ศึกไทยพีบีเอส "บอร์ดชุดใหม่" กับการลุกขึ้นสู้ของพนักงานเรียกร้อง "หยุดคุกคาม"

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ศึกไทยพีบีเอส "บอร์ดชุดใหม่" กับการลุกขึ้นสู้ของพนักงานเรียกร้อง "หยุดคุกคาม"

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Thu Jul 26, 2012 6:45 am

ศึกไทยพีบีเอส "บอร์ดชุดใหม่" กับการลุกขึ้นสู้ของพนักงานเรียกร้อง "หยุดคุกคาม"

25 กรกฎาคม 2555
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

เสรีภาพ
สื่อคือหลักประกันเสรีภาพของประเทศ สื่อสาธารณะเช่น ไทยพีบีเอส
จำต้องเป็นสื่อกลางที่เที่ยงตรง ยึดมั่นในเสรีภาพ
และต้องโปร่งใสเพื่อประชาชน





ปิด 14 ชื่อเข้าชิงบอร์ดใหญ่ "ไทยพีบีเอส"
ที่มา ประชาไท


(24 ก.ค.55) เว็บไซต์องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) เผยแพร่ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อแสดงวิสัยทัศน์การสรรหากรรมการนโยบาย ส.ส.ท. 14 ราย ซึ่งจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 27 ก.ค.นี้

โดยการสรรหากรรมการนโยบายไทยพีบีเอสดังกล่าวมีขึ้นเพื่อทดแทนกรรมการ
นโยบายไทยพีบีเอส ที่จะครบวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ในวันที่ 2 ส.ค.นี้ จำนวน 5
คน ประกอบด้วย
1.ด้านบริหารจัดการองค์กร จำนวน 2 คน ได้แก่ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
และนายจินตนา พันธุฟัก และ 2.ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยฯ จำนวน 3 คน
ได้แก่ นางมัทนา หอมละออ รศ.อรศรี งามวิทยาพงศ์ และนายกมล กมลตระกูล


สำหรับผู้
ผ่านการคัดเลือก แบ่งเป็น ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย
การพัฒนาชุนชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และการศึกษา การคุ้มครองและพัฒนาเด็ก
เยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม 9 ราย
ได้แก่


  • นายกมล กมลตระกูล กรรมการนโยบาย ส.ส.ท.ชุดที่กำลังจะหมดวาระ
  • นายนคร ชมพูชาติ คณะกรรมการบริหาร ส.สท.
  • นายวิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
  • นางสมศรี หาญอนันทสุข ผู้อำนวยการเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (มูลนิธิอันเฟรล)
  • นางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท
  • นายสุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหมาวิทยาลัย
  • นายสมพันธ์ เตชะอธิก อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • นายณัฐวัฒน์ อริย์ธัชโภคิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ เลขานุการคณะทำงานโฆษก สำนักงาน ป.ป.ช.
  • นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ด้านการบริหารจัดการองค์กร 5 ราย ได้แก่


  • นายธีรภัทร สงวนกชกร อดีต บอร์ด อสมท.
  • นางปราณี ทินกร อดีตคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาศาสตร์ธรรมศาสตร์
  • นายพลเดช ปิ่นประทีป ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท.ชุดที่กำลังจะหมดวาระ
  • นายอนุชาติ พวงสำลี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย ฝ่ายระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล/ กรรมการมูลนิธิโลกสีเขียว
  • นายบุญเลิศ ศุภดิลก อดีตรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์


พ.ร.บ.
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 มาตรา 18
ได้กำหนดวิธีในการสรรหากรรมการนโยบายไทยพีบีเอสไว้ว่า
ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯ จำนวน 15 คน ที่ประกอบด้วย


  • ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
  • นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
  • ประธานสภาสถาบันนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย
  • ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน
  • ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค
  • ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระบรมราชูปถัมภ์
  • ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
  • นายกสภาทนายความ
  • ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
  • ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ปลัดกระทรวงการคลัง
  • ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
  • ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
โดย
กรณีที่กรรมการสรรหาฯ ลำดับที่ 1-10 ไม่สามารถเข้าประชุมได้
ให้ผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจเข้าประชุมแทน
โดยจะสามารถเดินหน้าประชุมต่อไปได้ ก็ต่อเมื่อกรรมการสรรหาฯ
มีจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน

ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ
จะคัดเลือกผู้สมัครโดยวิธีลงคะแนนไม่เกินจำนวนตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง
(ด้านบริหารจัดการองค์กร จำนวน 2 คน และด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยฯ จำนวน 3
คน)
โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ
คณะกรรมการสรรหาฯ ทั้งหมด

* * * * * * * * *


จม.เปิดผนึกฉบับที่ 2 ของ พนง.ไทยพีบีเอส ร้องหยุดคุกคาม-จี้ถอดผู้บริหาร


ที่มา ประชาไท
นาย
แพทย์พลเดช ปิ่นประทีป ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท.กล่าวว่า
“ต้องขอขอบคุณสำหรับทุกๆ ความเห็นและความห่วงใยที่มีต่อไทยพีบีเอส
ในฐานะสื่อสาธารณะที่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ
ผมได้เห็นข้อมูลและบทความที่เผยแพร่แล้วพบว่า
มีทั้งข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและข้อสังเกตที่ดี
มีข้อมูลส่วนที่เป็นความคิดเห็น
ข้อเสนอแนะแต่ก็มีข้อมูลที่ไม่จริงปะปนอยู่มาก
อย่างไรก็ตามไทยพีบีเอสยินดีรับข้อเสนอแนะเหล่านี้มาพิจารณา”
ที่มา: http://org.thaipbs.or.th/org_news/prnews/article60355.ece


พนักงานไทยพี
บีเอสหมดศรัทธาการบริหารงานที่ไร้ซึ่งธรรมาภิบาลและการจำกัด
สิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของพนักงานในกรณีการเรียกร้องและร้องเรียน
ให้มีการตรวจสอบการบริหารงานของไทยพีบีเอสในหลายภาคส่วน
โดยภายหลังจากกลุ่มพนักงานซึ่งรวมตัวกันร่วมสองร้อยคนลงนามและเคลื่อนไหว
เพื่อให้เกิดการตรวจสอบการบริหารงานหลังจอไทยพีบีเอส
ก็ได้เกิดประเด็นการถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น/การ
แสดงออกซึ่งนำไปสู่การได้รับการตรวจสอบจากภาคประชาสังคม สื่อมวลชน
หน่วยงานอิสระต่างๆ
และการข่มขู่คุกคามทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อกลุ่มพนักงานที่เคลื่อนไหว
พร้อมการตั้งข้อสังเกตของพนักงาน ดังต่อไปนี้

1. ระดับผู้นำ/ตัวแทนองค์กรฯ
ออกมาให้ข่าวว่าการร้องเรื่องมีทั้งข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ไม่จริง
ตามบทบาทข้างต้น ที่กล่าวว่า "ผมได้เห็นข้อมูลและบทความที่เผยแพร่แล้วพบว่า
มีทั้งข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและข้อสังเกตที่ดี
มีข้อมูลส่วนที่เป็นความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ
แต่ก็มีข้อมูลที่ไม่จริงปะปนอยู่มาก" จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมระดับบริหาร
หรือโฆษกตัวแทนขององค์กรไม่สามารถออกมาชี้แจงข้อสงสัยให้แก่พนักงานและ
สาธารณะชนตามประเด็นต่อไปนี้

- มีทั้งข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและข้อสังเกตที่ดี
และทำไมถึงไม่ออกมาชี้แจงให้เห็นว่าการร้องเรียนของพนักงานเพื่อให้เกิดการ
ตรวจสอบนั้น มีประเด็นหรือข้อมูลใดที่เท็จจริงและเป็นข้อสังเกตที่ดี ?
- มีข้อมูลส่วนที่เป็นความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ
แต่ก็มีข้อมูลที่ไม่จริงปะปนอยู่มาก ทำไม
ไม่มีการออกมาชี้แจงว่าประเด็นใดเป็นข้อเสนอแนะที่ควรรับไว้พิจารณาปรับปรุง
และประเด็นใดที่กล่าวอ้างว่าเป็นข้อมูลเท็จ ไม่เป็นความจริง ?

2.
นับตั้งแต่ที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มพนักงานที่เรียกร้องให้เกิดการตรวจสอบ
มีการข่มขู่คุกคามพนักงานทั้งทางตรงและทางอ้อม
โดยกระบวนและวิธีการที่ไร้ซึ่งหลักการให้ความยุติธรรมและขาดธรรมาภิบาล
ไม่สามารถมีกระบวนการสร้างความเข้าใจชี้แจงให้แก่พนักงานโดยรวม
ซ้ำกระบวนการดังกล่าวยังยุยงให้พนักงานเกิดความแตกแยกเข้าใจผิด
ซึ่งเป็นลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของความเป็นสื่อสาธารณะและสิทธิมนุษย
ชน ตามประเด็นข้อสังเกตดังนี้

- มีการให้ข่าวทั้งแก่พนักงานภายในองค์กรและสื่อมวลชนภายนอก
ว่ากลุ่มพนักงานที่มีการเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มบุคคลที่เสียผลประโยชน์
เป็นกลุ่มเสื้อแดง เป็นกลุ่มบุคคลที่จะนำความเสื่อมเสียให้แก่องค์กร
เป็นกลุ่มบุคคลที่มุ่งให้ร้ายแก่องค์กรและจะนำองค์กรตกไปสู่เครื่องมือ
ทางการเมือง ฯลฯ

การให้ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ของพนักงาน
โดยสิ้นเชิง
เนื่องด้วยพนักงานกลุ่มดังกล่าวรวมพลังเพื่อเคลื่อนไหวในการปกป้องสื่อ
สาธารณะให้พ้นจากอำนาจการบริหารงานที่เชื่อว่ามีลักษณะการละเลยการปฏิบัติ
หน้าที่ในการตรวจสอบความบกพร่องในการบริหารตลอดระยะเวลาสี่ปี
การปกป้องผลประโยชน์และปกป้องการกระทำที่ไม่ได้ยึดมั่นตามหลักธรรมาภิบาลของ
สื่อสาธารณะตามพันธกิจที่มีต่อสังคม
การให้ข้อมูลดังกล่าวยังสร้างและถือเป็นการยุยงให้เกิดความแตกแยกในหมู่
พนักงานท่ามกลางวิกฤติประเด็นคำถามที่ควรตอบโจทย์ทั้งต่อพนักงานภายในองค์กร
และต่อภาคประชาสังคม

- มีระดับผู้อำนวยในองค์กรสร้างความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊ก
เพื่อส่งเสริมให้พนักงานในสังกัดตนเองสวมเสื้อไทยพีบีเอสเพื่อแสดงสัญลักษณ์
ในการต่อต้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มพนักงานที่เรียกร้องให้เกิดการตรวจสอบ
ซ้ำยังมีถ้อยคำที่หมิ่นประมาทพนักงานที่เคลื่อนไหวว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่
พยายามให้ร้ายและทำลายภาพพจน์ขององค์กร
ซึ่งอาจนำไปสู่การสะท้อนซึ่งการปกป้องการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรมของ
หน่วยงานภายนอก

- กระบวนการไต่สวน/ตรวจสอบข้อร้องเรียนภายในองค์กรได้รับการคุกคามจากประธาน
กรรมการนโยบาย (คนปัจจุบัน)
และจากผู้บริหารระดับสูงที่เชื่อว่ามีการใช้อำนาจที่มิชอบในการขอดูเอกสาร
รายชื่อและข้อมูลประกอบการร้องเรียนที่อยู่ในซอง
ทั้งที่ไม่ได้มีอำนาจใดใดในกระบวนการตรวจสอบข้อร้องเรียกดังกล่าว

-
มีคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงห้ามไม่ให้พนักงานในแต่ละสำนักเข้ามายุ่ง
เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
ซึ่งสะท้อนให้เห็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของความเป็นสื่อมวลชนและ
ในฐานะพนักงานในนามข้าราชการที่เป็นลูกจ้างขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ
แห่งประเทศไทย โดยปราศจากการชี้แจงที่ชัดเจน
ซ้ำยังมีความพยายามบิดเบือนประเด็นการเรียกร้องให้เกิดการตรวจสอบการบริหาร
งานตามหลักธรรมาภิบาล
เป็นเพียงการเรียกร้องเพื่อสิทธิ์ประโยชน์ของกลุ่มพนักงานที่สูญเสียผล
ประโยชน์ และการบิดเบือนประเด็นไปสู่การคุกคามทั้งการเมือง

มีพนักงานจำนวน 4
รายที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อมจากการใช้ความกล้าหาญและเจตนารมณ์ที่
บริสุทธิ์เพื่อเรียกร้องให้เกิดการตรวจสอบ
ซึ่งนับเป็นการคุมคามขมขู่ทั้งที่พนักงานได้ขอสัตยาบรรณจากกลุ่มผู้บริหารใน
การคุ้มครองสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในการเรียกร้องและร้องเรียน
ตลอดจนการสะท้อนข้อคิดเห็น
ข้อสัเกตเห็นเพื่อนำไปสู่การตรวจสอบโดยกระบวนการตรวจภายในและภายนอก
เนื่องด้วยไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะกินเงินภาษีของประชาชน
โดยสรุปประเด็นที่พนักงานได้รับผลกระทบต่อขวัญกำลังใจดังนี้



  • พนักงาน
    ท่านหนึ่งเป็นข้าราชการช่วยงานระดับซี 8
    ได้รับการถูกขอยืมตัวมาช่วยงานที่ไทยพีบีเอส
    โดยมีกำหนดสิ้นสุดสัญญาการยืมตัวมาช่วยงานข้าราชการในสิ้นปีพ.ศ. 2555
    ถูกส่งตัวกลับทันทีเมื่อเข้ามาร่วมพลังเคลื่อนไหวเรียกร้องให้เกิดการตรวจ
    สอบ และถูกสั่งห้ามจากผู้อำนวยการส.ส.ท. ในการแสดงความคิดเห็นใดใด
    ทั้งที่เป็นข้าราชการเข้ามาช่วยงานที่ไทยพีบีเอส
    และในฐานะประชาชนท่านหนึ่งที่ควรมีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงออกซึ่งความคิด
    เห็นในการปรับปรุงบทบาทสื่อสาธารณะ

  • พนักงาน
    ระดับอาวุโสท่านหนึ่งเคยทำเรื่องร้องเรียนขอย้ายจากต้นสังกัด
    เนื่องด้วยถูกขมขู่คุกคามและไม่ได้รับความเป็นธรรมจากต้นสังกัด
    โดยได้ดำเนินทำเรื่องขอย้าย จนเมื่อต้นสังกัดอนุมัติให้ทำเรื่องย้ายได้
    พนักงานท่านก็ได้พยายามหาตำแหน่งและหน่วยงานที่เหมาะสม
    เมื่อได้รับอนุมัติจากปลายสังกัดแห่งหนึ่งให้ไปช่วยงาน
    ก็มีการถูกระงับภายหลัง และยื่นข้อเสนอใหม่ให้ไปลงหน่วยงานทางเลือกสองแห่ง
    เมื่อพนักงานท่านนั้นตัดสินใจตอบรับการขอโอนย้ายไปยังหน่วยงานหนึ่งเพื่อการ
    ทำงานที่จะเกิดประโยชน์และมีความสบายใจ
    ท้ายสุดหลังจากมีการเคลื่อนไหวในนามพนักงาน
    พนักงานท่านนี้ถูกระงับคำสั่งการโอนย้ายทันที
    โดยให้กลับไปทำงานในต้นสังกัดเดิมทันที
    (ต้นสังกัดที่พนักงานมีความอึดอัดใจในเรื่องธรรมาภิบาล
    ได้รับการข่มขู่คุกคามจากผู้บังคับบัญชา จนต้องทำเรื่องร้องเรียนไปที่
    ผอ.ส.ส.ท. แต่กระบวนการซึ่งนำมาของความยุติธรรมนั้นสูญหายไประหว่างทาง
    เมื่อ ผอ.ส.ส.ท. นำเรื่องการร้องเรียนไปยังรองผู้อำนวยการของต้นสังกัด
    และรองผู้อำนวยการท่านนั้นมิได้มีกระบวนการไต่สวนและตรวจสอบเพื่อนำมาซึ่ง
    ความเป็นธรรม
    กลับนำแฟ้มการร้องเรียนนั้นไปให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของผู้ร้องเรียน
    อ่านทั้งหมด
    เรื่องราวของการข่มขู่คุกคามทั้งทางตรงและทางอ้อมจึงดำเนินขึ้นมาโดยตลอด
    อย่างปราศจากการเร่งไต่สวน ตรวจสอบให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
    ซึ่งเข้าข่ายการละเลยปฏิบัติหน้าที่ )

  • พนักงาน
    ท่านหนึ่งที่ออกมาร่วมใช้สิทธิ์ใช้เสียงเรียกร้องให้เกิดการตรวจ สอบ
    ถูกกรีดรถยนต์ที่ลานจอดรถไทยพีบีเอส
    ภายหลังออกจากห้องประชุมที่ผู้บริหารเปิดเวทีเปิดใจผู้บริหารในกรณีร้อง
    เรียนต่างๆ สะท้อนความเป็นแดนสนธยาอย่างแท้จริง
    แม้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ได้ว่าการข่มขู่ด้วยการกรีดรถพนักงานนั้นมาจากประเด็น
    ความขัดแย้งส่วนตัว หรือประเด็นการเคลื่อนไหวครั้งนี้
    ก็เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบโดยเร่งด่วน ว่ามีเหตุการณ์อัธพาลเช่นนี้
    เกิดขึ้นในห้วงเวลานี้ ในองค์กรสื่อสาธารณะได้อย่างไร

  • พนักงาน
    ท่านหนึ่งได้รับการกล่าวว่าและสั่งห้ามให้เคลื่อนไหวภายหลังจาก
    ที่แสดงการวิพากษ์ความบกพร่องในด้านต่างๆ ของไทยพีบีเอส
    และภายหลังที่ร่วมแสดงออกซึ่งความเคลื่อนไหวเรียกร้องการตรวจสอบเพื่อนำมา
    ซึ่งหลักธรรมาภิบาลให้แก่สื่อสาธารณะของประชาชน

นับเป็นบทสะท้อนสู่การตั้งข้อสังเกตดังนี้
1. การปกป้องความผิดพลาดการบริหารงาน โดยบิดเบือนเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ของพนักงานที่เคลื่อนไหว
2.
ความกลัวต่อข้อผิดพลาดที่กระทำไว้ซึ่งอาจเข้าข่ายการบริหารงานที่ผิดพลาดขัด
ต่อกฎข้อบังคับว่าด้วยหลักธรรมาภิบาล ความ โปร่งใส
ความเป็นธรรมภายใต้พระราชบัญญัติขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่ง
ประเทศไทย

3. การเชื่อมโยงประเด็นเรื่องการคุกคามทางการเมือง
ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดูงามหรูในการต้องลงจากตำแหน่ง
ทั้งที่ไม่ได้มีประเด็นใดๆ เกี่ยวกับการคุกคามทางการเมือง

หากพิจารณาดีๆ การบริหารงานที่ อ่อนแอ ขาดธรรมาภิบาลความโปร่งใสต่างหาก
ที่จะนำไทยพีบีเอสไปสู่การวิพากษ์ของสังคม ของรัฐบาล
และหากกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาด อนาคตของไทยพีบีเอสก็มีทางออก
และทางแก้ทางเดียวคือการได้ผู้บริหารระดับมืออาชีพที่มีความเข้าใจสื่อ
สาธารณะอย่างแท้จริง และเข้ามาขจัดความไม่โปร่งใส และผลประโยชน์ทับซ้อน
การเล่นพรรคเล่นพวกของผู้บริหารชุดปัจจุบัน
ซึ่งอ้างว่ามีอุดมการณ์ของความเป็นสื่อสาธารณะ
หากแต่พฤติกรรมการบริหารกลับสะท้อนอุดมการณ์กลับขั้วจากพันธกิจที่ลั่นไว้
ต่อประชาชน

แม้ว่าผลงานหน้าจอจะเป็นที่ ประจักษ์ในความเปลี่ยนแปลงการนำเสนอข่าว
รายการที่มีคุณภาพปราศจากการเมืองและธุรกิจเข้ามาแทรกแซง
แต่ในบทบาทของความเป็นสื่อสาธารณะนั้น
คงไม่สามารถนำผลวัดจากหน้าจอเพียงประการเดียวเป็นตัวชี้นำความสำเร็จ
การบริหารคน การบริหารการคลัง
และการบริหารงานทุกภาคส่วนหลังจอไทยพีบีเอสล้วนเป็นปัจจัยการบ่งบอกความ
สำเร็จหรือไม่สำเร็จของบทบาทสื่อสาธารณะด้วย

ถึงเวลาที่สื่อสาธารณะควรมีผู้นำที่เคลื่อนนำ
ไทยพีบีเอสด้วยหลักธร รมาภิบาล ขจัดความไม่โปร่งใส
และโละทิ้งผู้บริหารงานที่ขาดประสิทธิภาพและเจตนารมณ์ที่จะเข้ามาบริหารงาน
เพื่อสื่อสาธารณะของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะเรื่องเรียกร้องผล
ประโยชน์และสวัสดิการของพนักงานนั้นเป็นเรื่องรอง
หากตราบใดที่ยังไม่สามารถรื้อโครงสร้างการบริหารแบบคิดใหม่ทำใหม่ได้
สวัสดิการขั้นพื้นฐานของพนักงานก็ไม่มีอนาคต
และนั่นไม่ใช่เป็นประเด็นหลักของการเรียกร้องและร้องเรียนในเกิดการตรวจสอบ
ในครั้งนี้


เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

จดหมายเปิดผนึกพนักงาน TPBS (ภาคชำแหละ เละ!)
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ