พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สอง เมื่อ 15 ปีที่แล้ว

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สอง เมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ตั้งหัวข้อ  lucky m. on Thu Aug 30, 2012 7:27 pm

จาก Facebook: https://www.facebook...326410544122518

วันมะรืนนี้ จะเป็นวันครบรอบ 15 ปี
ของการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไออานาแห่งแคว้นเวลส์ (วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.
2540) จึงขอนำเรื่องนี้มาเขียนและแปลให้ทราบถึง
จุดหันเหแห่งการเปลี่ยนแปลง (turning point) ของราชวงศ์อังกฤษ
ซึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อเวลาเกือบชั่วหนึ่งอายุคนแล้ว




-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



อ้างอิง: Speech following the death of Diana, Princess of Wales, 5 September 1997



หลังจากการ
สิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไออานา แห่งแคว้นเวลส์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.
2540 สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สอง แห่งสหราชอาณาจักร
ได้ทรงมีพระราชเสาวนีย์ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 5
กันยายน พ.ศ. 2540 ดังต่อไปนี้:


“ตั้งแต่ตอน
ที่เรา และรวมไปถึงทั่วทั้งประเทศสหราชอาณาจักรและทั่วทุกมุมโลก
ได้เรียนรู้ถึงข่าวอันน่าสะเทือนใจเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ซึ่งได้กล่าวบรรยายอย่างเกินพรรณาในความเศร้าสลดต่อการเสียชีวิตของไดอานา


พวกเราทั้ง
หมด ต้องทำใจตอบรับกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ด้วยวิธีการต่างๆ กัน
มันไม่เป็นเรื่องที่ง่ายนัก ต่อการกล่าวให้ทราบถึงความรู้สึกที่สูญเสียไป
เริ่มตั้งแต่ข่าวที่สร้างความตกตะลึงเมื่อได้ยินในครั้งแรก
ซึ่งบ่อยครั้งแล้ว มันจะมีเรื่องความรู้สึกหลายๆ
อย่างติดตามกันเข้ามาในความรู้สึกนึกคิด เป็นต้นว่า:
การปฎิเสธว่ามันเป็นเรื่องจริง,
ไม่เข้าใจถึงรายละเอียดปลีกย่อยต่อเหตุการณ์นั้นๆ,
อารมณ์ที่เต็มไปด้วยความโกรธและความห่วงใยต่อบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
ความรู้สึกเหล่านี้ทั้งหมดได้เกิดขึ้นกับพวกเราเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา
ดังนั้น สิ่งที่ฉันจะกล่าวให้ท่านได้ทราบในขณะนี้
ในฐานะของตำแหน่งพระราชินีและฐานะที่เป็นคุณยายว่า
ฉันกำลังกล่าวออกมาจากเบื้องลึกของหัวใจ


อย่างแรกคือ
ฉันปรารถนาที่จะแสดงการสรรเสริญคุณงามความดีให้กับไดอานา
เธอเป็นมนุษย์ที่มีความพิเศษเป็นเลิศและมีพรสวรรค์อยู่ในตัวของเธอเอง
ไม่ว่ามันจะเป็นเวลาเธอมีอารมณ์ดีหรือเลวร้ายก็ตาม
เธอสามารถควบคุมตนเองได้ทุกขณะด้วยการหัวเราะและแสดงอาการยิ้มแย้มแจ่มใส
เรื่องเหล่านี้ยังไม่รวมไปถึงการสร้างความประทับใจให้กับทุกๆ คน
ที่ได้พบปะสนทนา ซึ่งเต็มไปด้วยความกรุณาปรานีและมิตรภาพอันแสนอบอุ่นของเธอ


ฉันขอชมเชย
และให้ความเคารพนับถือต่อตัวเธอ –
ในเรี่ยวแรงอันแข็งขันและความปรารถนาที่เธอต้องการช่วยเหลือให้ผู้อื่นประสบ
ผลสำเร็จ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการอุทิศเวลาให้กับลูกชายทั้งสองของเธอ
ในสัปดาห์นี้ที่บาลมอรัล เราทั้งหมดได้พยายามสร้างกำลังขวัญกำลังใจ
และปลอบโยนให้กับวิลเลี่ยมและแฮรี่
เพื่อให้เกิดความสงบจิตสงบใจต่อการยอมรับถึงการสูญเสียอย่างเลวร้ายที่เขา
ทั้งสองและพวกเราต้องทนทุกข์ทรมานทางใจเช่นนี้


ไม่มีใครที่
รู้จักไออานาแล้ว จะลืมเลือนเธอไปได้เลย
มีผู้คนอีกหลายล้านคนซึ่งไม่เคยพบเธอมาก่อนในชีวิต
ยังมีความรู้สึกว่าพวกเขาได้รู้จักกับเธอ
และรวมไปถึงการจดจำเรื่องราวของเธอใส่ไว้ในจิตใจด้วย
ฉันก็เป็นหนึ่งที่เชื่อว่า มันยังมีบทเรียนอันล้ำค่าหลายเรื่อง
ที่สามารถนำออกมาเรียนรู้จากชีวิตจริงของเธอและรวมไปถึงปฎิกิริยาที่สะท้อน
ให้เห็นอย่างน่ามหัศจรรย์และอารมณ์ความรู้สึกเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเธอ
ฉันขอตั้งปณิธานอย่างเดียวกันกับท่าน
ซึ่งสงวนไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำเกี่ยวกับเธอด้วย


ในนามของครอบ
ครัวของฉัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เจ้าฟ้าชายชาร์ล และ รวมไปถึง
วิลเลี่ยมและแฮรี่, เหตุการณ์ครั้งนี้มันยังเป็นโอกาสที่ตัวฉัน
จะต้องขอกล่าวขอบคุณทุกๆ ท่านที่นำเอาช่อและพวงหรีดดอกไม้นานาชนิด
รวมไปถึงการส่งข้อความแสดงความเสียใจและแสดงความเคารพของท่านด้วยวิธีการอัน
หลากหลายต่อบุคคลที่วิเศษสุดผู้นี้
การกระทำของท่านทั้งหมดที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาจิตนั้น
เป็นแหล่งพักพิงทางจิตใจที่ช่วยปลอบโยนให้เป็นกำลังขวัญกับพวกเราทุกๆ คน


เราขอส่งความ
อาลัยต่อการสูญเสียชีวิตไปยังกับครอบครัวของไออานา
และรวมไปถึงครอบครัวของผู้ที่สูญเสียชีวิตพร้อมกับเธอด้วย
ฉันรู้ว่าพวกเขาต้องการกำลังใจอันแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน
ซึ่งเกิดมาจากเหตุการณ์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
และเขาเหล่านั้นก็แสวงหาวิธีการที่จะรักษาเยียวยาความโศกเศร้า
และจากนั้นต้องเผชิญหน้ากับอนาคตซึ่งปราศจากบุคคลที่เขารักรวมอยู่ด้วย


ฉันหวังว่า
ในวันพรุ่งนี้ พวกเราทั้งหมดทุกคนไม่ว่าจะอยู่แห่งไหนก็ตาม
สามารถร่วมกันแสดงความไว้อาลัยต่อความเศร้าสลดในการจากไปของไดอานา
และแสดงการขอบพระคุณให้เห็นต่อสิ่งที่เธอได้กระทำไว้ต่อชาวโลกภายในระยะเวลา
อันแสนสั้น มันเป็นโอกาสที่จะแสดงให้ทั่วทุกมุมโลกได้เห็นกันว่า
ทั้งประเทศอังกฤษ มีความพร้อมใจกันอย่างกลมเกลียว
ในการไว้ทุกข์และแสดงความเคารพให้กับตัวเธอ


ขอให้ผู้ที่
เสียชีวิตจงได้พักผ่อนอย่างสงบและขอให้พวกเราทุกๆ
คนจงขอบคุณท่านพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงกรุณาส่งบุคคลผู้หนึ่งมาสร้างความสุขให้
กับผู้คนอย่างล้นเหลือ”



วิดีโอที่ออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ BBC:



----------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นของผู้แปล:

พระราชเสาวนีย์ฉบับนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ดิฉันได้ทราบมาเกี่ยวกับ ราชวงศ์ของประเทศอังกฤษ

มันเป็นที่รู้ๆ กันโดยทั่วไปว่า
ความสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สองกับเจ้าหญิงไดอานานั้น
ไม่ทรงเป็นที่ราบรื่นเท่าไรนัก
และสมัยเมื่อเจ้าหญิงไออานายังทรงมีชีวิตอยู่นั้น
ทั้งสองแทบจะไม่ได้พูดจาอะไรกันเลย

ความเป็นบุคคลชั้นสูงที่อยู่แต่ในหอคอยงา
ช้างและการปฎิบัติตัวของ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สองเอง
ทำให้พระองค์ไม่ได้เป็นที่นับถือในสายตาของประชาชน ส่วนเจ้าหญิงไอแอนา
ทรงเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับประชาชนเป็นอย่างมาก รวมไปถึงพระกรณียกิจต่างๆ
ที่มีความผูกพันกับผู้คนทั่วโลก
การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์นั้น ชื่อของเจ้าหญิงไดแอนา
จะขึ้นมาเด่นกว่าพระองค์อื่นๆ เสมอ เพราะพระองค์เพรียบพร้อมไปด้วยความสวย,
ความงาม, ความฉลาดรอบรู้ และอัธยาศัยที่เรียบร้อยแบบสุภาพสตรีอังกฤษ

เมื่อเจ้าหญิงไอแอนาสิ้นพระชนม์
ทางพระราชวังบักกิ้งแฮมไม่ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์โดยทันท่วงที
แต่อย่างใด การเพิกเฉยในเรื่องนี้
ก่อให้เกิดการวิพากย์วิจารณ์จากประชาชนอย่างเปิดเผยเป็นจำนวนมาก
รวมไปถึงความคิดเห็นในแง่ลบต่อทางสถาบันฯ
ความนิยมชมชอบต่อระบบกษัตริย์ได้หล่นฮวบลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เจ้าหญิงไดอานา ทรงเป็นเจ้าหญิงของประชาชน หรือ Princess’ People
และประชาชนของสหราชอาณาจักรไม่สามารถที่จะทนต่อการเฉยเมยแบบนี้ได้

เมื่อพุ่มดอกไม้, พวงหรีด,
จดหมายแสดงความอาลัยได้ถูกส่งมาสุมเป็นกองพะเนินอยู่ตรงหน้าพระราชวังเป็น
เวลาอีกหลายวันต่อมา จนในที่สุด
เสียงร้องของประชาชนก็สามารถล่วงเข้าไปถึงทางฝ่ายพระราชวังบักกิ้งแฮม
จึงมีการตัดสินใจให้สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สอง
เสด็จออกมาแถลงเรื่องของเจ้าหญิงไดอานาต่อประชาชน
ในเรื่องของบุคคลสำคัญในพระบรมวงศานุวงศ์ได้สิ้นพระชนม์
เราถึงได้เห็นพระองค์ทรงออกทีวีในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา

เพื่อนจากประเทศออสเตรเลียที่เคยทำงานด้วย
กัน เคยกล่าวกับดิฉันว่า เมื่อตอนที่เจ้าหญิงไดอานา สิ้นพระชนม์นั้น
เขาทราบข่าวจากทางอินเตอร์เนทด้วยการอ่านข่าวจากเวปของ Yahoo
หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงไม่ถึงสองชั่วโมงเสียด้วยซ้ำไป
และข่าวการเสียชีวิตของพระองค์ได้กระจายออกไปทั่วโลกเพียงไม่ถึงสามชั่วโมง

ความคิดเห็นจากเพื่อนดิฉันกล่าวว่า
นี่เป็นเหตุการณ์อันสำคัญต่อการสื่้อสารในโลกอินเตอร์เนทก่อนเรื่อง Y2K
และเมื่อประชาชนที่ทราบเรื่องนี้
ไม่ได้เห็นการแถลงข่าวจากพระราชวังบักกิ้งแฮมอย่างทันท่วงที
อีเมล์ได้ถูกส่งเข้ามาเป็นจำนวนมากที่เวปไซค์ของสำนักพระราชวังในเวลานั้น
จนกระทั่งเวปล่มลงไป จำนวนเมล์จดหมายแสดงความเสียใจ
ได้ถูกส่งเข้ามากับครอบครัวเสปนเซอร์
และกับลูกชายของพระองค์อีกหลายล้านฉบับจากทั่วทุกหัวระแหง

เรื่องของเจ้าหญิงไดอานา
ก่อให้เกิดเหตุการณ์เหมือนกับ “สึนามิ” ภายในพระราชวังบักกิ้งแฮม
เพราะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่ทำให้พระบรมวงศานุวงศ์เริ่มลดตัวลงมาแบบ
“ติดดินเหมือนมนุษย์ธรรมดาสามัญ” เริ่มให้ความเป็น “กันเอง”
กับประชาชนในสหราชอาณาจักรมากขึ้น เหตุการณ์ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป
โดยเฉพาะตัวของ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สองเอง
พระองค์ได้ทรงเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตเป็นแบบสมถะมากขึ้น
ความฟุ่มเฟือยต่างๆ ที่เคยเป็นอยู่ได้ถูกลดจำนวนลง รวมถึงข้าราชบริพารต่างๆ
มีข่าวออกมาอีกหลายเรื่อง เกี่ยวกับ การเปิด heater
เพื่อความอบอุ่นในฤดูหนาว และการเสด็จพระราชดำเนินออกไปสู่ท้องถิ่นต่างๆ
ด้วยการตีตั๋วรถไฟแบบประหยัด
มีการตัดงบประมาณจากภาษีของประชาชนที่ส่งไปให้สำนักพระราชวัง
โดยอนุญาตให้ทางฝ่ายวังฯ หารายได้ด้วยการเปิดปราสาทต่างๆ ให้เช่าในชนบทแทน
และ ตลอดจนเก็บค่าผ่านประตูเข้าชมพระตำหนักหลายๆ แห่งด้วย (http://www.royalcoll...plan-your-visit)

ส่วนเจ้าชายวิลเลี่ยมกับเจ้าชายแฮรี่
ซึ่งเป็นลูกชายทั้งสองของเจ้าหญิงไดแอนา ก็ได้ปฎิบัติตนเองอย่างง่ายๆ
ไม่ต่างกับสามัญชนเท่าไร เป็นต้นว่า
เจ้าชายวิลเลี่ยมทรงออกไปบรรทมกับผู้คนจรจัด หรือเจ้าชายแฮรี่
ทรงออกไปสู้รบให้กับกองทัพอังกฤษในเขตแนวหน้า
การปฎิบัติเหล่านี้มาเป็นระยะเวลาหลายปีได้สร้างความประทับใจกับประชาชนชาว
อังกฤษเป็นอย่างดี

ดิฉันคิดว่า
เรื่องอีเมล์ที่ส่งเข้ามาแสดงความเสียใจและแสดงความโกรธแค้นต่อการเฉยเมยต่อ
ฝ่ายสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สองนั้น เป็น “การปลุกให้ตื่นตัว” หรือ
wake-up call
ครั้งสำคัญที่ทางฝ่ายสำนักพระราชวังเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสาร
ทางอินเตอร์เนท
รวมไปถึงการกระจายข่าวให้กับประชาชนได้ทราบเกี่ยวกับของพระบรมวงศานุวงศ์
เป็นระยะๆ

เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก
ประชาชนสามารถจดจำเหตุการณ์ของพระองค์ได้ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง
แต่สิ่งที่น่าสังเกตุคือ
เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์สามารถตรวจสอบถึงความโปร่งใสได้ว่า
เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ดังนั้น
จะไม่มีการประโคมข่าวหรือนั่งเทียนเขียนแต่งเรื่องราวขึ้นมาเป็นตุเป็นตะ
เพื่อทำการสรรเสริญเยินยอใดๆ
เพราะมันไม่คุ้มกับการเสื่อมเสียพระเกียรติและชื่อเสียงของทางฝ่ายราชวงศ์
เอง

และที่สำคัญที่สุดคือ
เราต้องให้เครดิทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอุปนิสัย
กับสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สองเสียด้วยซ้ำไป
เพราะถีงแม้ว่าจะมีข้าราชบริพารแนะนำสิ่งที่ดีๆ ให้กับพระองค์
แต่ถ้าพระองค์ไม่ทรงกระทำตามหรือไม่ตัดสินพระทัยด้วยตัวพระองค์เอง
มันก็ไม่สามารถทำให้เกิด “การเปลี่ยนแปลง” ได้
สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สอง ทรงเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง
รวมไปถึงมีการตรวจสอบเรื่องราวของพระองค์ได้อย่างโปร่งใส เรื่องแบบนี้
ได้สร้างความเลื่อมใสของประชาชน
ให้กลับคืนเข้ามาสู่พระราชสำนักอีกครั้งหนึ่ง

ดิฉันคิดว่า
ชื่อเสียงของราชวงศ์อังกฤษได้กลับคืนมาได้
เพราะการเปลี่ยนแปลงการปฎิบัติตัวของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สองเอง
รวมไปถึงข่าวของเจ้าชายวิลเลี่ยมกับเจ้าชายแฮรี่ด้วย (ถึงแม้
เรื่องบางอย่างอาจจะไม่ค่อยจะดีนัก)
เรื่องเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงของคำว่า “สูงสุดสู่สามัญ”
จริงๆ

เมื่อเวลา 15 ปีผ่านไป
การเยียวยาและแผลทางใจได้หายไปอย่างหมดสิ้น
ประชาชนทราบถึงการใช้จ่ายและงบประมาณที่ให้กับทางฝ่ายสำนักพระราชวัง
และรวมไปถึง การปรับตัวเองให้เข้าสู่โลกสมัยใหม่ของศตวรรษที่ 21
ทำให้ค่าความนิยมได้กระเตื้องขึ้นทีละนิดๆ จนเมื่อไม่นานมานี้
มีการเฉลิมฉลองด้วยการแห่เรือที่แม่น้ำเทมส์ รวมไปถึง
ภาพการกระโดดร่มของ(ตัวแทน)
พระราชินีในตอนเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่กรุงลอนดอนด้วย
ซึ่งสร้างความประทับใจกับผู้ชมได้อย่างไม่รู้ลืม

จากสำรวจโพลล์ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม
2555 ในเรื่องของ ความนิยมชมชอบต่อทางฝ่ายสถาบันฯ ของสหราชอาณาจักรเอง
ก็คงจะทราบดีแล้วว่า ประชาชนในประเทศอังกฤษอย่างน้อย 2 ใน 3
ให้การสนับสนุนกับทางฝ่ายสถาบันฯ อย่างต่อเนื่อง

ราชวงศ์ของประเทศอังกฤษได้เรียนรู้สิ่งที่
สำคัญเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา
ด้วยบทเรียนอันล้ำค่าด้วยการแลกกับชีวิตของพระบรมวงศานุวงศ์ท่านหนึ่ง
จนฝ่ายราชวงศ์เองจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับกับเหตุการณ์ในยุค
สมัยโลกาภิวัฒน์เพื่อให้สถาบันฯ
สามารถคงอยู่ได้ในวันเวลาปัจจุบันและยืนหยัดต่อไปในอนาคตนั่นเอง

May the Princess rest in peace. Thanks for the memories. You will never be forgotten.

Doungchampa Spencer

----------------------------------------

บทความเกี่ยวเนื่อง:

บทความ: การปรับตัวให้เข้ากับโลกาภิวัฒน์ คือหนทางที่สามารถอยู่รอดได้

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=315458675217705

https://www.facebook...279119795518260
avatar
lucky m.
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 2803
Join date : 12/06/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ