มี...ข่าวดีมาบอก>>>>>จัด"ขบวนเสด็จ"ใหม่

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

มี...ข่าวดีมาบอก>>>>>จัด"ขบวนเสด็จ"ใหม่

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Mon Jul 02, 2012 9:33 am

จัด"ขบวนเสด็จ"ใหม่ ในหลวง ทรงห่วง-ผู�ใช้รถ

รับสั่งจัดระเบียบ ปิดถนนน้อยที่สุด ให้วิ่งสวนเลนได้ ราชเลขาฯถกตร. จัดพิมพ์คู่มือแจก

ปีติ"ในหลวง"ทรง
ห่วงใยพสกนิกรได้รับความเดือดร้อนรถติด จากการปิดถนนช่วงมีขบวนเสด็จ
รับสั่งราชเลขาธิการประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติหาวิธีดำเนินการหลีกเลี่ยง
เผยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมราชองครักษ์
และสำนักราชเลขาธิการประชุมหารือร่วมกันจนได้ข้อสรุป
เตรียมจัดพิมพ์เป็นคู่มือปฏิบัติแจกจ่าย 2.5 หมื่นเล่ม
พร้อมเตรียมอบรมทุกภาคส่วนเพื่อให้เข้าใจตรงกัน
ผบ.ตร.อัดสปอตแจงผ่านสถานีวิทยุเครือข่ายตำรวจสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็น
ล้นพ้น
ด้านโฆษกตำรวจระบุจะมีการผ่อนปรนมากขึ้นกรณีเสด็จฯเป็นการส่วนพระองค์
ไม่ต้องปิดถนนทั้งหมด ให้วิ่งสวนกันได้ รถเข็นก็ไม่ต้องถอยไปในซอย
แต่ให้เฝ้าฯรับเสด็จข้างทางได้


เมื่อวันที่ 1 ก.ค.
รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์
ผบ.ตร. มีคำสั่งให้กองสารนิเทศ ตร.
จัดพิมพ์หนังสือคู่มือการปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางการปฏิบัติในการถวายความ
สะดวกด้านการจราจร ในการเสด็จพระราช ดำเนิน(เป็นการส่วนพระองค์)
แจกจ่ายข้าราช การตำรวจที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภารกิจดังกล่าวจำนวน
25,000 เล่ม เพื่อให้ตำรวจทั่วประเทศมีแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องตรงกัน
ตามที่ทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง

สำหรับหนังสือคู่มือดังกล่าว
สืบเนื่องจากหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รส.0001.6/1175 ลงวันที่ 20
มกราคม 2553 ลงนามโดยนายอาสา สารสิน ราชเลขาธิการ
แจ้งเรื่องแนวทางแก้ไขปัญหาจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน (เป็น
การส่วนพระองค์) ถึง ผบ.ตร. มีใจความว่า "ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้มีพระราชปรารภกับราชเลขาธิการเมื่อปี พ.ศ.2544
เรื่องปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่มีมากขึ้น
โดยเฉพาะเวลาที่มีขบวนเสด็จ หากต้องปิดการจราจรเป็นเวลานาน จะทำให้ประชา
ชนได้รับความเดือดร้อนมาก
จึงมีพระราชกระแสให้ราชเลขาธิการพิจารณาร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข
ซึ่งได้ดำเนินการจัดทำแนวทางและคู่มือปฏิบัติไว้แล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
เพราะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทางภาคสนามเกรงว่าจะถูกตำหนิและถูกลงโทษ

บัดนี้ ราชเลขาธิการให้น้อมเกล้าฯ รับพระราชกระแสมาอีกครั้ง
จึงได้จัดให้มีการพิจารณาร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมราชองครักษ์
และลงมติเห็นชอบจัดตั้งคณะกรรม การอำนวยการจราจรในการเสด็จพระราช ดำเนิน
โดยมีราชเลขาธิการเป็นประธาน
และคณะกรรมการติดตามและประสานงานการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน ซึ่งมี
พล.อ. วิเศษ คงอุทัยกุล รองสมุหราชองครักษ์เป็นประธาน

คณะกรรมการอำนวยการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน ได้จัดการประชุมหลายครั้ง
และเห็นชอบให้วางนโยบายและแนวทางปฏิบัติ
โดยคำนึงถึงการถวายความปลอดภัยเป็นหลัก
แต่ให้มีผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนน้อยที่สุด
รวมถึงการดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและเครื่องมือเครื่องใช้ที่จะให้การ
ปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำไปพิจารณาจัดทำเป็นคู่มือต่อไป

ในการนี้ ขอเรียนให้ทราบว่า
ราชเลขาธิการได้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
เรื่องนโยบายและแนวทางปฏิบัติทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว
ตลอดทั้งราชเลขานุการในพระองค์ได้นำความกราบบังคมทูล
และกราบทูลพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทราบฝ่าละอองพระบาท
และทราบฝ่าพระบาทแล้ว
ซึ่งทุกพระองค์ทรงให้ความสำคัญในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน
และมีพระราชประสงค์ที่จะให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติดำเนินตามข้อเสนอข้างต้น
อย่างเคร่ง ครัดและมีประสิทธิภาพต่อไป

"ดังนั้น คณะกรรมการอำนวยการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนินจึงพิจารณาเห็นว่า
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ข้างต้น
เป็นขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานถวายเป็นเรื่องสำคัญ
จึงได้เห็นชอบที่จะวางหลักเกณฑ์ในการดูแล ช่วยเหลือ
รับผิดชอบให้ผู้ปฏิบัติมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่
และในกรณีที่การปฏิบัติหน้าที่เป็นผลน่าพอใจ จะมีรางวัลเป็นการตอบแทน
เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจอีกด้วย จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
และพิจารณาดำเนินการสนองพระราชกระแสในเรื่องดังกล่าวโดยด่วนต่อไป?
หนังสือสำนักราชเลขาธิการระบุ


ด้าน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์
ได้บันทึกเทปกล่าวผ่านรายการวิทยุในเครือข่ายของศูนย์ผลิตรายการและข่าว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ
เพื่อทำความเข้าใจกับข้าราชการตำรวจและประชาชนว่า
"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ทรงห่วงใยประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนน
ซึ่งได้รับผลจากการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน
จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการเสด็จพระราช
ดำเนินโดยรถยนต์พระที่ นั่งเป็นการส่วนพระองค์
ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด
โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถวายความสะดวก
และไม่ต้องปิดถนนเป็นเวลานานเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้รถได้ตามปกติ
นับเป็นพระมหา กรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ข้า
ราชการตำรวจทุกนาย ขอน้อมเกล้าฯนำไปปฏิบัติตามพระราชประสงค์ต่อไป?

ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.กองสาร นิเทศ ในฐานะโฆษก ตร.
เปิดเผยว่าหนังสือคู่มือดังกล่าวอยู่ระหว่างจัดพิมพ์จำนวน 25,000 เล่ม
เพื่อแจกจ่ายข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ
รวมถึงผู้ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ร่วมด้วย อาทิ ทหาร ฝ่ายปกครอง
รวมถึงฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเอกชนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้รับรู้ร่วมกัน ที่ผ่านมา
คณะกรรมการอำนวยการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ได้ดำเนินการในกรณีนี้มาเป็นระยะๆ กำหนดทุกประเด็นอย่างละเอียด
หลังประชุมกันมาหลายครั้งตั้งแต่มีพระราชกระแส และออกแนวทางปฏิบัติไปแล้ว
แต่ทั้งนี้ ผู้ปฏิบัติอาจยังไม่มีความเข้าใจ
และยังไม่มีความมั่นใจว่าการปฏิบัตินั้นมีขอบเขตที่เหมาะสมเพียงใด
ผบ.ตร.จึงสั่งการให้จัดทำคู่มือ ซึ่งมีภาพประ กอบ ทั้งภาพถ่าย
และภาพกราฟิกที่อธิบายการปฏิบัติแต่ละกรณี ให้ผู้อ่าน
หรือผู้ปฏิบัติเข้าใจอย่างถูกต้องชัดเจน ละเอียด
จากนั้นจะเดินสายอบรมทำความเข้าใจให้ตรงกันอีกครั้ง


"ใหนังสือคู่มือจะเขียนแนวทางปฏิบัติด้านการถวายความปลอดภัยอย่างละเอียด
วางหลักการเป็นกรอบๆ ไป ในกรณีมีขบวนเสด็จส่วนพระองค์
ซึ่งไม่ได้รวมถึงกรณีมีหมายพระราชกรณียกิจ
ที่ยังคงต้องถวายความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจรอย่างเคร่งครัด
สำหรับกรณีเสด็จฯ ส่วนพระองค์ให้ปฏิบัติตามคู่มือฉบับนี้
เน้นว่าต้องเป็นไปตามพระราชกระแสและสมพระเกียรติ เช่น ขบวนเสด็จส่วนพระองค์
ผ่านเส้นทางคู่ขนานเดิมตำรวจจะปิดถนนทั้งเส้น
แต่แนวทางใหม่เปิดให้รถวิ่งทางคู่ขนานปกติ
หรืออย่างขบวนเสด็จผ่านถนนที่ไม่มีเกาะกลาง แนวทางนี้ก็เปิดให้รถสวนได้
แต่ตำรวจต้องดูด้านความปลอดภัย อย่าให้มีการกลับรถหรือเลี้ยวรถ
กรณีขบวนเสด็จผ่านสะพานลอยก็เปิดให้คนข้ามปกติไปก่อน
แต่ตอนเสด็จฯก็อย่าข้ามอยู่ตรงสะพานเท่านั้น
กรณีสะพานกลับรถเกือกม้าก็ให้กลับรถได้ปกติ
กรณีเสด็จฯบันไดเลื่อนในห้างสรรพสินค้าก็ให้สวนได้
หรือกรณีเห็นว่ามีปริมาณรถสะสมมากในเส้นทางเสด็จ
ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งระบายรถที่ติดสะสมทันที
เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด


"กรณีมีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าขบวนเสด็จในระยะใกล้ให้หยุดรถชิดช่องทางด้านซ้ายและเมื่อขบวนเสด็จ
ผ่านไปแล้วให้อนุญาตให้รถเดินทางต่อไปได้โดยเร็ว
แต่อย่างไรก็ตามตำรวจก็ต้องดูเป็นสถานการณ์ไป ทั้งนี้
เพื่อให้พี่น้องประชาชนรับรู้ร่วมกัน
กองสารนิเทศได้จัดทำสปอตวิทยุประชาสัมพันธ์ออกมา 10 ชุด
เป็นบทการสนทนาสั้นๆ เผยแพร่ต่อประชาชนผ่านทางสถานีวิทยุในเครือข่าย
ตร.เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรับรู้และเข้าใจตรงกัน เช่น ตำ
รวจที่มาดูการจราจรถวายความปลอดภัยบอกกับป้าขายของรถเข็นว่าเดี๋ยวนี้มีขบวน
เสด็จก็ไม่ต้องเข็นรถหลบเข้าซอยแล้ว
สามารถเข็นรถขายได้ตามปกติและยังสามารถเฝ้าฯ รับเสด็จข้างทางได้ด้วย
เป็นต้น? โฆษก ตร.กล่าว


พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ช่วงปลายเดือนก.ค.นี้
รองราชเลขาธิการจะพาคณะตำรวจออกเดินสายทำความเข้าใจและชี้แจงแนวทางปฏิบัติ
กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ
รวมทั้งในห้วงเวลาเดียวกันสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะจัดอบรมเจ้าหน้าที่
รักษาความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศถึงแนวทางปฏิบัติต่างๆ
ในการรับเสด็จและถวายความสะดวกด้วย


"นับเป็นพระมหา
กรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งไปยังนายอาสา สารสิน ราชเลขา ธิการ
เป็นประธานตั้งคณะกรรมการในการหาหนทางแก้ไขดังกล่าวตั้งแต่เมื่อปี 2553
โดยมี พล.ต.อ.วุฒิ พัวเวส อดีตรองผบ.ตร.
เป็นหัวหน้าคณะทำงานตั้งแต่เริ่มแรก ปัจจุบันเป็น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์
ดามาพงศ์ ผบ.ตร. พล.ต.อ. วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษา (สบ 10) คุณหญิงจันทนี
ธนรักษ์ รองราชเลขาธิการ และพล.ต.ท. ไตรรัตน์ อมาตยกุล รองหน.นรป. (สบ 9)
เป็นคณะทำงาน หนังสือแนวทางการถวายอำนวยความสะดวกดังกล่าว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เพียงแจกให้แก่เจ้าหน้าตำรวจที่ดูแลรับผิดชอบ
เรื่องการจราจรเท่านั้น
แต่จะแจกจ่ายไปยังหน่วยงานราชการส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย? โฆษกตร. กล่าว


พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนหนังสืออยู่ระหว่างปรับแก้และพิมพ์ออกมาแจกจ่ายก่อน 25,000
เล่ม โดยจะแจกจ่ายไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานราชการอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งจัดทำเพื่อแจกจ่ายไปยังห้างสรรพสินค้าที่พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯไป
เพื่อให้ทราบระเบียบปฏิบัติในการรับเสด็จ
คาดว่าหนังสือน่าจะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 20 ก.ค.
ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนัดประชุมเพื่ออบรมทำความเข้าใจเกี่ยวกับคู่มือ
การถวายการอำนวยความสะดวกและคู่มือในการรับเสด็จในวันที่ 27 ก.ค. อีกครั้ง

ด้าน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษา (สบ10) เปิดเผยว่า
เนื้อหาส่วนใหญ่จะเน้นการทำความเข้าใจระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในการรับเสด็จ
ยกตัวอย่างจากเดิมที่ไม่เคยให้รถวิ่งสวนทางกับขบวนเสด็จของพระบาทสมเด็จพระ
เจ้า อยู่หัว หรือสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นาถ
รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ จะต้องหยุดหรือจอดจนกว่าขบวนจะผ่านไป
ก็จะสามารถวิ่งสวนทางได้โดยไม่ต้องจอด
กรณีที่ต้องปิดการจราจรก็จะปิดให้ช้าและเปิดให้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล
ทั้งนี้จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งภาครัฐและเอกชนมาอบรมและทำ
ความเข้าใจร่วมกันในการถวายการอำนวยความสะดวกและรับเสด็จ
สนองพระราชประสงค์ที่ทรงไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนต่อไป
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ