ในที่สุดปริศนาก็ไขกระจ่าง อย่างนี้เองว.5โฟร์ซีซั่นส์

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ในที่สุดปริศนาก็ไขกระจ่าง อย่างนี้เองว.5โฟร์ซีซั่นส์

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Sun Feb 19, 2012 8:34 am

Posted Today, 12:48 AM






เรื่องราวก็ค่อย ๆ เผยออกมา ใครที่เอกยุทธไปคุยด้วย
เหตุใดนายเอกยุทธโดนชก และ ทำไมไม่แจ้งความ
ยาวหน่อย แต่ เคลียร์

มาเริ่มต้นรายการแบบ แมนๆกันดีกว่าเอกยุทธ์
คุณบอกสั้นๆ ว่าคุณโดนชก และพาดพิงนายกฯ
โดยที่คุณไม่ยอมพูดว่าคุณไปโรงแรมนั้น พบใคร

คุณ บอกว่า คุณโดนชกขณะที่ทานกาแฟอยู่กับนักธุรกิจท่านหนึ่ง
แต่คุณไม่กล้าเอ่ยชื่อว่าเขาคือใคร แต่ไพล่ไปพาดพิงนายกฯบนชั้นเจ็ด
โดยที่เค้าไม่รู้เรื่อง

เอกยุทธ์ไปทานกาแฟจริง
และนัดพบนักธุรกิจท่านหนึ่ง ซึ่งกำลังโด่งดังในขณะนี้ คุณพบกับเขาใช่หรือไม่
การ เจรจานั้น คุณไปพูดจาอย่าง "นักเลงชั้นต่ำ" "ไม่ลงทุนอะไรเลยในธุรกิจ" คิดจับเสือมือเปล่า
ในขณะที่อีกฝ่ายเขามีทั้ง "เงินสดและอิทธิพลในมือ"
คุณ นัดเค้าทานกาแฟ เพราะ "เห็น" ความยิ่งใหญ่ของเค้า
ที่มีทั้งธุรกิจ "หวย-ตลาดยักษ์ใหญ่" และบารมีแอบอิงนักการเมืองขาขึ้น
ใช่หรือไม่เอกยุทธ์
คุณนัดพบ อยากคุยกับเขา เพราะเห็นเขามีทั้ง "สายสนิทไกล้ชิดผู้ใหญ่"
ที่คุณเองยังไม่เคยมีคุ้มกะลาหัว ใช่หรือไม่ เอกยุทธ์
คุณ หนีคดีไป ๒๐ ปี แม้คุณจะมีเงินสด แต่คุณไม่มีบารมี ไม่มีเส้น พอเจอ "ใครสักคน"
ที่มีบารมี-เส้นใหญ่เพียงพอที่จะช่วยคุณได้ คุณจึงอยากสยายปีก

ใช่.. คุณไม่เคยเจอเขาเลย จึงนัดพบเขา พร้อมการแนะนำตัวอย่าง "กร่างๆ"
โดยที่คุณคิดว่า "เค้า" จะยอมสยบคุณ
แต่คุณกำลังคิดผิด เพราะเขาก็นักเลงพอ

เมื่อ เริ่มสนทนา คุณก็ตะล่อมชวนเขามาทำธุรกิจกับคุณ
โดยที่เขาก็พูดชัดว่า "ไม่เคยรู้จักเอกยุทธ์ และไม่ต้องรู้จัก"
แต่เพื่องาน ก็นั่งลงคุยดูก่อน
เอก ยุทธ์ ใช้ความกร่างผิดที่ รู้อยู่ "เค้ารวย"
แต่กลับอาศัยความรวยกว่า "ข่ม" ทุกเม็ด ทุกดอก
หวังจะให้ "เศรษฐีหน้าใหม่" ยอมสยบกับเอกยุทธ์
คุณ เห็นเขาจับธุรกิจ "ตลาดยักษ์ใหญ่สุด เม็ดเงินสะพัดมากที่สุดของไทย" คุณอยากมีเอี่ยวด้วย
แต่การเจรจาอยู่บนพื้นฐาน กูได้ฝ่ายเดียว จริงไหม?

คุณเห็นเขาได้ธุรกิจ “หวย” ซึ่งแน่นอน คนได้หวยต้องใหญ่ชนิดมีกะลาหัวขนาดใหญ่คุ้มครอง
คุณก็จะไปขอเอี่ยวเอาเงินฟาดหัวเขาดื้อ
คุณขอ "ร่วมธุรกิจ" กับเขาแบบที่คุณไม่ได้ลงทุนอะไรเลย???
คุณเจรจาบนพื้นฐานของ ได้-เสีย ไม่ใช่ ได้-ได้ ตามหลักธุรกิจเลย
พอ คุยเรืองตัวเลขระดับ "พันล้าน" เสร็จ
เอกยุทธ์ข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามโดยที่ไม่ได้มองว่าตัวเองเหมือนหมาไม่มีอิทธิพล ใดๆเลย แต่ดันไป "ข่ม" เค้า

พอเข้าเรื่อง "อิทธิพล-บารมี" ฝ่ายหนึ่งเข้ามีล้นเหลือชนิดที่เอกยุทธ์ คงลืมดูดวงมาก่อน
ใช้วาจาสามหาว ทั้งข่ม ทั้งละเมิดผู้มีพระคุณเหนือหัวเค้า
วาจาสามหาว ของเอกยุทธ์ ไปกระทบกระเทียบ แดกดัน
ผู้ให้ความเคารพนับถือของอีกฝ่ายหวังข่มให้ยอมสยบแบบ "โง่ๆ" ของเอกยุทธ์ เค้าก็ยั๊วะสิว่ะ
พอเห็นท่าไม่ดี เอกยุทธ์ รีบกลับลำ มาคุยเรื่องธุรกิจ
แต่อีกฝ่ายบอก ไม่สนใจและขอตัวกลับทันที โดยที่เอกยุทธ์ พูดไล่หลังไปทำนองเหยียดหยาม

ผ่านไปร่วมชั่วโมง โชคไม่ดีเลยสำหรับเอกยุทธ์ เพราะคำสนทนาเค้า สร้างความโกรธแค้น
เหมือนดูถูกศักดิ์ศรี "เสือ" ของอีกฝ่ายอย่างร้ายกาจมากๆ
ปากเอก ยุทธ์ บนโต๊ะกาแฟ สร้างฟืนไฟในใจของ " บริวาร" อย่างช่วยไม่ได้
หลังจากนักธุรกิจคนนั้นกลับไป "เหยื่อรายใหม่ของเอกยุทธ์ก็เดินเข้ามา"

อย่า ลืม เอกยุทธ์ เองก็มีการ์ดเหมือนกัน การ์ดกับการ์ดเจอกัน
พอรู้ว่านายตน "พลาด" ไปด่าอีกฝ่าย
ซึ่งวงการนักเลงรู้ดีว่า "นักธุรกิจ" คือใคร

การ์ด เอกยุทธ์ คำนวนกำลังแล้ว "ปล่อยนายเจ็บคนเดียว ดีกว่าพวกกรูซวยโดนลูกหลงตายไปด้วย" แน่ๆ
จึงแอบนัดแนะนอกห้องกาแฟจัดฉาก "ไม่รู้ไม่ชี้"
พอได้เวลา "คนหนึ่ง" ซึ่งเคยมีประเด็นทางใจกับ เอกยุทธ์
เข้ามานั่งทานกาแฟในห้องเดียวกันด้านหลังเอกยุทธ์ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ว่ากำลัง "ซวย"
"คนนี้" ตามล่าหาเอกยุทธ์ มานานหลายเดือน
ตั้งแต่เอกยุทธ์ ไปด่า "แม่หญิงเหนือ" ขายตัวเป็นอย่างเดียว
อย่ามาบริหารประเทศเลย คนนี้โกรธแค้นมาก
เขาใจเย็น ทานกาแฟหมด จ่ายตังส์ ในขณะที่ทานกาแฟ เอกยุทธ์ ก็กำลังคุยแกมด่ากับ "นักธุรกิจ" คนแรก
และปรามาสลามปามไปถึง "ผู้ใหญ่" ของฝ่ายแรกอย่างมัน
แขกนั่งหัวเราะด้วยสนุกสนาน เอกยุทธ์ ขอตัวไปห้องน้ำ ชายคนนั้น "เดินตามไปด้วย"
สอง คนเดินตามกันไปใน "ห้องน้ำ" การสนทนาในห้องน้ำ
ไม่มีใครบอกได้ว่า "ใครเริ่มก่อน" แต่ "เริ่มเตือนกันเบาๆว่า อย่าลามปาม" เอกยุทธ์เยาะเย้ย
เอก ยุทธ์ คงหยาม และรู้แล้วว่าจะมีอะไร
แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้า จึง "เหยียดหยามซ้ำ" ลงไปทั้งลูกน้องทั้งเจ้านายลามไปนายใหญ่ของฝ่ายแรก
"ฟิวส์ ขาด" ทันทีเมื่อ "เอกยุทธ์" ลามปามไปถึง "แม่หญิง"
เพราะเอกยุทธ์ เคยลามปามสาวเหนือไว้ และยังกล่าวซ้ำอีก
ชายคนนี้คุณแม่เป็นคนเหนือ
ชาย คนนี้ มีภรรยาคนเหนือ มีลูกสาวอยู่เหนือ
และยังไม่หายโกรธที่เอกยุทธ์ ด่า "แม่สาวเหนือขายตัว" เมื่อหลายเดือนก่อน แต่วันนี้ เอกยุทธ์ด่าซ้ำ

เอก ยุทธ์ เดินออกจากห้องน้ำ กลับมาโต๊ะกาแฟ
โดยไม่บอกคู่สนทนาว่าไป "ก่อวีรกรรม" อะไรไว้ในห้องน้ำเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา แต่หัวเราะอารมณ์ดี
ลืม บอกไป นักธุรกิจคนที่ีสองที่คุย ก็ไม่ใช่สะอาดอะไร เทาๆ ปน ฟ้าๆ
เอกยุทธ์ จึงไม่กล้าเอ่ยชื่อเขากับสื่อฯ ว่านั่งทานกาแฟกับใครระหว่างโดนชก

ได้ฤกษ์ยาม ความแค้นที่โดนหยามซ้ำในห้องน้ำ
ชายคนนี้ เดินย่างสามขุม ออกมาจากห้องน้ำ เดินตรงมาโต๊ะกาแฟ ชกเปรี้ยงเข้าไป 3 หมัด
ฝ่าย แรกเมื่อโดนชก หงายหลังตกเก้าอี้
แขกร่วมสนทนาตกใจเฮือก ขยับถอยหลังไปด้านหลังทันที การ์ดเอกยุทธ์ รู้แล้วรีบวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์
ชายคนนั้น ยกเก้าอี้ยกขึ้นเหนือหัวขู่ "การ์ดเอกยุทธ์" ให้รู้ทางกันว่า "อย่า:-) และถอยไปซะ" ไม่งั้น
ไอ้นี่เจ็บกว่าเพราะหาก เมิง เข้ามากรูจะฟาดหัวเอกยุทธ์แน่
ต้อง ขอบใจภาษานักเลง การ์ดรู้ทัน รีบสะกิดถอยให้นายรับกรรมคนเดียว
หนักจะได้เป็นเบา อย่าไปโดนลูกหลง
เค้าจึงวางเก้าอี้ลงและพูดสั้นๆ "อย่าดูถูกผู้หญิงอีก"

จากนั้น เขาก็ย่างสามขุมเดินออกไปจากโรงแรม
ไม่ได้มีการวิ่งหนี ไล่ล่าแบบที่เอกยุทธ์ แต่งนิยายเลยแม้แต่คำเดียว
เหตุ เกิดตอนบ่ายสาม แต่เอกยุทธ์เพิ่งมาโพสท์ข้อความตอน ๓ ทุ่ม
คงหาทางออกยังไงดี เพราะจะพูดตรงๆก็ไม่ได้ว่าโดนชกเพราะอะไร จึงหวยไปออกที่นายกฯ

และเหตุใด "เอกยุทธ์" ไม่กล้าแจ้งความ ?
ผมท้าว่า "ให้เอกยุทธ์รีบๆไปแจ้งความเสียโดยไว" เพราะเอกยุทธ์รู้ดี ว่าโดนชกเพราะอะไร ปากไปด่าใครไว้
เอกยุทธ์รู้ดี หากไปแจ้งความ "เอกยุทธ์ จะไม่มีโชคดีครั้งที่ 2" แต่รู้ไหม
เอกยุทธ์คิดผิดหนักกว่าเดิม เพราะดันไปลากนายกฯ ลงมาด้วย

แทนที่จะจบง่ายๆ เอกยุทธ์ปิดตัวเงียบๆสักพักกลับกลายเป็นหาเรื่องหนักและใหญ่กว่าเก่า
ตอนนี้ โจทก์เก่าทั้งแบบรับเชิญและไม่รับเชิญเริ่มขยับ

เอกยุทธ์ไม่ใช่คนโง่รู้ว่าเค้ามีทั้งเงิน บารมี อิทธิพลระดับพระกาฬ
จนตัวเองอยากเกี่ยวดองหุ้นส่วนธุรกิจกะเขา แต่เขา "ปฏิเสธ" อย่างไร้เยื้อใย
เอก ยุทธ์ ตอบโต้ "คำปฎิเสธร่วมธุรกิจ" ด้วยวาจาสามหาว หยาบคาย
ลามปามไปถึงผู้ใหญ่ต่างๆมากมายที่เขานับถือ โดยไม่ดูเงากะลาหัวตัวเองเลยแม้แต่น้อย

3 หมัดที่คนกลางประเคนให้โดยบังเอิญนั้น หลายคนบอกน้อยไป
แต่ผมกำลังจะบอกว่า เอกยุทธ์เงาหัวจะหายมากกว่า เพราะเล่นลามปามเท็จไม่เลิกแบบนี้

ทางออกที่ดีของเอกยุทธ์วันนี้คือหยุดสามหาวและใส่ความเท็จ ไม่ว่าจะกับใครทั้งสิ้น
เพราะตัวเองก็ไม่ได้มี ภูมิคุ้มกันอะไรสักอย่าง และขอท้าเลย

ขอท้าให้ เอกยุทธ์ออกมาพูดความจริงว่ามีคำสนทนาอะไรในห้องน้ำเป็นชนวนจนเกิดการทะเลาะวิวาท
ไม่ใช่มาใส่ร้ายนายกฯ ที่ไม่ได้รู้เรื่องด้วย

สรุปว่า เป็นสามเรื่อง "บังเอิญ" ที่เหมาะเจาะตรงกัน
คราวนี้ก็ "ต่อจิ๊กซอ" ครบด้านแล้วว่าทำไมเอกยุทธ์โดนชก
แต่เอกยุทธ์ไม่กล้าพูดเลยสักคำ เพราะเอกยุทธ์รู้ว่าหากพูด
ตนเองจะไม่สามารถปกป้องอะไรตนเองได้อีกเลย

หาก "ผล" คือโดนชก "เหตุ" จึงควรเป็น "ใครชก" มากกว่าจะมาพูดเรื่องอื่น
แต่ที่สงสัยทำไมเอกยุทธ์ไม่กล้าแจ้งความ? คนปากกล้าปากดีแบบเอกยุทธ์
ผมจึงเรียกร้องให้เอกยุทธ์ "ฟ้องคนต้นเหตุ" คือฟ้องคนชกปาก น่าจะตรงตามเหตุและผลมากกว่าครับ

ดังนั้นเอกยุทธ์ควรเลิกงอแงโวยวายนายกเพราะเค้าไม่รู้เรื่อง
หากยังไม่เลิกผมบอกได้เลยว่า แฟนคลับนายกฯมีทั่วเมืองนะครับอาจไม่โชคดีรอบ 2

ที่มา จาก pantip
โดยคุณ : โบกกรัก
******************************************
หนานเมืิง สล่าง่าวบ้านนอก
ผมเห็นว่าบทความข้อเขียนนี้น่าสนใจ
น่าจะมีมูล พอสมควรอย่างที่ว่า"ไม่มีมูล หมาไม่ขี่"
ลำดับเหตุการณ์ เหตุผลใด้น่าฟังว่าอาจใช่ของจริงก็ใด้ไผ่เป็นไผ่ทำให้น่าสงสัยในตัวตน
ของเอกยุทธ์เองซะมากก่วาจริงมั้ยครับ


แก้ไขล่าสุดโดย lucky m. เมื่อ Mon Feb 20, 2012 1:21 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ในที่สุดปริศนาก็ไขกระจ่าง อย่างนี้เองว.5โฟร์ซีซั่นส์

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Mon Feb 20, 2012 1:20 pm

Posted Yesterday, 10:23 PM












จบเสียที สำหรับ ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ