เป็นเรื่องน่าขบขันพอๆ กับน่าสมเพช ที่สุดท้ายแล้ว ? ผังล้มเจ้า?

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เป็นเรื่องน่าขบขันพอๆ กับน่าสมเพช ที่สุดท้ายแล้ว ? ผังล้มเจ้า?

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Tue Apr 03, 2012 3:12 pm



เมื่อ "เกษียร เตชะพีระ" ชันสูตรพลิกศพเรื่อง "ตลกมรณะ" ที่ชื่อ "ผังล้มเจ้า"


« เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:46:03 AM »






หมายเหตุ นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ได้เขียนบทความชื่อ "ชันสูตรพลิกศพ ′ผังล้มเจ้า′" ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว
มติชนออนไลน์ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ ดังนี้

ถึงแม้กรณี "ผังล้มเจ้า" จะจบลงแบบน่าหัวร่อและชวนให้ส่ายหน้าด้วยความสมเพช
(http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1333186767&grpid=01&catid=01)
แต่ผมอยากเตือนให้ระลึกว่านี่เป็น "ตลกมรณะ" (a deadly joke)
เพราะตอนที่มันถูกปล่อยออกมานั้น หน้าที่ทางการเมืองของมันคือ
ให้ความชอบธรรมแก่ศอฉ.และรัฐบาลอภิสิทธิ์

- ซึ่งตกอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำจากความล้มเหลวไม่เป็นท่า
ในการสลายการชุมนุมนปช.รอบแรกที่ถนนราชดำเนิน
- ในอันที่จะลงมือโฆษณาชวนเชื่อ
โจมตีให้ร้าย ปราบปรามและฆ่าคนต่อไป ด้วยข้ออ้างว่า "เพื่อปกป้องสถาบันฯ"

ผมจึงอยากชวนคิดจริงจังกับ "ตลกมรณะ" เรื่องนี้สักเล็กน้อย
เพื่อเป็นบทเรียนแก่ฝ่ายต่าง ๆ ในการหลีกเลี่ยงการให้ร้ายป้ายสี,
การให้ความชอบธรรมกับความรุนแรง,
และการใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างมักง่าย ในภายหน้า


ปัญหาพื้นฐานของ "ผังล้มเจ้า" คือ
มันเป็นเครื่องมือสืบสวนสอบสวนแบบฉบับที่สร้างขึ้น
โดยหน่วยงานข่าวกรองซึ่งเรียนรู้และเลียนแบบมาจาก CIA
เนื้อแท้ของมันก็คือบัญชีดำ (blacklist) ของผู้ต้องสงสัย
ที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประมวลรวบรวมขึ้น
ในสถานการณ์สู้รบกับองค์การใต้ดิน/บนดินของคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น
และนำมาป้อนให้และ/
หรือสอนให้หัดรวบรวมทำขึ้นบ้างแก่เจ้าหน้าที่ของประเทศพันธมิตรในโลกที่สามนั่นเอง
ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองไทยซึ่งรับการฝึกฝนอบรมและอิทธิพล
รวมทั้งแลกเปลี่ยนข่าวประสานงานกับหน่วยข่าวกรองอเมริกันมาตลอด
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สงครามเย็น สงครามเวียดนาม ถึงปัจจุบัน
จึงรับเอาวิธีการนี้มาใช้ด้วย ไม่ว่าในสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ในอดีต,
สงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดในสมัยรัฐบาลทักษิณ 1
หรือสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะผู้ก่อความไม่สงบภาคใต้ในปัจจุบัน
จากรายชื่อดังกล่าว ฝ่ายความมั่นคง/ข่าวกรอง
ก็อาศัยเป็นฐานในการสืบสวนสอบสวน หาข่าว
เชื่อมโยงความสัมพันธ์เป็นเครือข่าย ติดตาม สืบจับ
กระทั่งคุมตัว อุ้มหรือล่าสังหารตามคำสั่งต่อไปแล้วแต่กรณี


ตรรกะพื้นฐานในการสร้างบัญชีดำหรือ "ผังล้มเจ้า" ในกรณีนี้ คือ
ตรรกะแห่งความสงสัย (the logic of doubt)

อันเป็นตรรกะที่ชี้นำการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรอง/ความมั่นคง
เพราะลักษณะใต้ดินปิดเร้นซ่อนงำลึกลับของฝ่ายตรงข้าม
ทำให้ดำเนินงานโดยอาศัยหลักฐานชัดแจ้งที่พิสูจน์ถึงที่สุดมิได้
หากต้องอาศัย "ความสงสัย" กาหัวเล็งเป้าใส่ "ผู้ต้องสงสัย" เป็นหลักแทน
แล้วคอยเฝ้าสังเกตสอดส่องดูแล ระแวดระวัง (surveillance) ได้เลย
ซึ่งตรงกันข้ามกับตรรกะพื้นฐานในการดำเนินงานของกระบวนการยุติธรรม
ตั้งแต่ชั้นตำรวจ อัยการ จนถึงศาล
ซึ่งอยู่บนหลักการของตรรกะแห่งการพิสูจน์ (the logic of proof)
ถือว่าบุคคลเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อนแม้เขาตกเป็นผู้ต้องหา
จนกว่าจะพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานอย่างเปิดเผย
และเปิดให้โต้แย้งซักค้านได้ในกระบวนการยุติธรรมจนถึงที่สุด
แล้วเชื่อถืออย่างสิ้นข้อสงสัยที่ชอบด้วยเหตุผล (beyond reasonable doubt)
ว่าเขาผิดจริงเมื่อนั้นจึงจะลงโทษเขาได้

ถ้าหากกระบวนการยุติธรรมถือหลักว่าปล่อยคนผิดไปร้อยคน
(เพราะยังมีข้อสงสัยที่ชอบด้วยเหตุผลว่าเขาผิดจริงหรือไม่?)
ดีกว่าลงโทษคนบริสุทธิ์แม้เพียงหนึ่งคนแล้ว,
งานข่าวกรอง/ความมั่นคงกลับดำเนินงานด้วยหลักตรงข้ามกัน คือ
ต้องติดตามสอดส่องคนที่ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทั้งร้อยคน
ตราบเท่าที่ยังมีข้อสงสัยแม้แต่น้อยเกี่ยวกับคนเหล่านั้น


ความบกพร่องผิดพลาดพื้นฐานเกิดขึ้นเมื่อนักการเมืองหยิบเอาบัญชีดำ"ผังล้มเจ้า"
ซึ่งเป็นเครื่องมือของงานข่าวกรองมาอ้างใช้อย่างเปิดเผย
เสมือนหนึ่งเป็น "คำกล่าวหาฟ้องร้อง" หรือกระทั่ง "หลักฐานเอาผิด"
ในกระบวนการยุติธรรม การข้ามเส้น ใช้เครื่องมือผิดประเภทดังกล่าวเกิดขึ้น
เพราะการเมืองเข้าแทรกแซงงานข่าวกรอง/ความมั่นคง
แทนที่จะปล่อยให้งานข่าวกรอง/ความมั่นคงดำเนินงานไปตามดุลพินิจอิสระ
และความเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่
กลับมีนักการเมืองผู้บังคับบัญชา ล้วงหยิบเอาข้อมูลดังกล่าวไปใช้
เพื่อต่อสู้และทำลายล้างปรปักษ์ทางการเมืองในลักษณะเป็นคำกล่าวหา
หรือหลักฐานอ้างอิงต่อสาธารณะกลายๆ
การปล่อยให้มีการฉวยใช้งานข่าวกรอง/ความมั่นคงไปในทางการเมือง
(politicization of intelligence work) นี้เลวร้ายมาก
เพราะเท่ากับบ่อนทำลาย ความเป็นมืออาชีพ คุณภาพงาน คุณธรรม
และศักดิ์ศรีของงานข่าวกรองและเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรองลงไป
นำไปสู่ข่าวหลอกตัวเองและลวงประชาชน
ซึ่งชักนำให้ตัดสินใจผิดพลาดบนฐานข่าวหลอกลวงนั้น
ดังที่เราได้เห็นผลลงเอย
เป็นความกลวงเปล่าเหลวเป๋วเอาอะไรเป็นแก่นสารสาระไม่ได้ของ "ผังล้มเจ้า" กันอยู่



การที่รัฐบาลประชาธิปัตย์และศอฉ.บิดเบนใช้ "ผังล้มเจ้า"
เพื่ออุ้มรัฐบาลและทำลายปรปักษ์ทางการเมือง,
การที่ชื่อนักวิชาการและสื่อสิ่งพิมพ์
ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐประหารและผู้อยู่เบื้องหลังอย่างรุนแรง
แต่เผอิญมีสายใยเชื่อมโยงกับนักการเมือง
ผู้โอบกอดกับนายกฯอภิสิทธิ์กลับหายไปไม่ปรากฏใน "ผังล้มเจ้า" อย่างน่าสะดุดตาสะดุดใจยิ่ง,
การที่มีผู้นำพรรคการเมืองบางพรรคเอา "ผังล้มเจ้า" ไปปรับแต่งขยายความ
เพิ่มรูปเพิ่มกลุ่มเพิ่มคน แล้วแอบเผยแพร่ต่อเงียบๆ
เพื่อหาสมัครพรรคพวกค้ำจุนกลุ่มตนเองและทำลายศัตรูทางการเมือง,
การที่มีมือมืดดึงรายงานข่าวกรอง
ที่บ่งชี้ความชอบด้วยกฎหมายของการเคลื่อนไหวของกลุ่มวิชาการออกไป
จากการใช้หมุนเวียนในหมู่ผู้รับผิดชอบตัดสินใจของรัฐ
เพื่อสนองตอบต่อวาระทางการเมืองเฉพาะของตน ฯลฯ เหล่านี้
จริง ๆ แล้วเป็นการบ่อนทำลายประสิทธิภาพ ความแม่นยำถูกต้อง
สอดคล้องกับความเป็นจริง ของชุมชนงานข่าวกรอง
อันเปรียบเสมือนหูตาป้อนข้อมูลสู่การตัดสินใจของรัฐบาล
เท่ากับทำให้รัฐบาลตาฝาดหูเฝื่อนและตัดสินใจผิดพลาดฟั่นเฟือน
เพราะอยู่บนฐานข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์บกพร่อง และบิดเบือน


อย่างแรกและก่อนอื่นสิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานข่าวกรองพึงทำได้
จากบทเรียนการชันสูตรพลิกศพตลกมรณะเรื่อง "ผังล้มเจ้า" นี้คือ
ต้องถ่ายถอนการเมืองออกไปจากงานข่าวกรอง/ความมั่นคง
อย่าปล่อยให้พลังการเมืองฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ยัดเยียดระเบียบวาระและอคติทางการเมืองเฉพาะของตน
เข้ามาบิดเบือนการทำงานข่าวกรอง
หากต้องดำเนินงานประมวลข่าวกรองอย่างรับผิดชอบ มีประสิทธิภาพ ตรงไปตรงมา
และเคารพในสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีของพลเมืองทุกฝ่ายทุกคน,
งานข่าวกรองต้องเป็นเครื่องมือที่เป็นกลางทางการเมืองของรัฐบาล,
และไม่ปล่อยให้เอาเครื่องมือของงานข่าวกรองแบบ "บัญชีดำ"
ไปทำร้ายยั่วยุให้เกลียดชังระแวงและฆ่าฟันคนไทยด้วยกันแบบนี้อีก



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1333359287&grpid=01&catid=&subcatid=












แก้ไขล่าสุดโดย lucky m. เมื่อ Fri Apr 06, 2012 10:37 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เป็นเรื่องน่าขบขันพอๆ กับน่าสมเพช ที่สุดท้ายแล้ว ? ผังล้มเจ้า?

ตั้งหัวข้อ  goosehhardcore on Thu Apr 05, 2012 9:04 pm

คนโยงใยเก่งเนอะ.. ดู+อ่าน ยังไงก็ไม่(ค่อย)รู้เรื่อง No No No Rolling Eyes Rolling Eyes Rolling Eyes Smile Smile Smile
avatar
goosehhardcore
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 6012
Join date : 12/06/2010
ที่อยู่ : Bangkok Thailand

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เป็นเรื่องน่าขบขันพอๆ กับน่าสมเพช ที่สุดท้ายแล้ว ? ผังล้มเจ้า?

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Fri Apr 06, 2012 10:21 am

ไม่ยากหรอกค่ะป้า เพราะถ้าทำแบบมั่วๆ ยังไงก็็ได้ ดูแล้วก็งง ใช่ ที่งงก็เพราะมันมั่วไง ถ้าทำแบบตั้งใจ ป่านนี้ก็คงไม่ งง และตามลายแทงได้ถูกแล้วว่าใครทำ เน๊าะ
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เป็นเรื่องน่าขบขันพอๆ กับน่าสมเพช ที่สุดท้ายแล้ว ? ผังล้มเจ้า?

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Fri Apr 06, 2012 10:35 am

อลัมน์ บทบรรณาธิการ


เป็นเรื่องน่าขบขันพอๆ กับน่าสมเพช ที่สุดท้ายแล้ว ?
ผังล้มเจ้า?
ซึ่งรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐในยุคหนึ่ง ใช้เป็นเครื่องมือ
ในการทำลายล้างผู้มีความเห็นที่แตกต่างไปจากตนเอง
จนกระทั่งผู้ได้รับการกล่าวหาลุกขึ้นมา ทวงความเป็นธรรม

กลายเป็นของไร้ค่าไร้ความหมาย
เพราะไม่มีใครยอมรับว่าเป็นผู้จัดทำหรือคิดค้นขึ้นมา
จนกระทั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษลงความเห็นสั่งไม่ฟ้อง
ในคดีที่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ใช้ผังล้มเจ้ากล่าวหาผู้อื่น

สภาพที่ผู้เกี่ยวข้องกับผังล้มเจ้า
ไม่ว่าจะนักการเมืองหรือข้าราชการ พากันกระโดดหนีความรับผิดชอบ

ไม่ใช่เรื่องที่น่าขบขันหรอกหรือ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง
เมื่อสิ่งของที่น่าขบขันชิ้นนี้ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง
และมีการตอกย้ำความน่าเชื่อถือของเครื่องมือนี้อย่างหนักหน่วงในช่วงดังกล่าว

เหตุใดจึงไม่ต้องมีผู้รับผิดชอบต่อความผิดพลาดความเสียหายที่เกิดขึ้น

จะแปลความได้หรือไม่ว่าการกล่าวหากันทางการเมืองด้วยข้อหาร้ายแรงที่ไม่มีมูลความจริง
สุดท้ายแล้วผู้กล่าวหาก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

ถ้าแปลความเช่นนี้ได้ ย่อมหมายความว่าเหตุการณ์เช่นนี้ยังมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีก

ใช่หรือไม่

ในบรรยากาศของการปรองดองที่คนจำนวนไม่น้อยในสังคมเรียกร้องให้เกิดขึ้นนั้น
ปัจจัยประการหนึ่งที่จะช่วยเอื้อให้เกิดการปรองดองที่แท้จริงได้มาก ก็คือ
การทำให้ความจริงและความยุติธรรม
อันเป็นฐานรองรับสำคัญสองประการ เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนส่วนใหญ่

ปราศจากความจริงและไม่สามารถผดุงความยุติธรรมเอาไว้ได้
ข้อเรียกร้องให้ปรองดองก็ปราศจากความหมาย

กระบวนการทำความจริงและความยุติธรรมให้ปรากฏ
จึงสำคัญไม่น้อยหรืออาจจะสำคัญเสียยิ่งกว่าความปรองดองที่มาลอยๆ ในอากาศ

กรณีผังล้มเจ้าเป็นตัวอย่างหนึ่งของความปรองดองชนิดนี้

และสะท้อนความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาให้ถูกต้องของสังคมไทยเอง


http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFpHa3dNVEEyTURRMU5RPT0=§ionid=TURNd01nPT0=&day=TWpBeE1pMHdOQzB3Tmc9PQ


avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ