์ตำรวจนำตัว พ.ต.ปิยะณัฐมาถึงกทม. โดยมีของพ.ต.อ.ณรงค์
ยิ้มเจริญ ผู้กำกับกลุ่มงานสอบสวน บก.ปส. 3 เป็นผู้ควบคุมตัว
จากนั้นนำตัวผู้ต้อง หาขึ้นไปให้พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมาผบช.ปส.
สอบปากคำต่อบนชั้น 8 ตึกบช.ปส.
ขณะที่ผู้ต้องหาพยายามปกปิดใบหน้าไม่ให้สื่อบันทึกภาพ
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เปิดผัง'เจ้าฟูเฉิน' ยาบ้าพันล้าน

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Fri Jan 27, 2012 12:46 pm


วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7727 ข่าวสดรายวัน


เปิดผัง'เจ้าฟูเฉิน' ยาบ้าพันล้าน


'นิพนธ์'เป็นสมุนตัวเอ้! จับเพิ่ม'ไอ้โจ๊ก'คนพาหนี พบใช้รหัส'ตู้เย็น'สั่งของ มี'จ่าทหาร'ร่วมแก๊งด้วย สังกัดค่ายใน'พิษณุโลก'


<table align="left" border="0" cellpadding="0" cellspacing="5" width="360"><tr><td align="center" bgcolor="#E0E0E0" valign="top">
ผังยาบ้า
- แผนผังเครือข่ายยาเสพติดของนายนิพนธ์ กันชาติ แก๊งยาบ้าพันล้าน
พบเชื่อมโยงกับนายชาญณรงค์ หรือเจ้าฟูเฉิน ญาติขุนส่า และเฮียก.ไก่
เอเยนต์ใหญ่ภาคกลาง จ่าทหาร และนักการเมืองท้องถิ่น ตามข่าว

</td></tr></table>เปิด
ผังเครือข่าย 'เจ้าฟูเฉิน' แก๊งยาเสพติดข้ามชาติ รายใหญ่ญาติ 'ขุนส่า' พบ
'นิพนธ์ กันชาติ'
เจ้าของยาบ้า-ยาไอซ์ล็อตมหึมามูลค่ากว่าพันล้านบาทที่ถูกยึดในปทุมฯ
นั้นทำหน้าที่เป็นสมุนตัวเอ้มาหลายปี คอยกระจายยาให้ลูกค้าในไทย
ทั้งยังเคยถูกทางการไทยยึดทรัพย์ด้วยกันมาเมื่อปี 52 ขณะที่ตร.ตามล็อกตัว
'ไอ้โจ๊ก' ลูกน้องคนสนิทที่ขับรถพานิพนธ์หนีได้แล้ว
พร้อมนำตัวเข้าเซฟเฮาส์รีดข้อมูลตามรวบเจ้านายต่อไป
เบื้องต้นเชื่อว่ายังกบดานอยู่ในกรุงเก่า ด้าน 'เหลิม'
เผยกำลังประสานรัฐบาลจีนและชาติเพื่อนบ้านช่วยสยบแก๊งค้ายานรก


จาก
กรณีกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) ฝ่ายสืบสวน สภ.คลองหลวง สำนัก
งานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้อง
กันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
(บช.ปส.) ร่วมกันขยายผลจากหลักฐานต่างๆ ที่ค้นพบในรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่
สีขาว ทะเบียนปลอม ฌบ-7510 กรุงเทพฯ ที่นายนิพนธ์ กันชาติ อายุ 53 ปี
ขับเสียหลักพุ่งชนกำแพงปูนขอบทางถนนมอเตอร์เวย์ ต.คลองสี่
หลังโดนเจ้าของทะเบียนรถตัวจริงขับรถไล่ตาม
จนสามารถติดตามยึดยาบ้าและยาไอซ์นับพันล้านบาทของนายนิพนธ์
ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในบ้านเลขที่ 3 หมู่ บ้านสัมมากร รังสิต-คลอง 2
ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยเป็นบ้านของ "ลูกตาล"จริญญา
หาญณรงค์ อดีตนางงาม แต่นายนิพนธ์มาติดต่อขอเช่าเอาไว้

เบื้องต้น
พล.ต.ต.คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 ยืนยันว่า ลูกตาล จริญญา
ไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งยาเสพติดแก๊งนี้
ส่วนรถตู้ทะเบียนตรากงจักรในบ้านหลังดังกล่าวพบสวมทะเบียนปลอมเช่นกัน
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.
ระบุว่าถ้ามีทหารพัวพันให้ตำรวจดำเนินคดีได้ทันที

ขณะเดียวกันจาก
การตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด ของชุดสืบสวน บช.ภ.1
พบว่านายนิพนธ์ไม่ได้มีชื่อพม่าว่า "ฟูเซิ่น" แต่เป็นลูกน้องของ
"เจ้าฟูเฉิน" หรือ "ฟูเฉิน" นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งเป็นญาติของขุนส่า
อดีตราชายาเสพติดระดับโลกที่เสียชีวิตในพม่าเมื่อหลายปีก่อน
ตามที่เสนอข่าวมาตามลำดับ

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24
ม.ค. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กล่าวว่า สำหรับนายนิพนธ์
กันชาติ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ประกอบอาชีพอื่นบังหน้า เช่น
ทำธุรกิจเต็นท์รถยนต์ แต่มีฐานะร่ำรวยผิดปกติเกินตัว
และยังมีความเชื่อมโยงกับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ในภาคเหนือ
ล่าสุดจึงสั่งการให้พล.ต.ต.คำรณวิทย์ รรท.ผบช.ภ.1
ติดตามตัวนายนิพนธ์มาให้ได้ ส่วนเครือข่ายค้ายาเสพติดต่างๆ
สั่งให้ทางบช.ปส. ดูแลอย่างเข้มงวด
รวมไปถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์ผู้ต้องหายาเสพติด

ผู้สื่อข่าวถามว่า
นายนิพนธ์ ผู้ต้องหา
เป็นเครือข่ายเดียวกับขบวนการขุนส่าราชาค้ายาเสพติดรายใหญ่หรือไม่
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า ยังไม่มั่นใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
ส่วนรถที่ผู้ต้องหาใช้
หลังจากตรวจสอบเลขตัวถังรถก็พบว่าเป็นชื่อของผู้หญิงที่เป็นภรรยาของผู้ต้อง
หา ส่วนป้ายทะเบียนและตรากงจักรเป็นของปลอม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทหาร
แต่เป็นวิธีการของคนร้ายที่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองพ้นผิด
โดยยาเสพติดทั้งหมดคาดว่าน่าจะนำมาจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง

รายงาน
ข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า
จากการตรวจสอบประวัตินายนิพนธ์ พบว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2552
ทางป.ป.ส.ได้ยึดทรัพย์สินเกี่ยวเนื่องจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ในคดีเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2552 ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ติดต่อล่อซื้อเฮโรอีน 1 ก้อนจากนายชาญณรงค์ เกษมทัศน์ หรือ "เจ้าฟูเฉิน"
ที่โรงแรมทาวน์อินทาวน์ จ.เชียงใหม่ ราคาก้อนละ 6 แสนบาท
โดยนายชาญณรงค์รับเงินไปก่อน 3 แสน หลังจากนั้นจึงให้ผู้ร่วมงาน 2 คน
นำเฮโรอีนมาส่งให้
หลังการส่งมอบของนายชาญณรงค์แจ้งหมายเลขบัญชีธนาคารเพื่อให้โอนเงินค่า
เฮโรอีนในส่วนที่เหลือ

รายงานข่าวป.ป.ส.ระบุว่า
จากหลักฐานดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงนำส่งฟ้องศาลเพื่อดำ เนินคดี
กระทั่งวันที่ 25 มี.ค.2553 ศาลอาญาพิพากษาจำคุกนายชาญณรงค์ 37 ปี 4 เดือน
ปรับ 2.5 ล้านบาท ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์
ต่อมาคณะกรรมการประจำคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีมติให้ยึดทรัพย์ของนาย
นิพนธ์ ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดของนายชาญณรงค์ ประกอบด้วย
บัญชีเงินฝากธนาคาร 4 บัญชี มูลค่า 1.17 ล้านบาท
จนล่าสุดเพิ่งมาเกิดเหตุขึ้นเมื่อตำรวจ
สภ.คลองหลวงค้นพบยาบ้าจำนวนมหาศาลกว่า 3
ล้านเม็ดที่นายนิพนธ์นำยาบ้ามาซุกไว้ในบ้านของลูกตาล จริญญา
ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึกต่อไปว่ายาบ้าที่พบเป็นของนาย
นิพนธ์เอง หรือเป็นของใคร

เวลา 11.00 น. พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช
รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และพ.ต.ท. จีรวัฒน์ แนวจำปา รอง ผกก.ป.สภ.คลอง หลวง
นำกำลังเดินทางไปยังที่เก็บรถยนต์ของกลางของ สภ.คลองหลวง อีกครั้ง
เพื่อตรวจสอบภายในรถคัมรี่ของนายนิพนธ์
หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พบบัตรราชการแสดงสถานะนายนิพนธ์เป็นเจ้า
หน้าที่กอ.รมน. ตำแหน่งปฏิบัติการปัญหาเส้นเขตแดน และการข่าวความมั่นคง
(สากล)

จากการตรวจสอบภายในรถคัมรี่อย่างละเอียดในครั้งนี้
ตำรวจปทุมธานีพบเอกสารเพิ่มเติม เป็นการเขียนข้อความใช้รหัสลับคำว่า
"ตู้เย็นขนาดเล็ก" "ตู้เย็นขนาดใหญ่" และคำว่า "ตู้เย็นขนาดใหญ่ 7 ชุด 1
ล้านบาท"
รวมทั้งเอกสารการเซ็นเช็คโอนเงินให้รายชื่อบุคคลและสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
ต่างๆ สมุดรายชื่อเบอร์โทรศัพท์ ตำรวจ
สมุดเส้นทางการเดินทางไปสถานที่ส่งออร์เดอร์ภาคต่างๆ
และกล่องกระดาษไปรษณีย์ที่มีรายชื่อผู้ส่งและผู้รับจากจังหวัดภูเก็ต
จึงรวบรวมมาเก็บไว้เป็นหลักฐาน

รายงานข่าวเผยว่า
คดีคืบหน้าไปมากและรู้ตัวละครต่างๆ ในขบวนการแล้ว
ในวันเกิดเหตุรถคัมรี่ชนบนมอเตอร์เวย์ ปรากฏว่ามีพยานเห็นชายวัยรุ่น 2 คน
นั่งรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี จำสี-หมายเลขทะเบียนได้อย่างชัดเจน
ขับเข้ามารับนายนิพนธ์ออกไปจากบริเวณจุดเกิดเหตุ
แล้วย้อนกลับเข้ามาป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่ในจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อต้องการ
เอาเอกสารในรถ

ล่าสุดผลตรวจสอบหมายเลขทะเบียนซีอาร์วีทราบว่าบุคคล
ดังกล่าวมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุม ธานี
มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายนิพนธ์
และเชื่อมโยงกับการส่งยาเสพติดอย่างชัดเจน
ซึ่งชุดทำงานอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขอหมายค้นและหมายจับ
ส่วนการติดตามตัวนายนิพนธ์ขณะนี้พบว่าเคลื่อนไหวอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา
ยังไม่ได้เดินทางไปไหนไกล ตำรวจส่วนหนึ่งกำลังติดตามไปยังโรงแรม
และที่พักต่างๆ ในพื้นที่ คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้

รายงานข่าวจาก
ชุดสืบสวนเปิดเผยอีกว่า นายชาญณรงค์ มูเซอ หรือ นายชาญณรงค์ เกษมทัศน์ หรือ
ฟูเฉิน เป็นเครือญาติของขุนส่า ราชายาเสพติด
จากการสอบสวนพบว่านายนิพนธ์เป็นลูกน้องนายชาญณรงค์
แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือนคนกลางรับส่ง-กระจายยาเสพติดจากกลุ่มของนายชาญณรงค์
โดยลูกค้ารายใหญ่ของนายนิพนธ์ชื่อ "เฮีย ก." อยู่ในพื้นที่อยุธยาและสระบุรี
ลูกค้ารองๆ ลงมา อาทิ นายโก๊ะ ย่านนวนคร และนายเปิ้ล ย่านเมืองทองธานี

ส่วน
คนมีสีที่ร่วมกันใช้รถตู้ติดตรากงจักรปลอมและรถคัมรี่ขนยาคือนายทหารคนหนึ่ง
และจ่าทหารในจ.พิษณุโลก
และในพิษณุโลกยังมีนักการเมืองท้องถิ่นระดับนายกอบต. ร่วมเครือข่าย

สำหรับ
กลุ่มลูกน้องนายนิพนธ์มีมือขวาด้านการเงินและยาเสพติดชื่อ "โจ๊ก"
ซึ่งเป็นคนที่ขับรถฮอนด้ามารับนายนิพนธ์จากจุดเกิดเหตุรถคัมรี่ชน
และลูกน้องที่ใช้ขนยาเสพติดประกอบด้วย นายเอกับนายโจ นอกจากนี้
นายนิพนธ์ยังมีภรรยาน้อยและเพื่อนภรรยาน้อยหลายคนคอยทำหน้าที่ต่างๆ แทน

เวลา
15.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายนิพนธ์ กันชาติ อาจเกี่ยวข้องกับขุนส่า ว่า
แหล่งข่าวบอกอย่างนั้น เรื่องนี้ตำรวจติดตามมาสักพักแล้ว
ก่อนติดตามผลการจับกุมมาพบของกลางรายใหญ่
ภายหลังจึงรวบรวมพยานแวดล้อมในจุดที่เกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
พบว่าเป็นเครือข่ายของขุนส่า ซึ่งผู้ต้องหาคนดังกล่าวมีสมุน 1 คน
เป็นคนจีนและกลับมาเปลี่ยนชื่อเป็นคนไทย

ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า
ต้องแสดงให้ต่างชาติเห็นว่าเรื่องยาเสพติดไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย
แต่เกิดนอกประเทศ ไทยต้องทนทุกข์กับเรื่องนี้มานานแล้ว ตั้งแต่สมัย
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกปฏิบัติการเชิงรุกปราบปรามยาเสพติด
แต่รัฐบาลต่อมานั้นแทบไม่ได้ทำอะไรเลย
ฉะนั้นต่อจากนี้ต้องยกวาระปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งภูมิภาค
ทุกประเทศต้องช่วยกัน รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ลาว กัมพูชา เวียดนาม
ส่วนพม่าเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ
มอบหมายให้ตนทำงานร่วมกับพล.ต.อ. เพรียวพันธ์ และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว
เลขาธิการป.ป.ส.

รองนายกฯ กล่าวอีกว่า
ตนจะเดินทางไปจีนอีกครั้งเพื่อหารือเรื่องการแก้ไขปัญหา
เนื่องจากเส้นทางหลายเส้นทางจากท่าเรือกวนเหว่ย มาตามลำน้ำโขง ผ่านเมืองคง
เข้าสามเหลี่ยมทองคำ จีนมีอิทธิพลต่อพม่า หากจีนช่วยเหลือ
การแก้ไขปัญหาก็จะง่ายขึ้น ถ้ามาแก้บ้านเราไม่จบ บางคนถามว่า
เมื่อไรจะลงไปแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ภาคใต้ แต่ภาคใต้ไม่มียาเสพติด
ยาเสพติดมาจาภาคเหนือ ภาคอีสาน ผ่านกทม. ผ่านภาคกลางแล้วไปภาคใต้
ยาไอซ์ที่มาจากเมืองนอกจับได้ตามสนามบินก็เป็นเพียงเล็กๆ น้อยๆ
บัดนี้คนร้ายได้เปลี่ยนวิธีการลำเลียงด้วยรถไฟ ขึ้นเครื่องบินมากทม.
มารถทัวร์ จากการขนรถบรรทุกหรือรถเก๋ง แต่จะต้องยึดทรัพย์ให้หมด


เมื่อถามว่าทางการจีนจะให้ความร่วมมือ
หรือเราจะใช้เวทีไหนในการเจรจาเข้าทวิภาคีอย่างไรนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ตอบว่า
มั่นใจว่าจีนช่วยเหลือแน่นอน
ซึ่งจะเริ่มต้นจะคุยกันกับฝ่ายความมั่นคงของจีนแบบปรับทุกข์ผูกมิตร
ส่วนการจะแก้ปัญหานี้คือต้องแก้ที่ปลายเหตุ อย่างไรก็ตาม
ตนและป.ป.ส.จะเชิญผู้ประ กอบการสถานบริการมาพูดคุยเร็วๆ นี้
ว่าปิดดึกก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าตั้งโต๊ะขายยาไอซ์ยาบ้าไม่ได้
ทั้งในพื้นที่รัชดาและสุขุมวิท ต่อข้อถามว่า
มีกระแสข่าวว่ามีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาบ้าล็อตใหญ่ที่จับกุมได้ในครั้ง
นี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะพยานหลักฐานยังไม่ชัด

ค่ำ
วันเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า หลังจากตำรวจชุดสืบสวนภาค 1
รู้ตัวเครือข่ายของนายนิพนธ์แล้ว
จากการแเกะรอยจากเอกสารที่พบในรถคัมรี่และแเกะรอยจากทะเบียนรถยนต์ฮอนด้า
ซีอาร์วี ส่งผลให้จับกุม "นายโจ๊ก"
มือขวาของนายนิพนธ์ได้แล้วเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านในเขต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
ซึ่งการจับกุมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้เกะรอยจากโทรศัพท์มือถือที่นายนิพนธ์
โทรศัพท์ให้นายโจ๊กและพวกอีกคนขับรถมารับในจุดเกิดเหตุรถชน
ขณะนี้นำตัวไปเซฟเฮาส์เพื่อสอบสวนเพื่อรีดข้อมูลตามหาตัวนายนิพนธ์ต่อไป

นอก
จากนี้ กำลังอีกชุดสามารถจับกุมตัวน.ส.วนิดา นามสมมติ
ผู้ต้องสงสัยอีกรายซึ่งเป็นเพื่อนสาวของนายนิพนธ์
ที่เดินทางเข้าออกบ้านเช่าที่พบยาบ้าในหมู่บ้านสัมมากร
รังสิตคลองสองเป็นประจำ
โดยจับกุมได้ในคอนโดฯแถวซอยเสือใหญ่และกำลังนำตัวมาสอบสวนขยายผลต่ออีก
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ