ใครจุดไฟใต้ ? ปมที่รัฐคิดไม่ออก!

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ใครจุดไฟใต้ ? ปมที่รัฐคิดไม่ออก!

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Thu Aug 02, 2012 7:52 pm

[img][/img]

ใครจุดไฟใต้ ? ปมที่รัฐคิดไม่ออก! บอกไม่ถูก!


“ตุรงแง” คือกลุ่มคนที่มีหน้าที่ในการปฏิบัติการ
ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง

ที่ได้ถูกกำหนดหน้าที่ในการปฏิบัติการ ตามกรอบใหญ่ที่เรียกว่า
“เขตงาน” ที่กลุ่มขบวนการ BRN-COORDINATE ได้กำหนดไว้ ตามแผนการ
การสร้างมวลชนและบุคลากรเพื่อ “ทับซ้อน”
กับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล

โดย ปาแด งา มูกอ
24 มกราคม 2554

ตุรงแง” คืออะไร? ใคร?คือ “ตุรงแง”

“ตุรงแง” เป็นภาษาถิ่นมลายู ที่มีความหมายว่า “ทหารบ้าน”

จากข้อมูล ที่ได้มีการระบุว่า “ตุรงแง” คือกลุ่มคนที่มีหน้าที่ในการปฏิบัติการ
ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ได้ถูกกำหนดหน้าที่ในการปฏิบัติการ ตามกรอบใหญ่
ที่เรียกว่า “เขตงาน” ที่กลุ่มขบวนการ BRN-COORDINATE ได้กำหนดไว้
ตามแผนการ การสร้างมวลชนและบุคลากรเพื่อ “ทับซ้อน”
กับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล

โดยเฉพาะการทำลายความเชื่อมั่นต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดน
ภาคใต้ทุกภาคส่วน ต่อการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ
ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์และเหตุการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้ (รายวัน) ที่เริ่มรุนแรงมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๗
เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน


โครงสร้าง “ตุรงแง”

ขบวนการ BRN-COORDINATE ได้กำหนดและจัดโครงสร้างเพื่อหลอมรวม
งานมวลชนและงานด้านการทหารไว้ที่ตำแหน่ง “ตุรงแง” หรือ “ทหารบ้าน”
ในการทำหน้าที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวในพื้นที่ทุกรูปแบบ

ส่วนใหญ่บุคลากรในกลุ่มนี้เป็นเด็กหนุ่มที่ร่างกายไม่แข็งแรง
ไม่สามารถผ่านขั้นตอนไปเป็นนักรบหลักอย่างคอมมานโด
หรือกองกำลังติดอาวุธประจำหมู่บ้านอย่าง RKK ได้

แต่ได้ทำพิธี ซูเปาะ (สาบานตน) มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้รับมอบหมาย
ให้มาทำหน้าที่ในงานโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง
ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของขบวนการ จัดทำใบปลิว และนำพาตนเอง
ไปอยู่ในร้านน้ำชาประจำหมู่บ้านเพื่อพูดชักจูงใจ
และสร้างภาพอันเหี้ยมโหดอำมหิตของเจ้าหน้าที่รัฐ
เพื่อให้ชาวบ้านเกิดอาการหวาดกลัวและเกลียดชัง

ในที่สุดนำไปสู่ความร่วมมือกับขบวนการ

บางส่วนของ “ตุรงแง” ที่เข้ามาให้ความร่วมมือช่วยเหลือการปฏิบัติงาน
กับเจ้าหน้าที่รัฐจนได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ได้สวมโอกาสดังกล่าว
ในการปล่อย ข่าวลวง ชี้นำ บิดเบือน และเบี่ยงเบนข้อมูลที่เป็นจริง

เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐ เกิดความไขว้เขวหรือเข้าใจผิด อาทิ
การใส่ร้ายป้ายสีกลุ่มบุคคล หรือสถาบันทางสังคม เช่น ปอเนาะ มัสยิด
หรือกลุ่มประชาชนที่เป็นกลาง

เมื่อเจ้าหน้าที่ (หลงเชื่อ) ใช้กำลังปิดล้อมหรือตรวจค้น,จับกุม,
ควบคุมตัวเพื่อซักถาม กลับจะเป็นการผลักกลุ่มบุคคลหรือสถาบันทางสังคม
เหล่านี้ ไปสู่ความร่วมมือกับขบวนการและต่อต้านต่อสู้กับอำนาจรัฐในที่สุด

( ณ ปัจจุบันวันนี้ ยังไม่มีใครหรือหน่วยงานรัฐใดในพื้นที่ จะสามารถล่วงรู้
ว่าบุคคลใดหรือบุคลากรใดรวมถึง สายข่าวหรือแหล่งข่าวคนใด
คือ “ตุรงแง” ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่รู้ว่า “ตุรงแง” ได้เข้ามาแฝงตัว
ไว้จำนวนมากมายเท่าใด ?)

“ตุรงแง” ยังมีหน้าที่หลักอีก 3 ประการ ดังนี้

1.สืบข่าวความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ และสมาชิกใน อาเยาะห์
ทุกคนที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งพฤติกรรมของกำนัน
ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำศาสนาในหมู่บ้านจัดตั้ง (อาเยาะห์)

2.ช่วยเหลือสนับสนุนการปฏิบัติการทางการทหารแก่กลุ่มนักรบ
ด้วยการจัดหาอาวุธจากแหล่งซุกซ่อนใน อาเยาะห์ หรือจัดเก็บอาวุธ
ที่ใช้ปฏิบัติการและอาวุธที่ยึดได้จากเจ้าหน้าที่ไปเก็บซุกซ่อนไว้
ณ แหล่งซุกซ่อนอาวุธในพื้นที่ อาเยาะห์

3.ปฏิบัติการขัดขวาง เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้การปฏิบัติการของกลุ่มนักรบ
ประสบความสำเร็จ เช่น การตัดต้นไม้ขวางถนน โปรยตะปูเรือใบ
ขัดขวางการไล่ติดตามหรือส่งกำลังมาสนับสนุนของ เจ้าหน้าที่รัฐ

นี่คือบทบาทหน้าที่อันสำคัญของ “ตุรงแง” ที่สร้างปัญหาให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
มาโดยตลอด

จากข้อมูลของที่ได้มีการระบุว่า “ตุรงแง” คือกลุ่มคนที่มีหน้าที่ในการปฏิบัติการ
ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
ที่ได้ถูกกำหนดหน้าที่ในการปฏิบัติการ ตามกรอบใหญ่ที่เรียกว่า “เขตงาน”
ที่กลุ่มขบวนการ BRN-COORDINATE ได้กำหนดไว้ ตามแผนการ
การสร้างมวลชนและบุคลากรเพื่อ “ทับซ้อน” กับการบริหารราชการ
แผ่นดินของรัฐบาลนั้น

รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ มีการดำเนินการ
หรือแก้ไขปัญหาที่สำคัญเช่นนี้อย่างไร จึงทำให้เกิดความสงสัย
และคลางแคลงใจว่า ปัญหาการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น
ประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ก็มีความเป็นห่วงเป็นใยประเทศไทย
อย่างสุดซึ้งเช่นเดียวกัน

โดยได้ประสานความร่วมมือมายังรัฐบาลไทย และได้กำหนดให้พื้นที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ก่อการร้าย เพื่อร่วมมือในการปราบปราม
กลุ่มก่อการร้าย ที่สหรัฐฯ กำหนดเป็นแผนนโยบายไว้ ซึ่งนอกจากจะใช้
ในประเทศของตนเองแล้ว ยังเผื่อแผ่ไปยังประเทศพันธมิตรและประเทศ
ในกลุ่มเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

แต่รัฐบาลไทย ต้องการสงวนไว้เป็นเพียง กลุ่มก่อความไม่สงบ
(กลัวคำว่า กลุ่มก่อการร้าย เพราะว่าคำนี้ เก็บไว้ใช้ใน กทม.และกลุ่มเสื้อแดง
โดยเฉพาะ)ไว้เท่านั้น

แต่จากข้อมูลความเป็นจริงที่มีการระบุว่า การก่อการร้าย
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TERRORISM IN SOUTHEAST ASIA)
เป็นปัญหาที่สำคัญอีกปัญหาหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(Southeast Asia) ซึ่งมีอยู่ 11 ประเทศ คือ บรูไน กัมพูชา ติมอร์ตะวันออก
อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม

โดยเฉพาะปัญหา การก่อการร้าย ในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย จะมีความรุนแรง
กว่าประเทศอื่นในภูมิภาคแห่งนี้ ได้แก่ กลุ่มอาบูไซยาฟในฟิลิปปินส์
และกลุ่มเจไอของ ญะมาอะห์ อิสลามียะห์(Jama ah Islamiyah)ในอินโดนีเซีย
ที่มีความชัดเจนมากที่สุด

สำหรับเหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยนั้น
ยังไม่มีผู้ชี้ชัดว่ามีการเชื่อมโยงโดยตรงกับกลุ่มก่อการร้ายทั้งสองกลุ่ม

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีคำถามว่าแล้วทำไม สหรัฐอเมริกา จึงต้องให้รัฐบาลไทย
ร่วมมือในการปราบปราบกลุ่ม ก่อการร้าย ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งๆที่ไม่มีความชัดเจนของกลุ่ม ก่อการร้าย ไม่มีความชัดเจนของกลุ่มที่ต้องการ
แบ่งแยกดินแดน

สรุปแล้ว ในเมื่อความไม่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็น กลุ่มก่อการร้าย
หรือกลุ่มก่อความไม่สงบและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในสามจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ ที่ไม่เคยปรากฏตัวเหมือนดังเช่น กลุ่มก่อการร้าย,กลุ่มก่อความไม่สงบ,
กลุ่มแบ่งแยกดินแดนในประเทศอื่นๆ ที่เขาปฏิบัติกัน
จนกลายเป็นระดับก่อการร้ายสากล

ตรงกันข้ามกลับมีแต่ความว่างเปล่า ไร้ตัวตน ไร้ร่องรอย แต่ศักยภาพ
ในการก่อความไม่สงบกลับรุนแรงและอันตรายร้ายแรงอย่างยิ่ง หรือว่า
ทหารตำรวจและหน่วยงานภาครัฐของเรา กำลังต่อสู้อยู่กับ “ผี”

แล้วหน่วยกำลัง “ผี” เหล่านี้ (ไม่ว่าจะมีชื่อเรียกว่าอย่างไรก็ตาม) ใคร?
เป็นคนสร้างมันขึ้นมา และเพื่อวัตถุประสงค์อะไร? ในการสร้างสถานการณ์,
เหตุการณ์ความรุนแรง จนสร้างความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินทั้ง
จนท.รัฐและประชาชนไปเป็นจำนวนมาก
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ใครจุดไฟใต้ ? ปมที่รัฐคิดไม่ออก!

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Thu Aug 02, 2012 7:56 pm

ไฟใต้่ที่รัฐไม่กล้ามอง ไม่กล้าแก้ และไม่กล้าพูด!

[img][/img]

โดย ปาแด งา มูกอ
22 มกราคม 2554

ในเหตุการณ์บุกทะลวงฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ ในครั้งนี้
สิ่งที่น่าจับตามองในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือ หลุมระเบิดจำนวน 20 หลุม
จากอานุภาพของเครื่องยิงระเบิด M 79 ที่ถูกระดมยิงเข้าไปในฐานนั้น
ตัวเครื่องยิงระเบิดพอจะทำใจได้ว่า กลุ่มผี อาจจะไปว่าจ้างโรงกลึงทำขึ้นมา
แต่ที่ทำใจไม่ได้และยอมรับไม่ได้ก็คือ เจ้าตัวลูกระเบิดนี่แหล่ะ
ที่กองทัพจะต้องตอบให้ประชาชนที่เสียภาษีให้กระจ่างหน่อยว่า มันมาจากไหน
กลุ่มผี มันได้พัฒนาไปไกลถึงกับสั่งซื้อมาจากต่างประเทศเลยหรือ ข้องใจจริงๆ

ประเด็นที่สอง : ความผิดพลาดในนโยบาย

แนวคิดในการที่จะสลายมวลชนในแต่ละพื้นที่ที่มีปัญหา ไม่ว่าปัญหาที่พื้นที่นั้น
เป็นแหล่งซ่องสุม แหล่งพักพิง หรือแหล่งหลบซ่อน อย่างที่บอกไว้

นี่คือนโยบายอันชาญฉลาดของนักการเมือง ที่จ้างให้ประชาชนในพื้นที่
ที่ไม่มีงานทำอยู่แล้ว มาตายแทนเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะเสียค่าจ้างน้อย
ค่าเยียวยาช่วยเหลือก็น้อย ไม่ต้องมีพวงหรีดหรูหรา
ไม่ต้องขอยศ,เงินเดือนเพิ่ม และไม่ต้องรับผิดชอบผูกพันไปถึงลูกๆ
ของคนที่ตาย ที่ต้องหาโรงเรียนให้เรียนต่อ หรือหางานให้ทำ
เหมือนเช่นเจ้าหน้าที่รัฐ จาก ร.อ.กระโดดเป็น พล.อ. ใครไม่อยากตายให้มันรู้ไป

ประเด็นสำคัญ นโยบายของรัฐ รวมถึงนโยบายห่วยๆที่เกิดจากก้อนสมอง
ของ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในการที่จะพยายาม แย่งมวลชนกลับคืนมา
อาทิ นโยบายของจังหวัดยะลา “ นโยบาย สี่เสาหลัก (ฮูกุมปะก๊ะ) ”
อันนี้แหละ ที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ ในหมู่บ้าน/ตำบล เ
กิดความหวาดระแวงกันเอง

วันดีคืนดีเห็นเพื่อนบ้านที่เคยร่วมวง ดื่มน้ำชา นินทานาย
(นายในที่นี้ทางใต้เขาหมายถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ) ทุกเช้า
เกิดแต่งเครื่องแบบและพกอาวุธปืนทั้งสั้นและยาว
เป็นใครก็ต้องตกใจกันทั้งนั้น และผลของการตกใจก็คือ ตายครับ
ในห้วงระยะเวลาปลายปี 2553 ถึง ม.ค.2554 อาสาสมัครในสามจังหวัด
ชายแดนใต้ตายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 20 คน พร้อมกับของแถมคืออาวุธปืน

ปัญหาดังกล่าวขอถามบรรดาแม่ทัพนายกอง ผู้ว่าทุกคน รวมไปถึงรัฐบาลว่า
รู้เรื่องเกี่ยวกับคำว่า “เขตงาน” ดีพอหรือไม่ หรือว่ารู้อยู่เต็มอก
แต่ไม่กล้าพูดหรือให้สัมภาษณ์. ......?????

จากข้อมูล “เขตงาน” ที่ระบุในรายละเอียด เกี่ยวกับการปฏิบัติการ
ของกลุ่มที่รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐในปัจจุบันเรียกว่า
“กลุ่มก่อความไม่สงบ” นั้น หากศึกษาในรายละเอียด และวิเคราะห์
ถึงความเป็นจริงของเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมานั้น จะปรากฏเห็นชัดว่า
การปฏิบัติการของกลุ่มลึกลับ (กลุ่มผี) จะพัฒนารุดหน้าไปมากในทุกๆด้าน
ไม่ว่าทางด้านหฤโหด อำมหิต และความทันสมัยในยุคสงครามไซเบอร์
ที่หน่วยงานภาครัฐตามไม่ทัน

การพัฒนาดังกล่าว มิใช่พัฒนาในด้านกำลังรบหรือการมีอาวุธยุทโธปกรณ์
ที่ทันสมัย แต่เป็นการพัฒนาโดยไม่ใช้อำนาจทางทหาร แต่เน้นกลยุทธ์ที่ว่า
"หากทำให้มวลชนเชื่อหรือศรัทธาไม่ได้. .ให้ใช้วิธีทำให้กลัว"
อันเป็นการปูทางเพื่อเตรียมการวางโครงสร้างการจัดตั้งองค์กรมวลชน
ขึ้น "ทับซ้อน" กับการปกครองของรัฐไทย

โดยเริ่มจากหมู่บ้าน,ตำบล ไปสู่อำเภอ,จังหวัด จนถึงภาค ประเด็นดังกล่าว
มีความเป็นไปได้สูง โดยศึกษาจากเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆที่ผ่านมา
ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๒

ประเด็นสำคัญ แล้ว ใคร? และ กลุ่มใด? ที่สามารถวางโครงสร้าง
การจัดตั้งองค์กรมวลชนขึ้นมา “ทับซ้อน” กับการบริหารงานของภาครัฐได้
นับเป็นปัญหาที่ท้าทายสำหรับหน่วยงานของภาครัฐ ที่เพียบพร้อม
ไปด้วยกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และงบประมาณอันมหาศาลเป็นอย่างยิ่ง

ประเด็นสุดท้าย : สงครามไซเบอร์เริ่มที่ชายแดนใต้

“ ปราชญ์ซุนวู” ท่านกล่าวว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”
อย่าไปดูถูกฝ่ายตรงข้ามเป็นเด็ดขาด อย่าเห็นว่าเขานุ่งโสร่งซอมซ่อ
ทำงกๆเงิ่นๆ นั่นแหล่ะ นักรบไซเบอร์รุ่นใหม่ล่ะครับ
ปัจจุบันเขาใช้อินเตอร์เนทกันแล้ว ไม่เหมือนทหารไทยเรา
ที่ยังสะพายปืนสงครามแต่งเครื่องแบบสนาม วิ่งซอกๆตามสวนยางอยู่นั่นแหล่ะ

ต้องยอมรับว่าในโลกยุคใหม่ เป็นโลกที่ไร้พรมแดน
(แต่ก็ยังมีกลุ่มที่พยายามแบ่งแยกดินแดนอยู่ทุกวันนี้) อำนาจการสั่งการ,
การโต้ตอบทางการเมือง รวมถึงการทำสงครามจิตวิทยา มันได้ก้าวไกล
ไปมากแล้ว รัฐบาลและกองทัพไทยอย่าได้หลงลำพองว่าเก่งกว่า
ฉลาดกว่า มีคนหนุนหลังที่ดีกว่า เป็นอันขาด

มิฉะนั้นแล้วผมและท่านทั้งหลายอาจจะไม่มีที่สำหรับซุกหัวนอน

************

กลุ่มขบวนการพูโลเผยแพร่บทความ วันที่ 8 มกราคม 2554:
ถาวรหรือจะเปลี่ยนใจอันแน่วแน่ของนักสู้ปตานี

ต่อไปนี้เป็นเอกสารโฆษณาชวนเชื่อของPULO เผยแพร่ทางเวบไซต์
ขององค์การPULOเมื่อ 8 มกราคมที่ผ่านมา การนำเสนอนี้เพื่อให้ได้รู้ท่าที
ทัศนะของPULOต่อนโยบายของรัฐบาลไทย ไม่มีเจตนาอื่น

ตามที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการทำลายล้าง
ชนชาวมลายูปตานี เปิดเผยกรณีคณะรัฐมนตรีจักรวรรดิ์นิยมไทย
เมื่อ 4 ม.ค.2554 เห็นชอบการประกาศกำหนดบทลงโทษนักต่อสู้ปตานี
ที่กำลังบั่นทอนการคงอยู่ของจักรวรรดิ์นิยมไทย
ณ เขตดินแดนยึดครอง(ปตานี) ในขณะนี้ ในนามของ มาตรา 21
แห่งพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในของจักรวรรดิ์นิยมไทย พ.ศ 2551

และตามที่กองอำนวยการรักษาผลประโยชน์ของจักรวรรดิ์นิยมไทย
(กอ.รมน.) เสนอ เพื่อประกาศใช้ในพื้นที่นำร่อง 4 อำเภอของ จ.สงขลา
เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายการทำลายล้างอย่างละมุนละไมของรัฐบาล
ซึ่งจะต้องรอคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณารายละเอียดว่า
จะจัดการอย่างไรกับนักสู้ปตานีในฐานความผิดที่ขัดขืนต่อทางการจักรวรรดิ์
นิยมไทยทุกรูปแบบภายใน 1 สัปดาห์นั้น

รมช.คลั่งชาติไทย (ที่กลายพันธุ์จากมลายูฮินดู/พุทธศรีวิชัยก่อนถูกสุโขทัย
รุกราน นัคาราศรีดารมาราชาและบริเวณใกล้เคียง)
คนนี้พยายามจะกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลจักรวรรดิ์นิยมไทย
มีจุดประสงค์เพื่อกล่อมใจผู้ถูกกล่าวหาว่า กระทำทุกรูปแบบที่ทางการ
จักรวรรดิ์นิยมไทยถือว่ามีความผิดอันเนื่องมาจากมีผลกระทบต่อความมั่นคง
โดยตรงนั้น ให้คิดใหม่และหลอกตัวเองว่า หลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
และย้ำอีกว่าจะมีคณะกรรการที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการ 3 คณะ

คือ 1.คณะกรรมการรับการยอมจำนน
(เพื่อยุติการต่อสู้ตามหนทางของอัลลอฮผู้ทรงยิ่งใหญ่เหนือพื้นพิภพ)

2.คณะกรรมการทรมานกายและใจในรูปของการกลั่นกรองกลั่นแกล้ง
และสอบสวนพิเศษในรูปของการข่มขู่ต่างๆนานา

3.คณะกรรมการสยบลบหลู่แล้วทำทีเยียวยา โดยเฉพาะการเยียวยา
เพื่อกู้หน้าต่อผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่
ฝ่ายจักรวรรดิ์นิยมไทย โดยไม่ได้คำนึงถึงท่าทีความรู้สึกของผู้เสียหาย
แต่ประการใด ท้ายสุดจะถูกสั่งเข้ารับการอบรมล้างสมองในโรงเรียน
ที่ให้ชื่อสุดหรูว่า สันติสุข (จอมปลอม)

เพียงเท่านี้หรือที่นายถาวรทำได้ หลังกลับจากไปเที่ยวเตร่ที่ไอร์แลนด์เหนือ?
ทำไมไม่เปิดโปงด้วยว่าคนไอร์แลนด์เขาอยู่เย็นเป็นสุขได้อย่างถาวร
(ที่ไม่เสนเนียม)ได้ เนื่องจากพวกเขาสามารถปลดเปลื้องความคิดคลั่งชาติ
อย่างบ้าบิ่นหันหน้าไปสู่ความเป็นมนุษยธรรม?

ถ้าจะเริ่มแรกด้วยการเคารพในสิทธิอันชอบธรรมและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
อันดับแรกสุดจำเป็นต้องพิจารณาตนเองยุติการกระทำอันเป็นอันธพาล
ด้วยวาจาและการกระทำต่อชนชาวมลายูมุสลิมปตานีผู้รักสันติ
ณ ดินแดนที่พวกเขาตั้งสมญานามว่า ดินแดนแห่งสันติภาพ

อ่านข่าวสารนี้แล้วนึกไปถึงงบประมาณทหารปีละนับหมื่นล้านเฉพาะ 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้ งบลับกองทัพที่ประชาชนตรวจสอบไม่ได้
การค้าอาวุธเถื่อนและตลาดมืด ซึ่งไม่รู้ใครหรือนักการเมืองหน้าไหน
เกี่ยวข้องหรือได้ประโยชน์อยู่กับมันบ้าง
ทำเอาสงสัยว่า ยุทธการทางการทหารที่ใช้กันแบบนี้ เป็นยุทธการดับไฟใต้

หรือเลี้ยงไฟใต้ (ไว้ให้นานๆ) กันแน่ !!!...
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ