พบหลักฐานใหม่ อักษรหลากสี ชี้เป้าก่อการร้าย

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

พบหลักฐานใหม่ อักษรหลากสี ชี้เป้าก่อการร้าย

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Wed Feb 22, 2012 1:20 pm



พบหลักฐานใหม่ อักษรหลากสี ชี้เป้าก่อการร้าย


« เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:11:38 AM »






สั่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ หาข้อมูลร้านค้ารับงานพิมพ์สติกเกอร์
ย่านเพลินจิต-คลองตัน-ทองหล่อ-รามคำแหง
หาเบาะแสเชื่อมโยงผู้ต้องหา หลังพบหลักฐานใหม่
ต้องสงสัยเกี่ยวกับการชี้เป้า เป็นข้อความอักษรสีแดง ดำ ม่วง และฟ้า
ซ้ำๆ กันยาวตลอดกำแพงแนวถนนพระราม 4 โยงชื่อนักร้องมุสลิมดัง...

จากกรณีเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีระเบิด 3 จุด ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31-33
พบสติกเกอร์ “SEJEAL” (ซีจิล) ขนาดความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 6 เซนติเมตร
ตัวหนังสือภาษาอังกฤษแบบพิมพ์ใหญ่สีดำ พื้นขาว จำนวน 52 แผ่น
ที่ถูกนำไปแปะตามตู้โทรศัพท์ เสาไฟฟ้า และสถานที่ที่เห็นเด่นชัด
จากด้านหน้าโรงแรมเจดับบลิวแมริออท ผ่านใต้ทางด่วนซอยร่วมฤดี ถนนเพลินจิตรฝั่งใต้
สถานีบีทีเอสเพลินจิตร มุ่งหน้าไปยังสถานทูตอิสราเอล ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร
ซึ่งแนวทางการสืบสวนเชื่อว่า เป็นสติกเกอร์ที่กลุ่มผู้ต้องหาชาวอิหร่านแปะไว้
เพื่อแสดงเส้นทางที่ นายเอฮุด บารัค รมว.กลาโหมของอิสราเอล
ใช้เดินทางขณะพำนักอยู่ในเมืองไทย ก่อนเดินทางไปสิงคโปร์ตามที่นำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 21 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้นำภาพถ่ายของสติกเกอร์ดังกล่าว
ไปให้นายอรรณพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ประกอบการร้านรับซิลค์สกรีน
ผลิตภัณฑ์แห่งหนึ่งย่านบางบอน ทำการพิจารณาดู
โดยนายอรรณพ ให้ความเห็นว่า
การจะผลิตสติกเกอร์ลักษณะนี้ออกมาใช้งานสามารถทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ 3 แบบ คือ
ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมปริ๊นท์เตอร์พิมพ์ข้อความลงบนสติกเกอร์กระดาษจากในที่พักอาศัยได้เลย
ซึ่งวิธีนี้ชิ้นงานที่ได้จะไม่คงทน ส่วนใหญ่ใช้สำหรับงานฉาบฉวยภายในสำนักงานเท่านั้น
แบบที่สองคือการว่าจ้างร้านซิลค์สกรีน ทำการพิมพ์ข้อความลงบนแผ่นสติกเกอร์พีวีซี
ซึ่งสามารถสั่งให้ผลิตได้คราวละ 50-500 แผ่น
วิธีนี้ชิ้นงานจะมีความคงทนสามารถทนแดดทนฝนได้ดีระดับหนึ่ง คุ้มค่าใช้จ่าย
และเป็นวิธีที่ลูกค้านิยมมากที่สุด ส่วนแบบสุดท้ายคือ
การจ้างโรงงานพิมพ์ออฟเซ็ต วิธีนี้ค่อนข้างใช้ต้นทุนสูง
เพราะผู้ประกอบการจะรับผลิตชิ้นงานจำนวนมากๆ ตั้งแต่ 500 ชิ้นขึ้นไป
กรรมวิธีก็ค่อนข้างยุ่งยาก
เพราะต้องใช้เครื่องจักรพิมพ์ข้อความลงบนแผ่นสติกเกอร์ขนาดใหญ่
มีการนำไปเคลือบเพื่อให้สีติดคงทนก่อนนำเข้าเครื่องตัดออกมาเป็นแผ่นๆ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องหาน่าจะเลือกทำสติกเกอร์เหล่านี้ โดยใช้วิธีการใด
นายอรรณพ ตอบว่า เท่าที่ติดตามข่าวสาร พบว่าสติกเกอร์เหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญ
ที่จะนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุ
จึงมีความเป็นไปได้ว่า อาจมีการผลิตและนำเข้ามาเองจากต่างประเทศ
เนื่องจากจำนวนสติกเกอร์ที่คนร้ายใช้ ไม่น่าจะมีมากมายเป็นร้อยๆ ชิ้น
แต่หากสติกเกอร์ดังกล่าว มีการว่าจ้างผลิตในเมืองไทย
ตนพิจารณาจากรูปถ่ายแล้วเห็นว่า เป็นสติกเกอร์พีวีซี ไม่ใช่สติกเกอร์กระดาษ
กลุ่มผู้ต้องหาน่าจะหาโรงงานทำซิลค์สกรีนในเมืองไทย
ว่าจ้างให้พิมพ์ข้อความลงบนแผ่นสติกเกอร์พีวีซีมากกว่า
เพราะชิ้นงานมีความคงทนและไม่จำเป็นต้องสั่งทำจำนวนเยอะๆ
ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว โรงงานที่รับงานซิลค์สกรีนในบ้านเรานั้น
จะต้องอยู่ห่างพื้นที่ชุมชนหรืออยู่ในพื้นที่โล่ง อาทิตามต่างจังหวัด
เพราะขั้นตอนการผลิตจะเกิดกลิ่น
และเสียงรบกวนชาวบ้านอย่างมาก ทว่าหากเป็นโรงงานที่อยู่ใจกลางเมืองอย่างกรุงเทพฯ
จะต้องมีพื้นที่ภายในโรงงานมาก และมีระบบจัดการกลิ่นรบกวนได้ดีพอสมควร

ส่วนความคืบหน้าด้านการสืบสวนหาที่มาของสติกเกอร์ “SEJEAL” นั้น
ขณะนี้ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะผู้ควบคุมงานสืบสวน
ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น.และฝ่ายสืบสวนท้องที่ต่างๆ
ช่วยกันลงพื้นที่หาข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าและสถานประกอบการ
ที่สามารถรับงานพิมพ์สติกเกอร์ในย่านเพลินจิต คลองตัน ทองหล่อ และรามคำแหง
เพื่อหาเบาะแสเชื่อมโยงไปถึงตัวกลุ่มผู้ต้องหาหรือผู้ว่าจ้างให้ผลิต
อีกทั้งยังกำชับให้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด
เพื่อหาภาพหลักฐานของผู้ที่นำสติกเกอร์ไปติดตามที่ต่างๆ
ซึ่งอาจจะเป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศ
โดยเน้นการประสานขอดูกล้องของรถไฟฟ้าบีทีเอส และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
แต่มีรายงานว่าขณะนี้กล้องวงจรปิดของบีทีเอส ไม่สามารถจับภาพในประเด็นที่ตำรวจต้องการได้
เหลือแต่กล้องวงจรปิดของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเท่านั้น
ที่เป็นความหวังสุดท้ายและยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ทั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางเข้าตรวจสอบแผ่นสติกเกอร์
ระบุข้อความ “SEJEAL” อ่านว่า “ซีจิล” แปลจากภาษาเปอร์เซียมีความหมายถึง “จรวดมิสไซล์”
และหากแปลจากภาษาอาหรับหมายความถึง “การพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด”
ที่ถูกนำไปติดบริเวณตู้โทรศัพท์ เสาไฟฟ้า และสถานที่สำคัญๆ
จากสถานทูตอิสราเอลถึงโรงแรมเจดับบลิวแมริออท ถนนเลียบทางด่วนเพลินจิตรฝั่งใต้
โดยสามารถเก็บเป็นหลักฐานได้มากถึง 52 แผ่น ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น



เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณถนนเลียบทางด่วนเพลินจิตฝั่งใต้
ด้านหลังโรงงานยาสูบอีกครั้ง เพื่อสอบถามชาวบ้านในละแวกดังกล่าว
พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และคนงานก่อสร้าง
ไม่ทราบข้อมูลว่าใครเป็นผู้นำมาแปะไว้
แต่จุดที่ผู้ตรงสงสัยใช้แปะสติกเกอร์ คล้ายเป็นการบอกสัญลักษณ์
จะเลือกแปะกับสิ่งของที่ตั้งอยู่บนถนนเลียบทางด่วนเพลินจิตฝั่งใต้
จากฝั่งถนนพระราม 4 มุ่งหน้าโรงแรมเจดับบลิวแมริออท
ซึ่งตั้งอยู่หัวถนนสุขุมวิทเท่านั้น
เมื่อลองสังเกตสถานที่ในฝั่งตรงข้าม ฝั่งที่มุ่งหน้าจากหัวถนนสุขุมวิทไปออกถนนพระราม 4
กลับพบข้อความกราฟฟิคตี้คล้ายอักษรของชาวตะวันออกกลาง
ในลักษณะต้องสงสัย จำนวนหลายข้อความ ถูกพ่นติดกำแพงด้วยสีแดง สีดำ สีม่วง และสีฟ้า
มีข้อความซ้ำๆ กันยาวตลอดแนวถนนพระราม 4 ไปสิ้นสุดการพ่นที่หน้าโรงแรมเจดับบลิวแมริออท

เมื่อลองพิจารณา ดูข้อความดังกล่าวอย่างละเอียด
ซึ่งถูกพ่นติดต่อกันซ้ำๆ ตลอดระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร
พบว่า ตัวหนังสือสีแดงทั้งหมด จะมีตัวอักษรพร้อมด้วยลูกศร
บ่งชี้ไปทางโรงแรมเจดับบลิวแมริออทกำกับอยู่ด้วยเสมอ
ส่วนตัวอักษรสีดำและสีม่วงจับใจความได้ว่า
มีคำภาษาอังกฤษขึ้นต้นด้วย “SHOCK” ลงท้ายด้วย “ETHER”
สำหรับตัวอักษรสีฟ้า มีการใส่เครื่องหมายเน้นคำคล้ายจะสื่อถึงชื่อของบุคคล เป้าหมาย

จากการสอบถามพนักงานบริษัทก่อสร้างที่ไซต์งานแห่งหนึ่ง
ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเลียบทางด่วนเพลินจิตฝั่งใต้ ให้ข้อมูลว่า ตัวอักษรคล้ายภาษาอาหรับ
หรือภาษาเปอร์เซียเหล่านี้ ถูกมือดีแอบมาพ่นไว้ได้ไม่เกิน 2 เดือน
ซึ่งสอดคล้องกับห้วงเวลาที่ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนเดินทางเข้ามาในประเทศพอดี
ทีแรกก็ไม่คิดอะไร นึกว่าเด็กกลุ่มกราฟฟิคตี้มือบอน แอบมาพ่น
เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น
แต่พอเมื่อวานนี้ทราบข่าวตำรวจมาเก็บสติกเกอร์หลักฐานเกี่ยวกับคดีระเบิด
จึงเริ่มเอะใจว่าข้อความเหล่านี้ที่มีปรากฏซ้ำๆ กันตลอดเส้นทาง
อาจสื่อถึงขบวนการก่อการร้ายก็เป็นได้

ต่อมาเวลา 21.30 น. วันเดียวกันผู้สื่อข่าว ได้ทดลองตรวจสอบข้อความอักษรสีแดง
ซึ่งถูกพ่นอยู่ตามกำแพงตลอดเส้นทาง และข้อความดังกล่าว
มีลูกศรประกอบชี้ไปทางโรงแรมเจดับบลิวแมริออทเสมอ
พบว่า เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษคล้ายคำว่า “SAMI”
ที่ไปพ้องกับชื่อของ ซามี ยุซุฟ (Sami Yusuf) นักร้องมุสลิมสัญชาติอังกฤษ
ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวอาหรับและโลกตะวันออกอย่างมาก
โดยซามิ ยุซุฟ ได้ขับร้องผลงานเพลงหลายชิ้น ที่มีความหมายกินใจชาวมุสลิม
มีผลทำให้พวกที่คิดหลงเดินทางผิดกลับมาประกอบความดีตามหลักของศาสนาอิสลาม


http://www.thairath.co.th/content/region/240229











avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ