ลางร้ายของประยุทธ์ ที่สื่อไม่กล้านำเสนอ (เพิ่มเติม)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ลางร้ายของประยุทธ์ ที่สื่อไม่กล้านำเสนอ (เพิ่มเติม)

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Tue Feb 14, 2012 11:47 am

Posted Yesterday, 12:19 PM









ลางร้ายของประยุทธ์ ที่สื่อไม่กล้านำเสนอ

จากการที่ กลุ่มทรราชย์ เก่า-ปัจจุบัน ไปทำพิธีกรรมบางอย่างที่วัดแถวนครปฐม
เตาเผา เกิดระเบิด พังลงมา ลูกไฟแตกกระเจิง คนเขากล่าวขัวญ เป็นลางไม่ดี


แก้ไขล่าสุดโดย lucky m. เมื่อ Wed Feb 15, 2012 11:21 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ลางร้ายของประยุทธ์ ที่สื่อไม่กล้านำเสนอ (เพิ่มเติม)

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Wed Feb 15, 2012 11:20 am

เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๗ มกราคม เวลา ๑๖.๐๐น. ณ วัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดย หลวงปู่พุทธอิสระ ได้จัดให้มีพิธีเททองหล่อพระเกตุมาลาพระนาคปรก “ปกเกล้าปกแผ่นดิน” และยกองค์ฐานขึ้นประดิษฐาน โดย
มีบุคคลสำคัญในกองทัพไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันได้เดินทางไปร่วมเป็นประธานใน
พิธีจนเป็นข่าวครึกโครม ได้แก่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อดีตผบ.ทบ. พลเอกสมทัต อัตตะนันทน์
อดีต ผู้บัญชาการสูงสุด(ผบ.สส.) และอดีต ผบ.ทบ. พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา
อดีต ผบ.ทบ และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)


โดย ประธานมูลนิธิธรรมอิสระ และมูลนิธิ อโรคยศาลา พล.ต.ต.โกสินทร์
บุญสร้าง รองผบช.ตชด. กล่าวรายงาน
ว่าโครงการจัดสร้างพระมหาพุทธพิมพ์นาคปรก “ปกเกล้า ปกแผ่นดิน” นี้
หลวงปู่พุทธอิสระ ได้ดำริให้จัดสร้าง โดยใช้เหรียญสตางค์ ซึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ติดเป็นเกร็ดพญานาค

และ ใต้ฐานพระนาคปรก ได้บรรจุดวงเมือง ดวงแผ่นดินไว้ เพื่อให้เกิดศิริมงคล ปกป้องคุ้มภัย และเป็นการเทิดไว้ซึ่งพระมหากษัตริย์

ขั้นตอนพิธีนอกจากอดีตผบ.ทบ. และผบ.ทบ. คนปัจจุบัน
จะร่วมกันเป็นประธานในพิธีเททองหล่อพระเกตุมาลาแล้ว
ยังได้เป็นประธานในการยกองค์พระฯ โดยให้ประธานทั้ง 4
เสี่ยงทายด้วยการจับสลาก

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีต ผบ.ทบ.
ได้ทิศตะวันตกขององค์พระฯ ซึ่งมีความหมายว่า “ แข็งแรง ”

พลเอกสมทัต อัตตะนันทน์ อดีต ผู้บัญชาการสูงสุด(ผบ.สส.) และอดีต ผบ.ทบ. ได้ทิศใต้ขององค์พระฯ ซึ่งมีความหมาย ว่า “มั่นคง”

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ ได้ทิศเหนือขององค์พระฯ ซึ่งมีความหมายว่า “ชัยชนะ”

และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. คนปัจจุบัน ได้ทิศตะวันออกขององค์พระฯ ซึ่งมีความหมายว่า “ รุ่งเรือง”

แต่ในขณะที่ประธานทั้ง 4 ท่าน และหลวงปู่พุทธอิสระ
กำลังประกอบพิธีเททองฯ อยู่นั้น ก็เกิดอุบัติเหตุอันไม่คาดฝัน
น้ำมันเตาได้เกิดรั่วไหลลงไปในเตา ทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง
และมีหมอกควันสีดำปกคลุมไปทั่วบริเวณพิธี ทำให้ประชาชน และลูกศิษย์
ที่อยู่ใกล้เคียงเตาหลอมต่างวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงกันจ้าละหวั่น
อยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
เหตุการณ์จึงได้สงบลง


เมื่อมาพิจารณาจากดวงฤกษ์แบบสิบลัคนา ณ.เวลาที่เกิดเหตุในพิธี วันศุกร์ที่
๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๖.๐๐ น.
เจตนาของผู้วางฤกษ์กระทำการซึ่งคงจะไม่ใช่ใครที่ไหน
ก็น่าจะป็นหลวงปู่พุทธอิสระเอง
เพราะท่านได้ร่ำเรียนทางด้านไสยเวทย์มาจนเชี่ยวอยู่แล้ว
และเชื่อได้ว่าก็จะต้องมีความรู้ทางโหราศาสตร์อยู่ด้วย
และข้าพเจ้าคาดว่าท่านคงมีเจตนาดีในการที่จะแก้ดวงเมืองซึ่งในช่วงตกภูมิพุธ
(๔) ( ๒๑ เมย. ๒๕๕๔-๒๑ เมย.๒๕๕๕) อังคารเป็นกาลกิณีจร
ดาวอังคารนอกจากจะเป็นเจ้าเรือนลัคน์ของดวงเมืองกรุงเทพฯแล้ว
ก็ยังหมายถึงขุนทหารต่างๆ การที่อังคารเป็นกาลกิณีจรจึงเป็นที่หวาดระแวงของขุนทหารเป็นอย่างยิ่ง

อย่างน้อยที่สุดเหตุการณ์ที่เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพตกติดๆกันใน
ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาก่อนที่วิกฤตอุทกภัยจะได้เกิดขึ้น
(ขอให้ย้อนกลับไปอ่านในดวงที่ข้าพเจ้าเขียนไว้ในโหราเวสม์ประจำเดือน มกราคม
๒๕๕๕ )
ดังนั้นการตัดสินใจทำพิธีในวันศุกร์ก็เพื่อแก้ดาวอังคารเป็นศรีแทนกาลกิณี
นั่นเอง

แต่การประกอบพิธีอันเป็นศิริมงคลต่างๆแก่ดวงเมือง
หลวงปู่พุทธอิสระคงจะลืมไปว่า ดวงเมืองกรุงเทพฯ
หรือดวงเมืองประเทศไทยนั้นถือกำเนิดในวันอาทิตย์ ตามตำราท่านห้ามไว้นักหนา

ว่าห้ามประกอบพิธีอันเป็นมงคลทุกชนิดในวันศุกร์ซึ่งเป็นวันกาลกิณีของดวงที่
ถือกำเนิดในวันอาทิตย์
(๑)….นี่จึงเป็นข้อผิดพลาดหลักที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเป็นประการแรก


การพยายามวางลัคน์ฤกษ์ไว้ที่ราศีกรกฏในนวางค์ ๖ ตรียางค์ ๓ ที่ ๑๓.๑๗ องศา
นั้นก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฏพื้นฐานของการให้ฤกษ์โดยทั่วๆไป
คือวางในนวางค์ที่ไม่เป็นข้อห้าม คือนวางค์ ๖ ตรียางค์ ๓
แถมยังเป็นราชาฤกษ์
ตำแหน่งดาวบาปเคราะห์ใหญ่ทั้งเสาร์และราหูบนท้องฟ้าก็สัมพันธ์แค่โยคหน้าและ
ตรีโกณ ซึ่งถ้าพิจารณาผิวเผินเพียงแค่นี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
เพราะดาวพฤหัสก็ไม่ได้จรอยู่ในทุสถานภพ

แต่เมื่อพิจารณาวางดวงเป็นสิบลัคน์แล้ว
กลายเป็นเรื่องที่น่าตระหนกตกใจเป็นอย่างยิ่ง
เพราะดวงลัคน์ฤกษ์มีดาวอาทิตย์-พุธ-ราหู (๑-๔-๘) กุมลัคนา
การกระทำการในวันศุกร์ ดาวราหูย่อมเป็นกาลกิณี
เมื่อบาปเคราะห์ราหูใหญ่กุมลัคน์เช่นนี้ และยังมีดาวอังคาร (๓)
เล็งลัคน์ที่ราศีมังกร ดาวเสาร์ (๗) ตรีโกณถึงลัคน์ที่ราศีมีน
เสาร์-อังคาร เป็นคู่ศัตรู คู่อุบัติเหตุ , อังคาร-ราหู (๓-๘)
เป็นคู่ธาตุลม , อาทิตย์-เสาร์ (๑-๗) เป็นคู่ธาตุไฟ
เมื่อดวงฤกษ์ถูกกำหนดขึ้นมาเช่นนี้
อุบัติเหตุจากอัคคีภัยอันไม่คาดฝันจึงเกิดขี้นในขณะทำพิธีอย่างที่เป็นข่าว
ครึกโครม


และโปรดสังเกตว่า ดาวพฤหัสในดวงฤกษ์ที่ราศีกันย์เป็นประ
โยคหน้าลัคนาอ่อนกำลังเป็นอย่างยิ่ง ไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายดังกล่าวได้
แต่ก็ช่วยให้พิธีผ่านพ้นไปได้อย่างทุลักทุเลเท่านั้น

และดาวอังคารที่เป็นศรีเล็งลัคนาเล็งราหูซึ่งเป็น
กาลกิณีกุมลัคน์ ศรี-กาลี เล็งกันเช่นนี้
ถ้าเป็นดวงคนก็มักถูกหลอกเป็นประจำ
ดังนั้นดวงฤกษ์นี้จึงหาความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เลย

รวมทั้งการที่เอาดวงเมืองประเทศไปบรรจุไว้ใต้ฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก
ก็เป็นการผิดวิสัย เพราะสัญลักษณ์แห่งดวงเมืองและพระมหากษัตริย์ไทย
ได้แก่พญาครุฑ ซึ่งมีอำนาจเหนือ พญานาค ตามความเชื่อมาแต่โบร่ำโบราณ
ดังนั้นการเอาดวงเมืองซึ่งสัญลักษณ์คือพญาครุฑไปบรรจุไว้ใต้ฐานพญานาค
จึงเป็นเรื่องที่ไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง
นี่คืออีกข้อผิดพลาดประการสำคัญ

ยิ่งเมื่อพิจารณาดาวจรบนท้องฟ้าในวันเกิดเหตุจะเห็นว่า ดาวอังคาร (๓)
บาปเคราะอันธพาลเจ้าการสำคัญอยู่ที่ราศีกันย์ ๐๐.๑๐ องศา
ตรีโกณถึงอังคารในดวงฤกษ์ ๐๐.๓๗ สนิทองศาพอดิบพอดี


avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ