"วาทตะวัน" โต้ "นายกบาลถอก" (คณิตณนครบาล)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

"วาทตะวัน" โต้ "นายกบาลถอก" (คณิตณนครบาล)

ตั้งหัวข้อ  goosehhardcore on Tue Sep 25, 2012 10:09 am

"วาทตะวัน" โต้ "นายกบาลถอก" (คณิตณนครบาล)

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

สัปดาห์นี้ แม้จะมีคอลัมน์อื่นเตรียมไว้ แต่ต้องพักไว้ก่อน
เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ จะเสนอบทความอย่างอื่นคงไม่ลงตัวเหมาะเจาะ
เท่ากับการเขียนวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 17 ก.ย.55
ของ นายคณิต ณ นคร ผู้ซึ่งเพื่อนผมคนหนึ่ง
ซึ่งคลุกคลีกับงานปราบปรามยาเสพติดมานาน ได้ให้ฉายาแกอย่างน่ารักน่าชัง
ว่า
"นายกบาลถอก"
(เอาไว้เวลาผมเขียนเรื่อง "ยาเสพติด" จะอธิบายถึงที่มาของฉายานี้)



นายกบาลถอกปอกเปิกคนนี้
ได้ออกมาเกริ่นเรื่องที่ตนเองในฐานะที่ตัวเองเป็นประธาน คอป.
หรือคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ!
จะแถลงข่าวข้อสรุปของคณะกรรมการ ก่อนมีการแถลงอย่างเป็นทางการ
กรรมการคณะนี้ ตั้งขึ้นโดยรัฐบาล นายมาร์ค หัวปลอก ตั้งแต่ ปี
พ.ศ.2553 หลังเหตุการณ์ "ฆ่าหมู่" ประชาชนชาวไทยบนถนนราชดำเนิน
และราชประสงค์ ที่ศาลอาญาได้ชี้ขาดไปเมื่อต้นสัปดาห์แล้ว 1 คดี ว่า
เป็นการกระทำของ...เจ้าหน้าที่รัฐ!!
ก่อนหน้าที่ "นายกบาลถอก"
จะออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการตามวันที่กำหนดไว้ เจ้าตัวคง "เงี่ยน" มาก
หรืออย่างไร ไม่อาจทราบได้
จึงได้ออกมาโหมโรงแพลมเรื่องที่กำหนดจะแถลงกับสื่อที่ตนคุ้นเคย ว่า
สิ่งที่จะแถลง มีกี่หัวข้อ เรื่องอะไรบ้าง!!!

สถานีโทรทัศน์ที่ "จองล้างจองผลาญ" รัฐบาลยิ่งลักษณ์ฯ
(เหมือนเป็นคู่อาฆาต มาแต่ชาติปางก่อน) คือ ไทยพีบีเอส
ทำให้ผมได้ดูนายคณิตณนครบาล ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวตอนเช้าๆ ของวันจันทร์
ที่ 17 กันยายน 2555 ซึ่ง "นายกบาลถอก" สรรเสริญถึงความเป็น statesman
ของนาย ปรีดี พนมยงค์ฯ
ทั้งยังได้ออกมาวางมาด สั่งสอนทักษิณ แต่ผมกลับเห็นว่า ไม่เข้าท่าเลย นั่นคือ ...
...แนะ "ทักษิณ" ให้เสียสละเพื่อชาติ ยุติบทบาทการเมือง
เพื่อความสงบของประเทศ!

ผมซึ่งนั่งดูรายการโทรทัศน์อยู่ ได้ยินดังนั้น
ควบคุมปากตัวเองไม่ได้ ด่าสวนกลับไปทันทีโดยอัตโนมัติ ว่า
"เพี้ยนหรือไง...ไอ้กบาลถอก!"
ไม่พูดเปล่าๆนะครับ แต่ผมพูดพร้อมกับยกมือขึ้น ชี้ไปยังจอทีวี
และสำทับต่อไปอีกด้วย ว่า
"มึงต้องเพี้ยนแน่ๆ ถึงได้แนะนำ...บ้าๆบอๆแบบนั้น!!"
ที่ผมโพล่งออกไปอย่างนั้น ด้วยเกิดอาการ "ฟิวส์ขาด"
อย่างกะทันหัน เพราะเห็นว่า "นายกบาลถอก"
พูดไม่ตรงความจริงที่เกิดขึ้น!!!

การที่ต้องระเห็จออกไปอยู่นอกประเทศ
ของนายปรีดีฯที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน มีอยู่ว่า...
นายปรีดีฯนั้น ต้องรีบออกจากประเทศไทย ด้วยเหตุเพราะเจ้าตัวได้
"ก่อการกบฏ" ขึ้นในประเทศ โดยมีบันทึกเป็นหลักฐานว่า
เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2492 นายปรีดีฯ กับพรรคพวก เรียกตัวเองว่า
"ขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์" ได้นำกำลังบางส่วนขบวนการเสรีไทย
กำลังบางส่วนจากเมืองจีน ผนวกกับกำลังของทหารเรือจำนวนหนึ่ง เข้ายึด
พระบรมมหาราชวัง และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง
(ชื่อเดิมของมหาวิทยาลัย) ตั้งขึ้นเป็นกองบัญชาการคณะปฏิวัติ
ตัวนายปรีดีฯ ซึ่งเป็น "หัวโจก" ในการยึดอำนาจครั้งนี้
ได้แต่งกายเป็นนายทหารเรือ พรางหน้าด้วยการติดหนวดเครา
และเป็นผู้นำกำลังเข้ายึด "วังหลวง" ด้วยตนเอง
ต่อมาจึงมีชื่อเรียกขานการกบฏครั้งนี้ ว่า
"กบฏวังหลวง"

นายปรีดีฯ ขนานนามโอเปอเรชั่นครั้งนั้น ว่า "แผนช้างดำ-ช้างน้ำ"
ตกค่ำๆได้เขาได้ออกประกาศถอดถอน รัฐบาลของ "จอมพล-คนปีไก่" ป. พิบูลสงคราม รวมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกหลายนาย
และได้ประกาศแต่งตั้ง นายดิเรก ชัยนาม
นักการทูตผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
พร้อมกับแต่งตั้ง พลเรือโท หลวงสินธุสงครามชัย (สินธุ์ กมลนาวิน)
ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ตอนนั้นผมยังเป็นเด็ก ในวันที่มีกบฏยึดวัง จำได้ดีว่า
รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะที่บ้านตัวเองดูวุ่นวาย สับสน ผู้ใหญ่หารือกันเครียด เนื่องจากบ้านของผม ตั้งอยู่ห่างจากวังหลวง
เพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น ท่านกลัวบ้านเรา...จะโดนลูกหลง!

การยึดอำนาจของนายปรีดีฯ ตอนต้นนั้น
ทำท่าจะชนะเพราะยึดสถานที่สำคัญได้หลายแห่ง ทั้งยังใช้ปืน ค. ยิงถล่ม
เข้าไปใน ร.พัน 1 ทำให้ทหารตาย 1 นาย และบาดเจ็บอีกหลายนาย
เมื่อฝ่ายรัฐบาลตั้งตัวติด ปฏิบัติการตีโต้ตอบ
โดยยกกำลังล้อมพระบรมหาราชวังด้วยกำลังยานเกราะ และทหารราบ ฝ่ายนายปรีดีฯ
ยิงออกมาจากวังหลวง และใช้ปืนบาซูกายิงรถถังของฝ่ายทหาร เสียหาย 1 คัน
หลังจากการประทะกันหนัก จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
(ตอนนั้นชั้นยศยังเป็น พล.ต.) ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการปราบกบฏ
ตัดสินใจเด็ดขาด สั่งการให้ทหารยานเกราะ ใช้ปืนใหญ่ประจำรถถัง
ยิงประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง
จนพังทลายลง!
จากนั้น นายทหารใหญ่เจ้าของฉายา "จอมพลสะดือแตก"
ได้ส่งกำลังทหารราบ กรูกันบุกเข้ายึดวังหลวง คืนจากฝ่ายนายปรีดีฯ
สามารถควบคุมสถานการณ์ และกวาดล้างปราบปรามฝ่ายกบฏพวกนายปรีดีฯ
ลงได้สำเร็จเด็ดขาด
ทำให้ "แผนช้างดำ-ช้างน้ำ" ของนายปรีดี เลยกลายเป็น "ช้างม่อย"
หรือ "ช้างลากเด๊ธ (สะมอเร่)" ไปเลย!

ฝ่ายนายปรีดี พนมยงค์ หัวหน้ากบฏ ผู้พ่ายแพ้แล้ว เห็นจวนตัว
เลยถอดเกือกคน หันไปใส่ตีนหมาแทน เพราะต้องโกยแน่บ
ออกนอกราชอาณาจักร หนีซอกซอนไปอยู่ต่างประเทศ
โดยไม่หันกลับ มาประเทศไทยอีกเลย!
ทั้งนี้ "นกรู้" อย่างนายปรีดีฯ เกรงชีวิตตัวเองและครอบครัว
จะไม่ปลอดภัย เพราะฝ่าย จอมพล ป.พิบูลสงคราม
ได้ประกาศหนักแน่นทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เพียงสามวันก่อนการ
"กบฏวังหลวง" เนื่องจาก "จอมพลตราไก่" แว่วข่าวว่านายปรีดีฯ
เหิมเกริมหนัก จะเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล
คำประกาศนั้น มีอยู่ว่า

"เลือดไทยเท่านั้น ที่จะล้างเมืองไทย...ให้สะอาดได้!!"

จอมพล ป.พิบูลสงคราม ไม่ใช่คนพูดเล่น ดังนั้น พรรคพวกนายปรีดีฯ
ซึ่งเป็นคนสำคัญหลายคน ไม่ว่าจะเป็น พ.ต.อ.บรรจงศักดิ์ ชีพเป็นสุข
อดีตผู้บังคับการสันติบาล และ พ.ต.โผน อินทรทัต
อดีตผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ ถูกตำรวจยิงตาย รวมอดีตรัฐมนตรี คือ
นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ อดีต ส.ส.อุบล และรัฐมนตรีหลายสมัย กับพวกรวม 4
นาย ซึ่งใกล้ชิดกับนายปรีดีฯ ก็พลอยถูกยิงตายไปด้วย

เมื่อข้อเท็จจริง เป็นอย่างที่เล่ามา ผมจึงต้องขอถามนาย
"กบาลถอก" ว่า
หากตัวเขาเป็นนายปรีดีฯ และโดน "คำตาย"
ของฝ่ายที่มีอำนาจอย่างนี้ อีกทั้งมีตัวอย่างให้เห็น คือพรรคพวกของตัว
ต้องถูกฆ่าตายไปหลายคน อันเป็นผลพวงจากการพ่ายแพ้ในการยึดอำนาจ
แล้วอย่างนี้ นายปรีดีฯ ยังคิดจะหวนกลับเข้ามาในประเทศ
ให้โดน "ฆ่า" อย่างนั้นหรือ!?


ข้อเท็จจริงก็เห็นกันจะจะอย่างนี้ แล้ว "นายกบาลถอก" จะมาพูด
"อวย" นายปรีดี แล้ว "เหยียบ" ทักษิณ ได้อย่างไรกัน!!!

ต่อจากนั้น คู่ปรับทางการเมืองคนสำคัญของนายปรีดีฯ คือ จอมพล
ป.พิบูลสงคราม ก็มีอำนาจต่อไปอีกหลายปี
นายปรีดีฯ จึงต้องหดหัวอยู่ต่างแดน ไม่กล้ากลับเมืองไทย!
ถัดจากจอมพล คนปีไก่ที่ถูกรัฐประหาร ต้องลงจากอำนาจ จอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์ ซึ่งนายปรีดีฯ ครั่นคร้ามยิ่งนัก ขึ้นครองบ้านเมืองเบ็ดเสร็จ
เมื่อ "จอมพลสะดือแตก" ถึงแก่อนิจกรรม จอมพลถนอม กิตติขจร
ซึ่งก็เสมือนเป็นทายาทฝ่ายทหาร ได้ขึ้นสู่อำนาจและปกครองประเทศ
ต่อไปอีกหลายปี

ครับ...ข้อเท็จจริงเป็นอย่างที่เล่ามาโดยสังเขป
ผมจึงขอฟันธงไปได้เลยว่า เหตุที่นายปรีดีฯ แกไม่กล้ากลับเมืองไทย
เพราะกลัวภัยร้ายแรง ที่จะมีมาถึงตนและครอบครัว
ผมไม่เห็นมันจะไปเกี่ยวอะไร กับความเป็น statesman
ของทักษิณตรงไหนเลย เพราะ...
นายปรีดีฯแกแค่ "หนีตาย" ไปซุกที่ปลอดภัย แล้วไม่กลับมาเมืองไทย
ก็เท่านั้นเอง!

อยากจะบอกให้ "นายกบาลถอก" ให้รู้เอาไว้ด้วยว่า
ในทัศนะส่วนตัวของ "วาทตะวัน" แล้ว ยังไม่เห็นมีใครที่หนวยเป็น "สเตทแมน"
ในบ้านเมืองของเราเลย
นายปรีดีฯ ที่ "นายกบาลถอก"ยกย่อง ว่าเป็น "สเตทแมน"นั้น
สำหรับผมแล้ว เห็นว่า แกเป็นแค่...
นักการเมือง ที่ "เงี่ยน" ในอำนาจ แค่นั้นเอง!
"เงี่ยน" อยากมีอำนาจ จนถึงขั้นพาพรรคพวกก่อการ "กบฏ"จนพ่ายแพ้ย่อยยับไป
มาถึงวันนี้ ผมเห็นว่าบ้านเมืองของเรา มีแค่...
"สเตทหมู" กับ "สเตทหมา" เท่านั้น!!
ใครอยากรู้ว่า เจ้า "สเตท" ที่ผมว่าคืออะไร ลองถามมา แล้วจะเฉลยให้ฟัง!!!

ดังนั้น "นายกบาลถอก" ที่ทำเป็นไม่เข้าใจความจริง
ดันทะลึ่งลอยหน้าลอยตา ออกมาแนะให้พ.ต.ท.ทักษิณฯ
ยุติบทบาททางการเมืองได้อย่างไรกัน ในเมื่อนายกฯ ทักษิณเป็น "ผู้นำ"
ของชาติไทย ที่เข้าสู่อำนาจตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตย
อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะประชาชนเลือกเข้ามา
ให้ทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง
ที่สำคัญคือ
คุณทักษิณฯมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น "นายกรัฐมนตรี"
ถูกต้องตามครรลองแห่งรัฐธรรมนูญทุกประการ ซ้ำยังเป็นฝ่าย "ผู้ถูกกระทำ"
ด้วยวิธีการรัฐประหาร ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ส่วนนายปรีดีฯที่นายคณิตฯณ ยกขึ้นเป็นตัวอย่างมาสั่งสอนนั้น
เป็นคนละเรื่องกัน เพราะตัวนายปรีดีฯ เป็นฝ่าย "ผู้กระทำ"
เพราะลงมือยึดอำนาจ โดยสถาปนาตัวเองเป็นหัวหน้าคณะผู้ยึดอำนาจ
แต่เมื่อทำไม่สำเร็จ...จึงกลายเป็น "กบฏ"
และเป็นที่ต้องการตัวมาลงโทษตามกฎหมาย
เพราะมีทหารบาดเจ็บล้มตายเพราะฝีมือแกและพรรคพวก
นายปรีดีฯทั้งกลัวตาย และกลัวโทษทัณฑ์ที่จะได้รับ
จึงหลบหนีไป...ก็เท่านั้นเอง!
มัน "ต่างกัน" มากนะ... "นายกบาลถอก" จงรู้ไว้ด้วย!!

พ.ต.ท.ทักษิณฯ นั้น ถูกกระทำรัฐประหาร
ในขณะอยู่ระหว่างการเดินทางออกนอกประเทศ
ไปปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติบ้านเมือง ในฐานะที่เขาเป็น
นายกรัฐมนตรี...ของประเทศไทย!
ในตอนนั้น มีข่าวที่รู้กันทั่วว่า ถ้าคุณทักษิณฯ
ไม่เห็นแก่ชาติบ้านเมือง เขาอยู่ในวิสัยที่สามารถจัดตั้ง
"รัฐบาลพลัดถิ่น" ได้ฉับพลันทันที
หากกระทำเช่นนั้น ความชุลมุนวุ่นวาย
จะต้องเกิดขึ้นในประเทศเราอย่างแน่นอน
เพราะเขาเป็นนายกฯที่มีผู้สนับสนุนมากมาย (ต่างจากนายปรีดีฯ
มีคนสนับสนุนเพียงน้อยนิด)
ผลการเลือกตั้งหลังการปฏิวัติ
เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์อย่างดี
เพราะพรรคการเมืองของเขา ย้ำชัยชนะซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งนี้
เนื่องจากพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้
ยังรักและศรัทธา ในตัวเขานั่นเอง!

ดังนั้น เมื่อได้รับการร้องขอ โดยมีการอ้างถึงสถาบัน ที่ทักษิณฯ
เคารพนับถืออย่างสูง ทั้งมีการสัญญิงสัญญากัน
อย่างมั่นเหมาะว่าจะไม่มีการ
จองล้าง...จองผลาญกัน!
พ.ต.ท.ทักษิณฯ จึงยินยอมไม่ตั้ง "รัฐบาลพลัดถิ่น"
เพราะเห็นแก่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เป็นสำคัญนั่นเอง!!

แต่...ฝ่ายทำรัฐประหาร คือ "ไอ้บัง กบฏ" กับไอ้
"หมอยที่มองไม่เห็น" (แต่คนก็รู้ว่า "หงอก") ซึ่งได้สุมกบาลกัน
ทำลายระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยของบ้านเมืองเราลง
กลับปฏิบัติการไล่ล่า รังแกพ.ต.ท.ทักษิณฯ และครอบครัว รวมทั้งพรรคพวก
โดยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ
คตสส. ขึ้นมา จัดการกับอดีตนายก
อย่างเอาเป็น...เอาตาย!

การตั้ง คตส.ขึ้นมานั้น เป็นการใช้กฎหมายอย่างมีเล่ห์กระเท่
ชนิดที่ไม่ปรากฏมาก่อน ในประวัติศาสตร์ของชาติไทยเรา
ทั้งนี้ เพราะ...
เป็นการนำคำสั่งของคณะรัฐประหาร ไป "ผูกโยง"
กับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
แต่ผมซึ่งรู้ทันความคิดของไอ้เวรพวกนี้
จึงได้พูดเรื่องนี้หลายครั้งหลายหน ในบทความต่างๆ
ซึ่งคงผ่านสายตาท่านผู้อ่านไปแล้ว
ผมขอยืนยันหนักแน่นว่า เป็นการใช้กฎหมายเพื่อ
จัดการกับคนๆเดียวเท่านั้น เป็นการไม่ชอบด้วย Due Process หรือ
ที่คณะนิติศาสตร์จุฬาฯ ใช้คำว่า
"ศุภนิติกระบวน"

ความเลวร้ายในการยอมรับอำนาจรัฐประหาร นั้น
ปรากฏแม้กระทั่งศาลฎีกาตั้งแต่ในอดีต ได้นำคำว่า "รัฐาธิปัตย์" หรือ
"รัฎฐาธิปัตย์" (แต่ละสำนักเรียน สะกดไม่เหมือนกัน)
ซึ่งไม่มีอยู่ในภาษาไทยมาใช้ในคำพิพากษาศาลฎีกา ภายใต้ความเชื่ออย่างผิดๆ
ว่า
ใครยึดอำนาจได้ ผู้นั้นเป็น "รัฐาธิปัตย์"
ซึ่งคำนี้หากแปลเป็นบาลี (ที่ต้องแผลงผันกัน หลายครั้งหลายหน ในการแปล)
ได้คำที่ใกล้เคียง ว่า
"พระราชาลัย"
ผมจึงตั้งคำถามนี้ในบทความ และเผยแพร่ไปยังนักกฎหมาย
และประธานศาลต่างๆ ไม่มีใครสามารถตอบผมได้สักคนว่า
การยึดอำนาจ 2549 นั้น เป็นการสร้าง "ไอ้บัง กบฏ"
ขึ้นเป็นพระราชา หรือ พระเจ้าแผ่นดินอีกองค์หนึ่ง ใช่หรือไม่?
เพราะถ้าใช่...
หัวหน้าคณะปฏิวัติต่อจากนี้ไป
จะมีฐานะเป็นพระเจ้าแผ่นดินอีกองค์หนึ่ง
เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว!!
จริงหรือเปล่าล่ะ!!!?

การรัฐประหารปี พ.ศ.2549 นั้น ผู้ทำรัฐประหาร
อาจได้เงินทองไปจำนวนมาก เพราะเบิกเงินจากคลังหลวงของชาติไป
โดยอ้างง่ายๆว่า เป็นค่าใช้จ่ายเคลื่อนกำลังออกมา เพื่อทำรัฐประหาร
แต่สิ่งที่ "ประจาน" ความชั่วร้ายของไอ้คนพวกนี้ คือ

เหล่าเมียๆของ ผบ.เหล่าทัพ ที่อยู่ในคณะผู้ยึดอำนาจ
ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น "คุณหญิง" แม้แต่คนเดียว
ซึ่งผิดไปจากธรรมเรียมภริยา ของ ผบ.เหล่าทัพก่อนหน้านั้น
จนผู้คนซุบซิบ และวิพากษ์วิจารณ์กัน ให้อื้ออึงไปว่า นี่เป็นเพราะ...

...เจ้านายท่านไม่สบพระทัย ในความประพฤติอันมิบังควรของ
ผบ.เหล่าทัพ ที่เข้าร่วมทำรัฐประหาร แย่งอำนาจไปจากประชาชน
ล้มล้างรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ...

สร้างความแตกแยกหนัก...ให้กับบ้านเมือง!!

ยิ่งไปกว่านั้น ผบ.เหล่าทัพยุคต่อมา ที่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการ
"สังหารหมู่" ประชาชน เมื่อเหตุการณ์ 2553 ทั้งที่เกษียณออกไป
และที่ยังอยู่ในราชการ รวมทั้งที่กำลังจะเกษียณอายุ

บรรดาเมียๆ ของพวกเขาเหล่านั้น ก็ยังเป็นแค่ "คุณนาย" เท่ากับ
"เมียคุณจ่า" เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม้แต่
พวกเมียๆผู้นำเหล่าทัพ ในยุคปัจจุบันด้วย!

นี่คือมุมมองของ "วาทตะวัน" คนเดียวโดดๆ ส่วนใครจะเห็นว่า "ผิด"
หรือเห็นแตกต่างไป โปรดแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง อย่างเสรีเต็มที่...
ไม่มีปัญหา!!

แต่...รับรองได้ว่า คนเขียนจะไม่มีวัน ลดราวาศอกในเรื่องนี้
และจะตอบโต้ด้วยสติปัญญา ที่มีอยู่แห่งตน อย่างเต็มพิกัด
เช่นเดียวกัน!!...

ครับ... NO พลอมแพลม!!!

........................

ท้ายบท หัวข้อที่ "นายกบาลถอก" นำเสนอ ที่เหลืออีก 5 ข้อ
เป็นเรื่องยิบย่อยมาก ทั้งพวกสันติบาลและมือข่าวเก่าอย่างผม เห็นว่า
คอป. ใช้วิธี "ตัดแปะ" ข่าวเปิดในสื่อต่างๆเสียส่วนใหญ่
มาจัดทำรายงานแบบขาดคุณภาพ สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ง่ายๆ
แต่เนื่องจากผมมีภารกิจกะทันหัน เลยขอนำเรื่อง statesman ของนายปรีดีฯ
ที่ผมเห็นว่า "นายกบาลถอก" จะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดมานำเสนอก่อน
หากท่านผู้อ่านยังสนใจ ผมก็จะ "ถลก" คณะกรรมการชุดนี้ ให้ฟังกันต่อไป!
ผมอยากจะบอกว่า

เห็นรายงานฉบับนี้แล้ว เสียดายเงินงบประมาณ
ที่ใช้จ่ายในการดำเนินการของ คอป. ที่นาย "กบาลถลอก" แถลงว่า
ใช้จ่ายเงินไปสูงถึง 65,261,587 บาท
(หกสิบห้าล้านสองแสนหกหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยแปดสิบเจ็ดบาท) จริงๆ!!!

**สำหรับบทความที่ท่านผู้อ่าน เรื่อง Due Process หรือ
"ศุภนิติกระบวน" ท่านสามารถหาอ่าน และทำความเข้าใจได้จาก
หลายบทความของผม ที่อธิบายคำนี้เอาไว้ เช่น
1. ชลิต พุกผาสุข 'กากตด' ที่ยังหลงเหลือของ ค.ม.ช.!!!
(http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=138)

2. บ้านเมืองของเรานั้น 'ความยุติธรรม'
ได้สูญสิ้นไปแล้ว!(http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=205)

3. ศาลไทย... ไม่ใช่ศาลทาส (นะโว้ย) !!!"
(http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=208)

4. คำพิพากษาศาลฎีกา ยกหัวหน้าคณะปฏิวัติ ขึ้นเป็น
'พระราชา'...จริงหรือ!!!?
(http://vattavan.com/detail.php?cont_id=340)

ฯลฯ

***อนึ่ง คอลัมน์สัปดาห์ก่อน "สปีช" เด็ดๆ
(นักการเมือง...ดูไว้นะ!) (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=386)
มีผู้โพสต์ความเห็น ดังต่อไปนี้

ความคิดเห็นที่ 1
วลีเด็ดประจำพรรษานี้ ขอมอบให้พรรคแมงสาบ
"หยุดความระยำทั้งหลายที่คิดจะทำ
เพื่อจะได้เป็นการสร้างเสริมบารมีแก่ตนเอง อานิสงส์ผลบุญที่สะสม
อาจส่งผลให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลอย่างมีเกียรติยศ กับเขาได้บ้าง"
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันปราศรัย 125.24.33.XXX

ความคิดเห็นที่ 2
like switzerland
โดยคุณ jeap @hot mail com 81.62.207.XXX

ความคิดเห็นที่ 3
เมื่อสามวันก่อนบังเอิญเปิดไปเจอคำกล่าวสุนทรพจน์ของ
ออง ซาน ซูจี ที่ประเทศนอร์เวย์ เมื่อ มิ.ย. ที่แล้ว
ซึ่งจัดให้เธอเป็นพิเศษในการรับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ
เป้นสุนทรพจน์ที่ดีมาก ๆ (พิธีกรใช้คำว่า lecture)
อยากเสนอให้นักการเมืองของไทยได้ดูได้ฟังบ้าง
เผื่อจะได้ช่วยปรับระดับความรู้สึกนึกคิดสู่มาตรฐานสากลกับเขาได้มากขึ้น
ไม่ใช่มัวแต่เปรอะอยู่กับเรื่องไร้สาระเช่นทุกวันนี้
โดยคุณ ผู้ใฝ่หาศีลธรรมจากนักการเมือง 124.122.76.XXX

ความคิดเห็นที่ 4
speech เด็ด ๆของผู้นำไทยที่เห็น ๆ ก็คงมีของท่าน
สมัครแหละที่กล่าวด่าไอ้ม๊ากว่า ไอ้มะม่วงจำบ่ม และผลก็ปรากฏในภายหลัง
จริง ๆ
โดยคุณ suaksai@thaimail.com 101.51.99.XXX

ความคิดเห็นที่ 5
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ติดตามตลอด
โดยคุณ เมย์ 115.87.169.XXX

ความคิดเห็นที่ 6
เมืองไทยมี "ดีแต่พูด" แต่ "พอพูดแล้วกลับ...ไม่ดี"
โดยคุณ speehless 125.25.159.XXX

ความคิดเห็นที่ 7
ชอบตรงอเมริกันไม่ต้องการตัวช่วย แต่พรรคดักดานบ้านฉัน
ต้องการตัวช่วยมากมาย ไม่อย่างนั้นตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะเสียงน้อยกว่า
โดยคุณ ต้องมีตัวช่วย ไม่งั้นอด 125.25.142.XXX

(คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ "วาทตะวัน" โต้ "นายกบาลถอก" (คณิตณ
นครบาล) ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 22 กันยายน 2555)
avatar
goosehhardcore
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 6012
Join date : 12/06/2010
ที่อยู่ : Bangkok Thailand

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ