รวมนิยายยอดฮิต จาก (ท่านพ่อจูมง)ตอนที่1

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

รวมนิยายยอดฮิต จาก (ท่านพ่อจูมง)ตอนที่1

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Oct 28, 2012 7:37 pm

อารัมบท(ตอแหล)

เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ติดตามนวนิยายของกระผม พ่อจูม่งมากกว่า 6หมื่นกว่าราย ทั่วทั้งโลก รวมถึงดาวอังคาร เด็กล้วงกระเป๋า แมงดาตามซ่อง แม่ค้ายาบ้าทั่วประเทศ ซึ่งมากว่าผู้ติดตามคลิปบันโพ๊ต ได้รวมตัวเรียกร้องให้กระผมทำการรวมเล่ม เพื่อทำการเผาทิ้งเอ้ยเพื่ออ่านให้ประเทืองหัวจ่าย กระผมจึงขอตอแหลซะหน่อยว่า กระผมไม่เคยรับเงินรับทองใดๆจากใครเลย เช่นเดียวกับบันโพ๊ต เพื่อนรักของกระผมเอง อีกทั้งเนื้อเรื่องก็มาจากมันสมองอันสุดปราดเปรื่องของกระผมเอง หลังจากได้ไปกินส้มตำปลาร้าที่ร้านสาวน้อยโบราณมา ทำให้กระผมเกิดจินตนาการอันไกลโพ้นไปถึง3ชาติ คือชาตินี้ ชาติหน้า และชาติโน้น กระผมจึงอยากให้ทุกท่านได้อ่านเพราะคาดว่าเมื่อเขียนรวมเล่มสมบูรณ์แล้ว น่าจะเป็นนิยายสุดคราม่าน่าเผาทิ้งเป็นที่สุด

กระผมจึงขออาราธนาขอองค์ศักดิ์สิทธิ์ องค์ฮกไท้ล้วงฮ่องเต้ องค์เซียวเล่งนึ้ง หลวงปู่โตวัดหน้าตั้ง องค์พระหนีกระจาย จงเป็นพยาน หากมีบุคคลใดเอานิยายของผมไปแปลและลงนิตยสารต่างประเทศ โดยไม่ได้มาเลี้ยงไอติมแก่กระผม ขอให้บุคคลนั้นแทงหวยไม่ถูก หรือเล่นบอลก็ถูกแดก ไป3 งวดซ้อน เพี้ยง!


ตอนที่1 มีตั๋วดูลิเกหรือยัง

พลันที่งานเฉลองกินเจได้เริ่มขึ้น เสียงของระนาด ฉิ่งฉับจากโรงลิเกในงาน ก็ก้องกังวาลไปทั่ว ทั้งสุนัขชรา หางด้วน และสุนัขขี้เรื้อน ก็สอดประสานขานรับจ้าวของโรงลิเกอย่างพร้อมเพรียง นกแสกที่เกาะบนหลังคาโรงลิเกบ่นพึมพำด้วยความหนวกหูว่า “เซ็งโว้ย.ตรูไปแดกเจที่ปักกิ่งก่อนดีกว่า เอิ๊กๆ”

เหล่ เด็กเก็บตั๋วพร้อมลูกสมุนคุมโรงลิเก รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้น เพราะหมายถึงรายได้ก้อนใหม่ ทันทีที่จ้าวของโรงลิเกร่ายรำออกมา พวกแม่ยกทั้งหลายในชาติที่แล้วที่เกิดเป็นควายไม่ทัน จะได้ยินดีปรีดาพร้อมคล้องพวงมาลัยให้แก่จ้าวของโรงลิเกคณะตอแหลแลนด์ เหล่เด็กเก็บตั๋วเลยไม่ค่อยจากังวลใจนักถึงแม้จะมองตั๋วไม่ชัด เพราะตาซ้ายและขวาไม่ประสานเป็นหนึ่งเดียว

สิ่งที่กังวลใจเป็นอย่างยิ่งต่อจ้าวของโรงลิเกหลายปีที่ผ่านมา” เรตติ้งตก “ คนดูเริ่มไม่ประทับใจชุดลิเก เนื่องมีไม่ครบสี ขาดสีแดง ซึ่งเป็นสียอดฮิตของผู้คนในท้องตลาด แม้จะยัดเยียดให้ดูฟรี ทั้งทีวี ภาพยนต์ ผู้คนก็ยังไม่สนใจจนมีคนรำพันไปทั่ว “เอาขี้หมามาแลกกูก็ไม่ยอม” ทำให้เหล่เกิดอาการฉุนเฉียวบ่นไปทั่วว่า น้ำยาล้างตายี่ห้อ”ทักซีนม่า”ร้ายกาจระบาดไปทั่ว อีกทั้งจ้าวของโรงลิเกก็เป็นโรคภูมิแพ้สีแดง

ทันทีที่ฝูงสุนัขในโรงเจเห่าหอนแข่งกับเสียงระนาดจบ จ้าวของโรงลิเกก็เริ่มออกแสดง “เปลี๋ยนไป” ผู้คนเริ่มบ่นพร้อมกับพวกแม่ยกโง่ๆทั้งหลายว่า” ไม่ร่ายรำ ไม่ร้อง นั่งมา มีหมานำ” ทำให้แม่ยกทั้งหลายงุนงน ดูไม่รู้เรื่องว่าจะแสดงในท้องเรื่องอะไร เอิ๊กๆ

รักนะจรุฟๆ
พ่อจูม่ง
ประธานชมรม แดงเทียม แดงหาแดก แห่งประเทศไทยในพระราชาชูรส


แก้ไขล่าสุดโดย Mamhablue เมื่อ Sun Oct 28, 2012 7:47 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอนที่ 2 หมาข้างโรงลิเก

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Oct 28, 2012 7:38 pm

ตอนที่ 2 หมาข้างโรงลิเก

ชาวบ้านข้างโรงเจยังรู้สึกหวั่นใจไม่หายที่ตลอดเมื่อ5ปีที่ผ่านมา ทั้งหมาขี้เรื้อน หมาหางด้วน หมาจรจัด ที่ติดตามจ้าวของโรงลิเกตอแหลแลนด์ ยามที่ออกแสดงลิเกไปทั่วตามเทศกาลงานต่างๆ ทำความรำคาญแก่ชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง ไอ้แดงเด็กขายลูกชิ้นปิ้งข้างโรงลิเก ได้บ่นพึมพำกับชาวบ้าน นั่นไงหอนมากันแล้ว กูจำเสียงได้พร้อมเล่าให้ฟัง

ไอ้เป๋ง หมาวัยชราใกล้ชิดและรับใช้จ้าวของโรงลิเกมานาน เสียงหอนเบาๆ แต่ยังคงมีพลังอำนาจ ในบรรดาหมารอบๆโรงลิเกทั้งหมด อ้ายเป๋งเป็นหมาตัวผู้ สมัยมันเป็นหมาหนุ่ม เกิดอุบัติเหตุ ทำให้กะเจี้ยวอ้ายเป๋งมันใช้การไม่ได้และต้องถูกตัดออกไป มันเลยพิการไม่มีผู้สืบทอดสายพันธ์ อ้ายเป๋งก็เลยต้องใช้วิธีการให้หมาตัวอื่นกะเด้ามันทางตูด ทำให้อ้ายเป๋งคลายอาการติดสัดลงไปได้บ้าง นับแต่นั้นมาอ้ายเป๋งเลยมีจิตใจที่ผิดปกติ พิกลพิการ ขี้น้อยใจ ขี้อิจฉา แต่ด้วยความซื่อสัตย์ จ้าวของโรงลิเกก็ยังคงเอ็นดูเลี้ยงมันมา เพื่อกำราบหมาตัวอื่นที่ไม่เชื่อฟัง

ไอ้ลิ่ม หมาปากเปราะจากเมืองจีน มีคนเล่าว่าคนจีนที่มาร่วมงานกินเจคราก่อนได้นำมันมาปล่อยไว้ในโรงเจ เมียจ้าวของโรงลิเกเห็นและชอบมันมาก ชอบเอาไปนอนด้วย ไอ้ลิ่ม มีนิสัยขี้ประจบ ชอบเลียและเอาใจเมียเจ้าของโรงลิเก จนเมียจ้าวของโรงลิเกหลงมันมาก ไอ้ลิ่มเป็นหมาพันธ์ปากเปราะ ปากเสีย ชอบเห่าอย่างไม่มีเหตุผล ต้องการอวดให้หมาตัวอื่นเห็นว่าเป็นหมาที่โปรดปราณของเมียเจ้าของโรงลิเก เพื่อที่หมาตัวอื่นจะได้คล้อยตาม ค่ำคืนหนึ่ง ไอ้ลิ่มเคยแอบไปเลียเมียเจ้าของโรงลิเกขณะที่กำลังมึนเมา เจ้าของโรงลิเกรู้เรื่องเลยไม่กล้านอนกับเมียมานับแต่นั้น เพราะหวาดผวากลัวน้ำลายของไอ้ลิ่มตามตัวของเมียจะมีเชื้อหมาบ้า เจ้าของโรงลิเกเลยหันไปหานางรำในโรงลิเกเพื่อหลับนอนแทน นับแต่เมียเจ้าของโรงลิเกล้มเจ็บลง ไอ้ลิ่มก็เลยเป็นหมาจรจัด เร่ร่อน ไปทั่วโรงเจ ได้รับเศษอาหารจากเจ้าของโรงลิเกเป็นครั้งคราว

ไอ้อ้าย หมาหางด้วนถูกผูกข้างรั้วโรงลิเก เป็นหมาพันธ์ดุที่เจ้าของโรงลิเกเลี้ยงเอาไว้เพื่อเฝ้ารั้วโรงลิเก ป้องกันชาวบ้านปีนเข้ามาดูลิเกฟรี นิสัยปากเปราะเหมือนไอ้ลิ่ม แค่ชาวบ้านเดินไปตามถนนข้างรั้ว ไอ้อ้ายมันก็เห่าเสียแล้ว ชาวบ้านรู้สึกรำคาญเสียงมันเป็นอย่างยิ่ง อยากจะเอาด้ามไม้กวาดฟาดหัวมันสักครั้ง แต่ก็ยังเกรงใจเจ้าของโรงลิเก การที่เจ้าของโรงลิเกล้มป่วยและใกล้ตายครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านในโรงเจ ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง เพราะไอ้อ้ายเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ชาวบ้านเตรียมเอาไม้ฟาดหัวกะบาลและรุมกระทืบ จากการที่หางไอ้อ้ายมันด้วน ทำให้ไอ้อ้ายพยายามเห่าหอนให้หมาละแวกใกล้เคียง เห็นดีเห็นงามไปด้วยว่าเป็นหมาหางด้วนจะทำให้ปกป้องรั้วโรงลิกเกได้ดีกว่าเพราะไม่ต้องมีหางเกะกะ

ไอ้ล่อง หมาขี้เรื้อน สภาพผอมโซ เป็นหมานิสัยประหลาด กินแต่ผัก กลัวน้ำจนขึ้นสมอง ไม่ชอบสมสู่กับหมาตัวเมียอย่างเปิดเผย ชอบทำตัวให้หมาตัวอื่นเห็นว่าเป็นหมามีสกุล มีระดับ นิสัยเป็นหมาปากดี แต่ขี้ขลาด ทุกครั้งที่เห็นหมาตั้งวงจะกัดกัน ไอ้ล่องจะหางตกหนีเข้าไปอยู่ท่ามกลางหมาตัวเมียหรือแอบไปอยู่ใต้ถุนเพิงหลังโรงลิเกทุกที พอเห็นว่าภัยหมดไป ไอ้ล่องก็จะออกมาทำเป็นปากดี เห่าทุกครั้ง เป็นที่ขบขับแก่ชาวบ้านข้างโรงลิเกยิ่งนัก ไอ้ล่องมันยังมีฝูงหมาที่มันต้องดูแลอีกหลายตัว ทำให้อาหารไม่ค่อยจะพอกิน มีครั้งนึงที่ไอ้ล่องได้เข้าไปในตลาดและเจอร้านขายข้าวมันไก่ เจ้าของร้านซื่อ ตาทัก ไอ้ล่องมันเดินเวียนอยู่หน้าร้านข้าวมันไก่แทบทุกวัน เพื่อขอเศษกระดูกไก่เอาไปให้เพื่อนของมัน จนตาทักรู้สึกรำคาญเลยเตะชายโครงไอ้ล่อง พร้อมบ่นว่า “ไอ้ส้งติง มาขอได้ทุกวัน ทำให้กูไม่ต้องทำมาหาแดก” นับแต่นั้นมาไอ้ล่องมันเลยผูกใจเจ็บตาทัก ทุกครั้งที่ชาวบ้านพูดถึงตาทักเจ้าของร้านข้าวมันไก่ ไอ้ล่องมันจะตาขวาง น้ำลายฟูมปาก เห่าชาวบ้านไปทั่ว

ไอ้สาย หมารูปชั่วตัวดำ จำได้ว่า หลานเจ้าของโรงลิเกไปเที่ยวแถวชายแดนเขมรแล้วเก็บมาเลี้ยงหลายปีแล้ว นิสัยของไอ้สาย ชอบทำอะไรโง่ๆ ขี้เกียจ วันๆหมดไปกับกินขี้ปี้นอนเท่านั้น แต่มันก็เป็นที่ชื่นชอบของหลานเจ้าของโรงลิเก ทำให้ไอ้สายมันรู้สึกลำพอง เห่าชาวบ้านไปทั่ว เห่าจนตัวมันประสาทเสียไปข้างนึง แค่ได้ยินแมลงวันยืนฉี่ข้างรั้วโรงลิเก มันก็เห่าแล้ว ทำตัวได้สถุล เยี่ยงหมาๆเก็บมาเลี้ยง เป็นที่น่ารังเกียจของชาวบ้านรวมกระทั่งไอ้แดงเด็กขายลูกชิ้นปิ้ง ไอ้แดงเคยวางแผนจะเอาไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มปากมันหลายครั้ง แต่ก็ยังกลัวอิทธิพลของเจ้าของโรงลิเกจะทำให้มันไม่สามารถเข้ามาขายลูกชิ้นได้อีก

ไอ้มัก เพื่อนสนิทเจ้าของโรงลิเกได้นำมันมาฝากให้เลี้ยงตั้งแต่มันตัวเล็กกว่าส้นตีน เพื่อนคนดังกล่าวได้โม้โอ้อวดสรรพคุณซะเลิศเลอว่าเป็นหมาเชื้อนอกพันธ์ดี มีเพดดิกรีจากประเทศอังกฤษรับรองว่าเป็นหมาฉลาด ไอ้มักจัดได้ว่าเป็นหมารูปหล่อ ทำให้มีหมาสาวๆพร้อมจะให้มันสมสู่มากมาย เจ้าของโรงลิเกเลยหมายมั่นให้มันคอยอยู่หน้าโรงลิเกเพื่อล่อตาล่อใจแก่พวกแม่ยกโง่ๆทั้งหลายเมื่อ 2ปีก่อน ไอ้มักแสดงธาตุแท้ความเป็นหมาโง่ๆออกมา โดยการไล่กัดชาวบ้านที่ไม่ชอบคณะลิเก ไอ้มักมันคิดว่าเจ้าของโรงลิเกจะปกป้องมันให้รอดพ้นจากตีนชาวบ้านที่จ้องกระทืบมันได้ หลายครั้งที่ชาวบ้านจับได้ว่าไอ้มักเป็นเพียงหมาชั้นต่ำ และใช้เพดดีกีรปลอมเพื่อตบตาเจ้าของโรงลิเก เพราะมันชอบไปนอนกับพวกตัวเหี้ยในป่าข้างโรงเจ ไอ้มักมันก็ไม่สนใจสายตาที่จ้องมองจากชาวบ้าน หนำซ้ำมันยังเห่าสวนได้เป็นวรรคเป็นเวร ไอ้มักจึงเป็นเป้าหมายต้นๆตัวนึงที่ชาวบ้านอยากจะถีบมากถ้าเจ้าของโรงลิเกตาย

ไอ้เถือก ชาวบ้านข้างโรงลิเกต่างสงสัยมานานว่า มันเป็นหมาหรือตัวเหี้ยกันแน่ ลักษณะการเดินไม่เหมือนหมาทั่วไปมันเดินขาค่อมไปมาเหมือนตัวเหี้ยมากกว่า เวลาจะเห่าหอนก็ชอบแลบลิ้น แผล่บๆ ออกมา เป็นที่น่าสังเวชแก่ชาวบ้านที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง ไอ้เถือกมันชอบสมสู่กับหมาตัวเมียไปทั่วโรงเจ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ไอ้เถือกมันเป็นเพื่อนกับไอ้มัก และคอยปกป้องไอ้มักจากการรุมกระทืบของชาวบ้าน โดยการที่มันแกล้งทำน้ำตาไหลเวลาจวนตัวจากการถูกกระทืบ ในวันที่ไอ้มักมันไปไล่กัดชาวบ้านเมื่อ 2ปีก่อน ไอ้เถือกมันก็วงทำเรื่องชั่วๆไปกับไอ้มักด้วย

รักนะจรุฟๆ
พ่อจูม่ง
ประธานชมรม แดงเทียม แดงหาแดก แห่งประเทศไทยในพระราชาชูรส


แก้ไขล่าสุดโดย Mamhablue เมื่อ Sun Oct 28, 2012 7:47 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอนที่3 เรื่องหนักใจของเจ้าของโรงลิเก

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Oct 28, 2012 7:39 pm

ตอนที่3 เรื่องหนักใจของเจ้าของโรงลิเก

เมื่อหลายปีก่อน สมัยที่คณะลิเก ตอแหลแลนด์ยังเฟื่องฟู เจ้าของโรงลิเกได้ตกลงให้ตาทัก เปิดขายข้าวมันไก่แก่ชาวบ้านในบริเวณโรงลิเกด้วย ด้วยความที่ข้าวมันไก่ของตาทักมีรสอร่อยและตาทักเองก็มีอัธยาศํยดี ทำให้ชาวบ้านติดอกติดใจเป็นอย่างยิ่ง ชาวบ้านที่ยอมจ่ายค่าตั๋วมายังโรงลิเกก็เพราะอยากลิ้มรสข้าวมันไก่อันเลื่องชื่อของตาทัก อีกทั้งตาทักยังได้จัดโปรโมชั่นกินข้าวมันไก่แถมน้ำยาล้างตา ผลิตภัณท์ใหม่ของตาทักไปด้วย ทำให้เจ้าของโรงลิเกสะสมความไม่พอใจเพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะกลัวว่าชาวบ้านจะให้สนใจตาทักมากกว่าคณะลิเกของตน จึงได้วางแผนให้ก๊วนไอ้เหล่ ปล่อยฝูงหมาข้างต้นมารุมกัดตาทัก และแอบเผาร้านข้าวมันไก่ในคืนหนึ่งที่ตาทักติดธุระต้องไปนอนค้างต่างอำเภอ ไอ้เหล่พร้อมพวกยังกล่าวอาฆาตไม่ให้ตาทักเหยียบเข้ามาบริเวณโรงลิเกอีกด้วย ชาวบ้านที่รู้แผนอันแยบยลของเจ้าของโรงลิเกต่างไม่พอใจและรุมสวดกันนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทำให้ลิเกคณะตอแหลแลนด์เริ่มซบเซา ชาวบ้านไม่ตีตั๋วมาดูกันอีก ทำให้เจ้าของโรงลิเกกลัดกลุ้มเป็นอย่างยิ่ง

ต่อมาเจ้าของโรงลิเกได้วางแผนนำไอ้มัก หมารูปหล่อที่หลอกว่ามีเพดดิกรีออกมาโชว์ตัว โดยหวังว่าจะทำให้ชาวบ้านเกิดความเอ็นดูและยอมจ่ายตังเข้ามาดูลิเกอีก แต่แผนดังกล่าวก็ไม่ได้รับการตอบรับจากชาวบ้าน เดินผ่านไปผ่านมาข้างโรงลิเกไม่สนใจคณะลิเกอีกต่อไป ไอ้เหล่เด็กเก็บตั๋วพร้อมพรรคพวกเกิดความไม่พอใจจึงได้แอบเอาปืนยิงนกไปซุ่มยิงหัวกะบาลชาวบ้าน พร้อมๆกับปล่อยไอ้มักและไอ้เถือก วิ่งไปไล่งับขาชาวบ้าน เกิดความโกลาหลไปทั่วโรงเจและจับกลุ่มวิพากวิจารณ์ถึงความไม่ถูกต้องดังกล่าว อีกทั้งภายในโรงเจก็เป็นเขตอภัยทาน ชาวบ้านยิ่งโกรธเคืองเป็นทวีคูณ นอกจากนั้นยังมีข่าวรั่วไหลออกมาว่า เพิ้ง ลูกสาวของเจ้าของโรงลิเกเป็นผู้สั่งให้ไอ้เหล่ไปแอบยิงพร้อมปล่อยไอ้มักและไอ้เถือกออกมาไล่กัดดังกล่าว

เพิ้ง เป็นลูกสาวคนโปรดของเจ้าของโรงลิเก มีนิสัยไม่ค่อยจะแน่ชัด ดูทั่วไปเหมือนเป็นคนใจบุญ แต่ข่าวที่เล็ดลอดออกมาจากคณะลิเกมาว่า แท้จริงเพิ้งนั้นเป็นคนขี้งก อาฆาตมาดร้ายตลอดเวลา เพิ้งไม่พอใจที่ชาวบ้านไม่ยอมมาดูลิเกเหมือนเดิม ทำให้คณะลิเกขาดรายได้ไปจำนวนมาก เพิ้งหมายมั่นว่าจะได้เป็นเจ้าของโรงลิเกต่อไป เพราะช่วงหลายปีที่ผ่านมาขณะที่คณะลิเกเฟื่องฟู คณะลิเกได้สะสมชุดลิเก และเครื่องประดับไว้มากมายสุดเหลือคณานับ คณะลิเกได้รับการยกย่องจากนิตรสารแฟล๊บว่า เป็นคณะลิเกที่รวยที่สุด เพิ้งจึงหวังที่จะได้เป็นเจ้าของโรงลิเกต่อไป

ความทะเยอทะยานของเพิ้งและไอ้เหล่ ไม่คลาดสายตาของโอ๋ซึ่งเป็นพี่ชายของเพิ้ง โอ๋นั้นก็ชอบกินข้าวมันไก่ของตาทักเช่นกัน อีกทั้งตาทักก็ชอบแอบเอาเนื้อไก่ส่วนที่ดีที่สุดให้โอ๋ได้กินบ่อยๆ โอ๋จึงรู้สึกอยากจะช่วยตาทักให้ได้กลับเข้ามาขายข้าวมันไก่บริเวณโรงลิเกอีก แต่โอ๋ก็ต้องเก็บตัวเงียบๆเพราะว่า โอ๋นั้นไม่ได้เป็นลูกคนโปรดของเจ้าของโรงลิเก แต่โอ๋ก็ยังมีความรู้สึกมั่นใจเพราะตามประเพณีที่สืบทอดกันมาของคณะลิเกตอแหลแลนด์ โอ๋จะต้องเป็นเจ้าของคนต่อไปอย่างแน่นอน ยกเว้นแต่ว่าเพิ้งจะรวมหัวกับไอ้เหล่และฝูงหมาไล่งับไม่ให้เข้าไปยังโรงลิเก

การสืบทอดเป็นเจ้าของโรงลิเกคนใหม่ทำความว้าวุ่นใจเป็นอย่างยิ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาแก่เจ้าของโรงลิเก อีกทั้งสุขภาพร่างกายก็เสื่อมถอยลงทุกวัน ทำให้บ่อยครั้งที่เจ้าของโรงลิเกวัยชราต้องแอบมานั่งทอดอาลัยดูสายน้ำที่ไหลผ่านด้านหลังโรงลิเก เพ้อรำพันตลอดเวลาว่า “เวลาผ่านไปดั่งสายน้ำ ไหลไปไม่เคยไหลย้อนกลับ” เจ้าของโรงลิเกอยากกลับมาเป็นหนุ่มกระชุ่มกระชวยอีก เพื่อจะได้แสดงลิเกและมีรายได้ไปซื้อชุดลิเกและเครื่องประดับมาสะสมให้ยิ่งขึ้นไปอีก คิดถึงลูกหลานแล้วก็ให้เป็นห่วง อาการของเจ้าของโรงลิเกถูกเฝ้าจับตามองจาก พริ้ม ลูกสาวคนสุดท้องตลอดเวลา และพริ้มเองก็เป็นคนเดียวที่คอยนำข่าวมาประกาศหน้าโรงลิเกว่า “พ่อยังสบายดีคร่า พร้อมจะออกมาวิ่งให้ดูในเวลาอันใกล้” ทำให้แม่ยกที่ยังติดใจคณะลิเกตอแหลแลนด์ไม่เสื่อมคลาย คลายกังวลไปได้

จริงๆแล้วเจ้าของโรงลิเก มีลูกสาวทั้งหมด3 คน คนโตนั้นมีชื่อเล่นว่า พริ้ง สมัยที่พริ้งเริ่มแตกวัยสาวนั้น พริ้งได้แอบไปมีครอบครัวที่ต่างอำเภอโดยไม่ได้บอกกล่าว ทำให้เจ้าของโรงลิเกโมโหจนไล่ออกจากคณะลิเก และไม่ให้มายุ่งเกี่ยวอีกต่อไป พริ้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัว หลังจากอยู่กินกันพอหม้อข้าวเริ่มจะมีสีคล้ำ พริ้งก็ต้องมีอันต้องใส่คอนเวอร์สเดินกลับมายังหมู่บ้าน แอบอยู๋ใกล้โรงเจ และเปิดคณะแสดงงิ้วเพื่อหาเลี้ยงชีพ คณะงิ้วของพริ้ง แสดงไปทั่วหมู่บ้านโดยอาศัยชื่อเสียงของเจ้าของโรงลิเกเป็นใบเบิกทาง ทำให้แม่ยกลิเกทั้งหลายเกรงใจเพราะถ้าไม่อุดหนุนดูงิ้วของพริ้งก็จะอดดูลิเก คณะงิ้วของพริ้งนั้นใช้ชื่อว่า “อั๊วหล่ายเจ๊ก” แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ขอทีนึง” นับแต่ พริ้ง ได้มีคณะงิ้วเป็นของต้วเอง ก็ได้เร่งรีบแสดงไปหลายหมู่บ้านทั่วอำเภอ เพื่อหารายได้มาสะสมชุดงิ้วและเครื่องประดับให้แก่คณะของตน บางครั้งถึงกับต้องไปหารายได้เสริม สร้างหนังกลางแปลง เพื่อเอาไว้ฉายตามหมู่บ้าน เวลาที่พวกพ่อค้าเอายาไปแหกตาขายพวกชาวบ้าน สร้างเองแสดงเอง จนหอสมุดประจำหมู่บ้านทนไม่ไหว ต้องรีบทำใบประกาศรับรองความเก่งกาจให้แก่ พริ้ง จนเป็นที่ร่ำรือไปทั่วแวดวงร้านขายกะปิและขายปลาช่อนในหมู่บ้าน

รักนะจรุฟๆ
พ่อจูม่ง
ประธานชมรม แดงเทียม แดงหาแดก แห่งประเทศไทยในพระราชาชูรส
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอนที่4 ร้านข้าวซอยเปิดขายในโรงลิเก

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Oct 28, 2012 7:40 pm

ตอนที่4 ร้านข้าวซอยเปิดขายในโรงลิเก

หลังจากร้านข้าวมันไก่ของตาทักได้ถูกเผาและสั่งห้ามเข้ามาในบริเวณโรงลิเกอีก ตาชั่ว อดีตช่างทาสีประจำโรงลิเก ก็ได้รับอนุญาติจากเหล่เด็กเก็บตั๋วเข้ามาทำการขายข้าวมันไก่แทน ข้าวมันไก่ของตาชั่วถือว่าเป็นร้านข้าวมันไก่เก่าแก่ มีอดีตความเป็นมาอย่างยาวนาน ถือได้ว่าเป็นคู่แข่งตัวสำคัญกับร้านข้าวมันไก่ตาทัก ปัญหาข้าวมันไก่ของตาชั่วนั้นคือ ข้าวแข็ง ไก่ไม่นุ่มและน้ำจิ้มไก่ก็ไม่มีรสเด็ดที่จะประทับใจชาวบ้าน เหตุผลเดียวที่ตาชั่วได้มีโอกาศมาขายข้าวมันไก่ในบริเวณโรงลิเก เนื่องจากเป็นที่ไว้วางใจจากเจ้าของโรงลิเก และตาชั่วก็ชอบเอาไก่เนื้อดีไปให้เจ้าของโรงลิเกกินบ่อยๆ ชาวบ้านที่เคยได้ลิ้มรสข้าวมันไก่ของตาชั่วได้เคยรวมตัวประท้วงตาชั่ว โดยกล่าวหาว่าตาชั่วค้ากำไรเกินควร บางครั้งก็แอบเอากระดูกไก่ปนเข้ามาในข้าวมันไก่ทำให้กระดูกไปติดคอชาวบ้านที่หลงกิน เหตุการณ์ดังกล่าว ตาชั่วได้แอบปล่อยหมาที่เฝ้าโรงลิเกออกมากัดชาวบ้าน ทำความโกรธและไม่พอใจต่อชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง ตาชั่วมักจะบ่นเสมอว่าขายข้าวมันไก่ กำไรน้อย ให้ชาวบ้านกินอย่างพอเพียงก็พอแล้ว แต่ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านก็แอบรู้มาว่า ตาชั่วได้แอบไปซื้อรถหรูให้ลูกชายไว้ขับเล่น ทำให้ชาวบ้านหมดความเชื่อถือร้านข้าวมันไก่ของตาชั่วอีกต่อไป อุปนิสัยอีกอย่างของตาชั่วก็คืด ไม่ชอบกินกาแฟกับใคร คิดเล็กคิดน้อย หยุมหยิม ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ปัญหาที่โรงลิเก ขาดร้านอาหารที่จะบรรเทาความหิวโหยของชาวบ้านที่มาดูลิเก ทำให้คณะกรรมการที่อยู่ในโรงเจรู้สึกปวดหัวเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีมติให้ชาวบ้านแนะนำและสรรหาร้านอาหารใหม่เพื่อมาขายในบริเวณโรงลิเก เรื่องดังกล่าวเข้าไปถึงหูไอ้ตุ่น เด็กวัดใกล้ๆโรงเจ ผู้ซึ่งได้เคยไปลิ้มรสส้มตำปู ปลาร้า ร้านของปุ๋มในอีกหมู่บ้านนึง พร้อมๆกับชักชวนให้ชาวบ้านในหมู่บ้านไปลิ้มรสส้มตำ ปูปลาร้า ร้านดังกล่าว พร้อมกันนี้ไอ้ตุ่นได้ชักชวนให้ปุ๋มมาเปิดร้านอาหารในโรงลิเก โดยบอกว่ามีลูกค้าจำนวนมากและมีรายได้ดี

ปุ๋มนั้นแท้จริงเป็นน้องสาวของตาทัก อดีตเจ้าของข้าวมันไก่อันเลื่องชื่อแต่เดิม หน้าตาของปุ๋มนั้นสะสวย เป็นที่หมายปองต่อชายที่พบเห็นอย่างยิ่ง หลังจากที่ตาทักได้ส่งน้องสาวไปเรียนยังต่างอำเภอก็หมายมั่นให้น้องสาวมาเปิดร้านขายส้มตำ มีกิจการใหญ๋โตจนเป็นที่อิจฉาแก่คนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อีติ่ง เด็กพับถุงกระดาษขายในหมู่บ้านท้ายซอย ละแวกเดียวกัน ด้วยอุปนิสัยไม่พูดมากของปุ๋มจึงเป็นที่รักไคร่ของชาวบ้านโดยทั่วไป อีกทั้งในการแข่งขันเพื่อให้เข้าตากรรมการของโรงเจ ปุ๋มได้คิดสูตรอาหารใหม่เข้ามาแข่งขัน “ข้าวซอยไก่สูตรตาทัก”เป็นการผสมผสานรสชาติข้าวซอยสูตรดังเดิมกับสูตรข้าวมันไก่ของตาทัก พร้อมด้วยน้ำจิ้มรสเด็ดดั้งเดิม ทำให้เป็นที่ฮือฮาและถูกใจชาวบ้านนัก ชาวบ้านจึงได้ลงมติว่าให้ปุ๋มเปิดขายอาหารในโรงลิเก สร้างความไม่พอใจต่อเหล่าสุนัขของเจ้าของโรงลิเกเป็นอย่างยิ่ง

หากจะไม่เอ่ยถึง ไอ้ตุ่นเด็กวัดก็จะขาดความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่องไป ไอ้ตุ่นนั้นเรียนจบโรงเรียนวัดและพักอาศัยจนกลายเป็นเด็กวัด ไอ้ตุ่นนั้นเป็นคนที่มีนิสัยชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เคยใฝ่ฝันที่จะเป็นนักร้องอาชีพและมีวงดนตรีเป็นของตัวเอง ปัญหาของไอ้ตุ่นคือคอสั้น ทำให้ตุ่นไม่สามารถขยับลูกคอให้สั่นเรียกต่อมน้ำตาจากแม่ยกได้ ตุ่นมีข้อดีคือรักพวกพ้อง เอ็นดูชาวบ้านที่ถูกรังแก ทำให้ชาวบ้านรักใคร่และเอ็นดูตุ่นเสมือนเป็นพี่น้องกัน

เมื่อ2ปีก่อน ไอ้ตุ่นเคยรวบรวมชาวบ้านไปประท้วงลูกน้องตาชั่ว ข้อหาแอบมุบมิบกับเหล่เข้าไปขายข้าวมันไก่ในโรงลิเกและยังโก่งราคาขึ้นไปอีก1 เท่าตัว การประท้วงของไอ้ตุ่นในครั้งนั้น ทำให้เกิดการตลุมบอนครั้งใหญ่หน้าร้านขายเสื้อผ้า กลางตลาดที่มีไอ้สุขซึ่งเป็นพวกของตาชั่วดูแลอยู่ เหล่พร้อมพรรคพวกซึ่งมีกำลังอาวุธที่ทันสมัยกว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ และได้จับไอ้ตุ่นไปล้างคอกไก่ซะหลายเดือน ทำให้ไอ้ตุ่นตั้งหลักเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับเหล่ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

การกระทำของไอ้ตุ่นที่รวบรวมชาวบ้านมาเชียร์ร้านข้าวซอยของปุ๋ม ทำให้เป้นที่จับตามองและไม่เป็นที่พอใจอย่างยิ่งของตาชั่ว เจ้าของร้านข้าวมันไก่ฝ่ายตรงกันข้าม ทำให้เวลาไอ้ตุ่นจะเดินไปทางไหนในบริเวณโรงเจ ก้จะมีสุนัขในโรงลิเก ประสานเสียงร้องเห่าไล่ไอ้ตุ่นไปทั่ว และบ่อยครั้งที่ไอ้ตุ่นก็ถูกแอบดักตีหัวกะบาล โดยหวังว่าจะลากไปล้างคอกไข่อีกครั้ง ทำให้ระยะหลังนี้ไอ้ตุ่นต้องระมัดระวังและสงบปากสงบคำไม่กล้าออกมา

รักนะจรุฟๆ
พ่อจูม่ง
ประธานชมรม แดงเทียม แดงหาแดก แห่งประเทศไทยในพระราชาชูรส
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอนที่5 แผนร้ายของตาชั่ว เพื่อกวนตีนน้องสาวตาทัก

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Oct 28, 2012 7:40 pm

ตอนที่5 แผนร้ายของตาชั่ว เพื่อกวนตีนน้องสาวตาทัก

เพียงอาทิตย์แรก หลังจากปุ๋มได้ตกลงทำสัญญาเช่าร้านกับเจ้าของโรงลิเก เหล่าฝูงสุนัขรวมทั้งไอ้มัก สุนัขเพดดิกรีปลอมของเจ้าของโรงลิเกที่เคยได้กินเศษกระดูกไก่จากร้านตาชั่ว ก็เห่าหอนส่งเสียงรบกวนชาวบ้านที่จะออกมาอุดหนุนข้าวซอยของปุ๋ม รำคาญไปทั่ว ในวันหนึ่ง ปุ๋มและชาวบ้านพบว่าไม่สามารถเข้าไปจับจ่ายซื้อไก่และวัตถุดิบจากตลาดที่ตาสุขดูแลอยู่ได้ตามปกติ เพราะรอบๆตลาดเกิดน้ำท่วมขัง สภาพน้ำท่วมกินเวลาเป็นแรมเดือน ชาวบ้านได้จับเข่าคุยกันว่า สาเหตุมาจากพวกนักเลงหัวไม้ที่ไม่ชอบขี้หน้าตาทักเป็นทุนเดิมได้แอบปล่อยน้ำตลอดทั้งคืนและตาสุขก็แอบอุดท่อระบายน้ำ กั้นขวางทางน้ำที่ไหลผ่านตลาดไม่ให้ลงสู่คลองด้านหลังได้ เป็นแผนการอันชั่วร้ายของตาชั่วที่สมคบคิดร่วมกับผู้ใกล้ชิดเจ้าของโรงลิเกเพราะจะทำให้ปุ๋ม ไม่สามารถเปิดขายข้าวซอยได้ตามปกติ และจะถือเป็นโอกาสทำให้ร้านข้าวมันไก่ของตาชั่วเข้ามาเปิดขายแทน ตาทักซึ่งอยู่ต่างอำเภอได้เร่งรีบช่วยน้องสาวโดยการสั่งอาหารจากหลายอำเภอรอบๆเข้ามาช่วยเหลือแก่ปุ๋มและชาวบ้าน ทำให้ตาชั่วและพรรคคพวกเสียรังวัดไปอย่างมาก หลังจากนั้นข้าวซอยได้เปิดขายไปสักพักใหญ่ ความอร่อยของข้าวซอยของปุ๋มก็ร่ำลือขจรไปยังอีกหลายอำเภอ ทำให้เจ้าของโรงลิเกและโรงเจต่างๆส่งเทียบเชิญปุ๋ม ไปแสดงตัวและเล่าถึงเคล็ดลับความอร่อยให้ฟัง ยังความปราบปลื้มแก่ชาวบ้านที่เคยร่วมสนับสนุนลงคะแนนเป็นอย่างยิ่ง

ต่อมาไม่นาน เจ้าของโรงลิเกซึงสุขภาพไม่ค่อยจาดีเนื่องจากวัยชรา ก็ล้มป่วยลง เก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านพักริมน้ำด้านหลังโรงลิเก โดยไม่ยอมให้ใครได้มีโอกาสเข้าพบ มีรถเร่ขายยาตรากากบาทแดงได้ออกป่าวประกาศไปทั่วว่า ต้องการรับบริจาคสเต็มเซลเป็นจำนวนมาก และมีศพเด็กไร้ญาติจำนวนมากรอการเผา พร้อมๆ เสียงร่ำลือไปต่างๆนานาของชาวบ้านว่าเห็นนกแสกบินรอบๆหลังคาบ้านพักดังกล่าว ตาชั่วซึ่งไม่ลดละความพยายามที่จะเข้าไปมุบมิบขายข้าวมันไก่ ก็ได้พยายามติดสินบนแก่เหล่ เด็กเก็บตั๋ว ให้เอาลูกสมุนมาเผาร้านข้าวซอยทิ้งเสียเช่นเดียวกับร้านตาทักผู้พี่ แต่ชาวบ้านเริ่มรู้ทันแผนอันชั่วร้าย เหล่จึงไม่กล้าลงมือที่จะกระทำดังกล่าว

เมื่อเข้ามาสู่หน้าฝน อีกครั้ง ปุ๋มและชาวบ้านซึ่งเคยหวาดผวากับน้ำท่วมตลาดเมื่อคราที่แล้ว สังเกตเห็นว่าทำไมในปัจจุบันแม้แต่ฝนตกเพียงเล็กน้อย น้ำก็ท่วมถนนรอบตลาดง่ายๆเสียแล้ว ลุงป๊อดซึงเป็นพนักงานดูแลเรื่องน้ำทิ้งในร้านข้าวซอยได้ออกความคิดเห็นว่า น่าจะลองเอาน้ำเทรอบๆตลาดดู เพื่อจะได้ทดสอบว่าน้ำระบายได้ดีจริงสมดั่งที่ตาสุข ผุ้ดูแลตลาดคุยหรือไม่ ความเห็นของลุงป๊อดได้รับการขัดขวางอย่างแข็งขันจากตาสุข ด้วยกลัวว่าจะไปรู้เห็นถึงแผนการอันชั่วร้ายของตาชั่ว ลุงป๊อดจึงได้ไปแจ้งและขอร้องยามที่ดูแลรอบๆตลาดเข้ามารื้อฝาคูระบายน้ำดู ผลจากการรื้อท่อรอบตลาดดูก็พบว่ามีเศษหิน เศษถุงทราย รวมถุงยางที่พวกของตาชั่วได้ทิ้งไว้เพื่อกลั่นแกล้งเป็นจำนวนมาก ลุงป๊อดโมโหจึงยื่นคำขาดแก่ตาสุขว่า”ถ้าเมิงไม่รื้อออกภายในเจ็ดวัน กูจะเอาชาวบ้านมารุมถีบหน้าเมิง ไอ้ส้นตีน”

ตาสุขนั้น มีนิสัยขี้เมา กินเหล้าขาวได้ทั้งวัน ชอบแอบดูผู้หญิงนั่งขี้ในห้องน้ำเป็นประจำ ประวัติดั้งเดิมนับได้ว่าเป็นญาติกับเจ้าของโรงลิเกด้วยเช่นกัน ชอบเอาเจ้าของโรงลิเกมาแอบอ้าง ทำถึงขนาดขึ้นป้ายขนาดใหญ่ทางเข้าตลาดว่า” รักเจ้าของโรงลิเก จ๊วบๆ”ทำให้พวกแม่ยกที่ยังติดใจคณะลิเกเทคะแนนให้ได้รับเลือก ในตลาดแห่งนี้ก็ยังมีแผงร้านขายเสื้อผ้าราคาแพง หลายร้านของเจ้าของโรงลิเกหุ้นอยู่ด้วย ชาวบ้านที่รู้ทันตาสุขก็ได้แต่สาปแช่งว่า”เมื่อไรจะตายซะทีวะ ไอ้เอ๋อ”

รักนะจรุฟๆ
พ่อจูม่ง
ประธานชมรม แดงเทียม แดงหาแดก แห่งประเทศไทยในพระราชาชูรส
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอนที่6 ความเป็นมาของคณะลิเก ตอแหลแลนด์

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Oct 28, 2012 7:41 pm

ตอนที่6 ความเป็นมาของคณะลิเก ตอแหลแลนด์

ย้อนหลังไปเมื่อสัก60ปีก่อน มีคณะลิเกกำลังโด่งดังคณะหนึ่งชื่อ “โชคอนันต์ “เปิดการแสดงที่โรงเจแห่งนี้ โดยมีเจ้าของคณะชื่อ ลุงอั๋น เป็นที่ถูกอกถูกใจชาวบ้านและแม่ยกจำนวนมาก ด้วยบุคลิกของลุงอั๋น สุภาพนอบน้อม ใจดี ในค่ำคืนหนึ่งขณะที่ลุงอั๋นกำลังกรนคร่อกๆ หลับอย่างสุขสบายในห้องพักส่วนตัวหลังเวที ก็มีวัตถุลึกลับจงใจวิ่งเข้าไปฝังอยู่ในหัวของลุงอั๋น พร้อมกับเสียดัง”ปัง” ลุงอั๋นรู้สึกรำคาญเป็นอย่างยิ่งและขอหลับไม่ยอมตื่นมาแสดงลิเกอีกเลย ลุงปี๊ด ผู้เป็นประธานโรงเจ ได้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ทำคุณไสย เสกของไส่ลุงอั๋นดังกล่าว โดยมีวัยรุ่นติดยาคนหนึ่งไปตะโกนในวงหนังกลางแปลง ซึ่งมีชาวบ้านจำหน้าได้ว่าเป็นลูกน้องของเฮีย เคว้ง ผู้ซึ่งอยากมาเป็นประธานโรงเจแทน ลุงปี๊ดร็สึกอับอายเป็นอย่างยิ่งที่อยู่ในโรงเจยังมีคนสามารถเสกของใส่หัวลุงอั๋นได้ จึงขอลาออกจากประธานโรงเจและไปอยู่โรงเจที่ประเทศจีนแทน แกไม่เคยกลับมาอีกเลยจนกระทั่งแกเลิกหายใจ จากเหตุการณ์ลุงอั๋นถูกทำคุณไสยดังกล่าว จึงได้มีการบรวงสวงต่อเทพองค์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในโรงเจ โดยการฆ่าแพะจำนวน 3ตัวและเป็ดไก่จำนวนหนึ่ง เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปให้พ้น

คณะลิเก “โชคอนันต์”ตกทอดมายังน้องชาย ซึ่งเป็นเจ้าของโรงลิเกในปัจจุบัน และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นคณะ “ตอแหลแลนด์” ตลอดเวลาที่ผ่านมาเจ้าของคณะคนใหม่ได้คิดค้นท่าร่ายรำใหม่ๆนับไม่ถ้วนและมาอวดชาวบ้านตลอดเวลาว่า มาจากมันสมองอันปราดเปรื่องของตนเอง ทำให้ชาวบ้านและแม่ยกปลาบปลื้มสุดเหลือคณานับ ท่าร่ายรำที่โด่งดังเช่น แหวกท้องฟ้าเพื่อโปรยฝน หรือโดดวิดน้ำเพื่อชิงชัย ได้รับการยกย่องและมีผู้ประเคนใบประกาศให้ จนโด่งดังไป 3 โลก เหลือแต่เพียงเจ้าของรางวัลชื่อ “นมบาล” ที่ยังไม่มีโอกาสเข้ามา
ชื่นฃมเป็นเกรียติแก่ลูกกะตา เนื่องจากผู้ตัดสิน”นมบาล” อยู่ต่างอำเภอไกลมาก หนทางก็ไม่ค่อยสะดวก คณะลิเกตอแหลแลนด์ มีท่าร่ายรำที่สวยงาม ร้องไพเราะ เนื้อเรื่องก็ทำให้ผู้ชมเกิดอาการน้ำตาร่วงทุกครั้งที่ได้ชม ทำให้คำร่ำลือตกทอดไปยังลูกหลานและที่อยู่ในท้องที่เพิ่งจะเป็นตัว

การเปิดตัวคณะลิเก ตอแหลแลนด์ เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่สุดอลังการ ทุ่มงบประมาณไม่อั้น มีป้ายประกาศติดไปทั่วทั้งเสาไฟฟ้าประจำหมู่บ้าน ทุกสี่แยกถนน หรือแม้แต่ทางเดินไปป่าช้า ชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาก็ซาบซึ้งในความหล่อของเจ้าของคณะลิเกจนน้ำตาร่วงไปวันละหลายรอบ แม้แต่หอกระจายเสียงในหมู่บ้านก็สรรเสริญถึงท่าร่ายรำที่สวยงามจนน้ำลายพุ่งทะลักออกมาจากลำโพง ทำความเย็นฉ่ำแก่ทุกคนที แผนการแนะนำคณะลิเกดำเนินการไปอย่างแยบยลโดยการที่เจ้าของคณะลิเก ก็ได้ไปสร้างอาคารหลังใหม่ให้แก่พวกสานเข่งและชะลอมกลางหมู่บ้านอีกด้วย เพื่อช่วยให้การโฆษณาเป็นไปอย่างสัมฤทธิผล ผลิตภัณท์เข่งและตะกร้าที่ออกมาทุกชิ้นจึงได้มีการติดยี่ห้อเจ้าของโรงลิเกไปด้วย ทำให้เป็นที่น่าเกรงขามแก่ชาวบ้านในหมู่บ้าน เพราะกลุ่มพวกสานเข่งและตระกร้า จัดได้ว่าเป็นพวกมีร่างกายกำยำพร้อมที่จะลากชาวบ้านไปตีหัวกะบาลได้ตลอดเวลา

ทุกครั้งที่คณะลิเกเปิดการแสดง และเจ้าของคณะออกมาร่ายรำด้วยเสื้อผ้าเก่าๆรองเท้าที่ซ่อมแล้วซ่อมอีก แม่ยกจำนวนมากทนไม่ไหว ต่อมน้ำตาแตก ต้องรีบวิ่งขายที่นา ขาย วัว ควาย เพื่อเอาเงินมามอบให้เจ้าของโรงลิเกเพื่อไปตัดชุดใหม่ๆ และจุดที่มันเจาะทะลุเข้าไปยังขั้วหัวใจของชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน ก็คือ หลอดยารักษากลากเกลื้อน ที่เจ้าของโรงลิเกอุตส่าห์ลงทุนให้รถบดถนนบดซะแบนเต๊ดแต๋ แม่ยกนั่งร้องไห้ไปซะหลายวันด้วยความสงสาร ความประทับใจคณะลิเกมันฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วหมู่บ้านเสมือนดังฝุ่นที่แทรกไปทุกอณู ของอากาศ บนบกและใต้ตีน แม้แต่ผู้เขียนเองก็ยังเขียนไปน้ำตาร่วงไป เอิ๊กๆ

รักนะจรุฟๆ
พ่อจูม่ง
ประธานชมรม แดงเทียม แดงหาแดก แห่งประเทศไทยในพระราชาชูรส
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอนที่ 7 เค้าลางความไม่ไว้วางใจเจ้าของคณะลิเก

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Oct 28, 2012 7:44 pm

ตอนที่ 7 เค้าลางความไม่ไว้วางใจเจ้าของคณะลิเก

ในค่ำวันหนึ่ง มีงานจัดเลี้ยงใหญ่โตในโรงเจ มีผู้ร่วมงานจากต่างอำเภอมามากมาย และได้มีการจัดแสดงลิเกชุดใหญ่ให้เหล่าแขกได้ชื่นชม เพริศแพร้ว เมียเจ้าของโรงลิเกได้ถือโอกาศออกมาแสดงท่าร่ายรำใหม่ที่เพิ่งฝึกได้สำเร็จ “ท่าโปรยไพ่ฝ่าสายหมอก” เพริศแพร้วได้ฝึกฝนมาตั้งแต่ยังสาว เนื่องจากเป็นท่าที่ร่ายรำยากที่สุด มือจะต้องอ่อนช้อยพร้อมกับท่ายืนร่ายรำที่ต้องมั่นคงที่สุด การฝึก“ท่าโปรยไพ่ฝ่าสายหมอก”จะต้องฝึกทุกวันโดยเฉพาะยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ท่ามกลางสายตานางรำที่จ้องมองอีก3-4 คน การฝึกนั้นจะต้องใช้วิธีโปรยไพ่ป๊อกลงไปอยู่กลางพื้นและให้มันเด้งขึ้นมา 2ครั้ง และต้องควบคุมสมาธิไม่ให้แสดงความรู้สึกใดๆออกมาทางสีหน้า หลายครั้งที่เพริศแพร้วต้องหลบไปฝึกกลางป่าเขา ชายทะเล และมีพวกยามระวังอย่างใกล้ชิด เพราะ“ท่าโปรยไพ่ฝ่าสายหมอก”จัดได้เป็นสุดยอดท่าร่ายรำใหม่ที่จะเอาชนะท่าร่ายรำของโรงลิเกต่างอำเภอได้ในอนาคต ท่าร่ายรำนี้ได้ถูกปกปิดกันแซ๋ดไปทั่วหมู่บ้าน

พลันที่ ปี่ กลอง ฉิ่งฉับได้เริ่มขี้น เพริศแพร้วได้ร่ายรำออกมาพร้อมชุดลิเกและสร้อยคออย่างเลิศหรู ท่าร่ายรำ“ท่าโปรยไพ่ฝ่าสายหมอก”สะกดสายตาเหล่าแขกเหรื่อที่มาชมจนอ้าปากค้าง การร่ายรำในวันนั้นของเพริศแพร้ว ถูกจับตาโดยบังขายถั่วปากอ้าหน้าเวทีตลอดเวลา อาบังนั้นแกไม่รู้เรื่องศิลปการร่ายรำแม้แต่นิด สิ่งที่แกสนใจจึงไม่ใช่ท่าร่ายรำของเพริศแพร้วแต่ประการใด บังขายถั่วแกจำได้ว่าสร้อยคอลูกปัดสีน้ำเงินที่ประดับบนคอของเพริศแพร้วนั้น ช่างเหมือนกับสร้อยคอที่หายไปของเจ้าของโรงลิเกโรงใหญ่ต่างอำเภอซึ่งเป็นญาติผู้พี่ของอาบังเอง

โรงลิเกโรงใหญ่ต่างอำเภอที่อาบังกล่าวถึงนั้น ถือได้ว่าเป็นคณะลิเกที่ใหญ่ที่สุด มีชุดลิเกและเครื่องประดับที่เลิศหรูอาลังการจนเป็นที่อิจฉาแก่โรงลิเกอื่นๆ นอกจากมีรายได้จากกการเล่นลิเกแล้วยังมีกิจการทำน้ำเฉาก๊วยส่งออกไปทั่ว ทุกอำเภอจะต้องซื้อน้ำเฉาก๊วยไปดื่มทุกวันเนื่องจากมีรสอร่อยที่สุด กินแล้วมีพลัง สามารถเข็นรถได้โดยไม่เหน็ดเหนือย โรงลิเกดังกล่าวถือว่ามีอิทธิพลที่สุดในบรรดาโรงลิเกทั้งหมด เนื่องเพราะเป็นผู้นำที่โรงลิเกอีกหลายโรงได้ให้ความนับถือร่วมดื่มน้ำสาบานเป็นพี่น้องกัน โดยใช้ชื่อว่า “โอยปุค”

ก่อนหน้าที่สร้อยคอของโรงลิเกใหญ่จะถูกขโมยไปนั้น ชาวบ้านบางส่วนในหมู่บ้านของคณะลิเกตอแหลแลนด์ ได้เดินทางเอากะปิ ปลาร้า น้ำพริก และอื่นๆไปขายตามงานแสดงของโรงลิเกนั้นด้วย ทำรายได้ให้ชาวบ้านอย่างเป็นกอบเป็นกำ และมีชาวบ้านบางคนเป็นที่ถูกอกถูกใจเจ้าของโรงลิเกใหญ่ดังกล่าว จนได้รับความไว้วางใจให้ไปเก็บกวาดโรงลิเก ดูแลชุดลิเกและเครื่องประดับอีกจำนวนมาก ไอ้เกรียน ก็เป็นชาวบ้านคนหนึ่งในนั้น วันหนึ่งขณะที่เจ้าของโรงลิเกได้แวะไปกินกาแฟพร้อมแอบแวะไปดูการแสดง" เมียงู "ต่างอำเภอและนักแสดงทั้งหมดก็ถือโอกาสไปนวดฝ่าเท้าและหน้า ไอ้เกรียนได้ถือโอกาสเก็บเครื่องประดับใส่ไหปลาร้าแบกกลับมายังหมู่บ้าน ทำให้เป็นที่โกรธเคืองต่อเจ้าของโรงลิเกดังกล่าวยิ่งนัก ความสำคัญอยู่ที่สร้อยคอลูกปัดสีน้ำเงิน ที่มีเพียงชิ้นเดียวและเป็นมรดกตกทอดมาหลายชั่วคน ความโกรธอย่างสุดขีดจึงทำให้ชาวบ้านหมดโอกาสที่จะแบกปลาร้าไปขายที่นั่นอีกต่อไป

หลังจากเรื่องอาบังได้พบ”สร้อยคอลูกปัดสีน้ำเงิน”ปรากฏอยู่บนคอของเพริศแพร้ว เจ้าของโรงลิเกโรงใหญ่ก็ได้พยายามขอสร้อยเส้นนั้นคืน โดยไม่ขอเอาเรื่องเอาราว เรื่องทั้งหมดเป็นที่ซุบซิบกันไปทั่วหมู่บ้าน เพราะทำให้ชาวบ้านสูญเสียรายได้จำนวนมาก และหมดโอกาสแบกปลาร้าไปขายที่นั่นอีก เรื่องนี้ทำให้ชาวบ้านเริ่มจับตามองเจ้าของโรงลิเกและเพริศแพร้วด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายในหมู่บ้านต่อมา

รักนะจรุฟๆ
พ่อจูม่ง
ประธานสมาคมแดงเทียมแดงหาแดก แห่งประเทศไทยในพระราชาชูรส

avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอนที่8 เส้นทางเดินของ"บลูใครซ่อน"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Oct 28, 2012 7:45 pm

ตอนที่8 เส้นทางเดินของ"บลูใครซ่อน"

ครอบครัวไอ้เกรียนนั้น มีฐานะยากจนมาแต่เดิม การศึกษาน้อย ตั้งแต่เด็กๆจึงได้แต่วนเวียนนั่งดู่ไก่ใต้ถุนคุ้ยเขี่ยอาหารไปวันๆ ไอ้เกรียนจึงต้องใช้ชีวิตสมถะตลอดเวลา การได้เครื่องประดับลิเกมาจึงไม่ต่างกับไก่ได้พลอยหลังจากไอ้เกรียนได้แบกไหปลาร้าที่มีสร้อยคอลูกปัดสีน้ำเงินชุกช่อนอยู่กลับมายังหมู่บ้านแล้ว ไอ้เกรียนก็ได้เอาชุดลูกปัดลิเกชุดเล็กชุดน้อยบางส่วนขายชาวบ้านอย่างถูกๆ ชุดใหญ่หน่อยไอ้เกรียนก็เอาไปขายยังร้านรับซื้อขายชุดและเครื่องประดับลิเกในหมู่บ้านชื่อตระกูลว่า”เสียวทีละขั้น”อย่างไม่มีค่า เงินที่ได้มาจำนวนหนึ่ง ไอ้เกรียนก็เที่ยวซื้อไอติมแจกเด็กในหมู่บ้าน บางส่วนก็เอาไปซื้อนาฬิกา ไส่โก้... เราโด่ ....คาที่ ให้แก่พวกญาติพี่น้องใส่ไปยิงนกตกปลากันป็นว่าเล่น เสมือนดั่งเช่น สามล้อถูกหวย เป็นที่ฮือฮากันทั้งหมู่บ้านถึงความร่ำรวยผิดปกติของไอ้เกรียน

ความสวยงามของชุดสร้อยคอลูกปัดสีน้ำเงินซึ่งต่อไปจะเรียกว่าชุด “บลูใครซ่อน”เป็นที่เลื่องลือไปถึงหูของเพริศแพร้ว ผู้ซึ่งกำลังต้องการสะสมเครื่องประดับลิเกอีกจำนวนมากเพื่อเตรียมประกอบกับท่าร่ายรำท่าใหม่ในอนาคต เพริดแพร้วได้ไปขอร้องไอ้หลอ นักเลงประจำหมู่บ้านติดตามชุด“บลูใครซ่อน” และเครื่องประดับลิเกส่วนที่เหลือมาให้ ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องยากที่จะติดตาม เพราะการที่เครื่องประดับลิเกถูกซ่อนมาในไหปลาร้า ทำให้กลิ่นปลาร้ายังติดฝังแน่นอยู่ในทุกอนูของเครื่องประดับดังกล่าว และได้พบว่าร้านซื้อขายเครื่องประดับลิเกตระกูล”เสียวทีละขั้น” ได้รับซื้อจากไอ้เกรียนและเก็บครอบครองไว้จำนวนมาก

ในเช้าวันหนึ่งเมียเจ้าของร้าน”เสียวทีละขั้น”รู้สึกเปรี้ยวปากอยากกินมะม่วงดองอย่างรุนแรง จึงได้ขี่ซาเล้งพร้อมลูกชายเพื่อไปยังตลาดหาซื้อดังกล่าว ในระหว่างทางไอ้หลอ นักเลงประจำหมู่บ้านพร้อมพรรคพวกได้อำพรางใบหน้าของตัวเองโดยการสวมปี้บหน่อไม้ดองและเจาะรูเอาไว้ ได้ดักรออยู่ข้างทางและเข้าทำการล็อคคอเมียเจ้าของร้าน”เสียวทีละขั้น”เอาไว้พร้อมกับพยายามบีบคอเค้นให้คลายความลับออกมา หลังจากไอ้หลอได้ข้อมูลตามประสงค์และกลัวว่าจะถูกจำหน้าได้ ไอ้หลอจึงแสดงความโหดออกมาโดยการเอาไหปลาร้าทุบกะบาลเมียเจ้าของร้าน”เสียวทีละขั้น”ในรถซาเล้งดังกล่าว นางรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกขัดขวางไม่ให้กินมะม่วงดองตามที่ต้องการ จึงยอมกลั้นใจตาย ทำความเศร้าโศกแก่ “สันตึก”ผู้เป็นสามี เป็นอย่างยิ่ง ส่วนบังขายถั่วหน้าโรงลิเก ที่ถูกจับได้ว่า “ปากหมา” เอาข่าวเรื่องพบลุกปัดในสร้อยคอเหมือนชุด”บลูใครซ่อน”ไปบอกเจ้าของลิเกโรงใหญ่ ก็ถูกคุณไสย มนต์ดำ จนเสียสติเดินเข้าป่าหายไปและไม่มีใครพบเห็นอีกเลย

หลังจากเพริศแพร้วได้สิ่งของตามที่ต้องการแล้ว ก็ได้ให้ไอ้หลอ เอาเครื่องประดับและลูกปัดส่วนนึงไปคืนยังเจ้าของโรงลิเกใหญ่ เพื่อลดความโกรธแค้น แต่การกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเจ้าของลิเกโรงใหญ่ได้พบว่ามีการเอาของปลอมของเลียนแบบ ที่ไม่ได้มีคุณภาพ เมคอินไชน่า มาคืนจำนวนมาก ทำให้ความโกรธแค้นยิ่งทวีคูณแก่เจ้าของโลงลิเกใหญ่ดังกล่าว ถึงขนาดโดดถีบเจ้าของแผงขายเสื้อผ้า ซึ่งเพริศแพร้วมีหุ้นอยู่ ให้รีบออกไปให้พ้นจากโรงลิเกพร้อมกับขู่อาฆาตว่าจะไม่ให้มาเหยียบโรงลิเกของตนอีกทำความขบขันไปทั่วทั้งอำเภอ นับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครมีโอกาสได้พบเห็นสร้อยคอลูกปัดชุด "บลูใครซ่อน" อีกเลย และไม่มีใครยืนยันได้ว่าอยู่ที่ใด เสมือนดั่งมีคุณไสยติดมากับสร้อยลูกปัด ใครยุ่งเกี่ยวจะต้องมีอันเป็นไปทุกคน

รักนะจรุฟๆ
พ่อจูม่ง
ประธานชมรม แดงเทียม แดงหาแดก แห่งประเทศไทยในพระราชาชูรส

avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รวมนิยายยอดฮิต จาก (ท่านพ่อจูมง)ตอนที่1

ตั้งหัวข้อ  goosehhardcore on Tue Oct 30, 2012 8:11 pm

ป๊าดดดดด เข้าบ้านมาได้ เล่นซะยาวเลยนะป้ามาม่า cat cat cat cat
555555555555 ขอบคุณๆๆๆ lol! lol! lol!
avatar
goosehhardcore
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 6012
Join date : 12/06/2010
ที่อยู่ : Bangkok Thailand

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รวมนิยายยอดฮิต จาก (ท่านพ่อจูมง)ตอนที่1

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Wed Oct 31, 2012 9:09 pm

Laughing Laughing Laughing Laughing เห็นว่าหนุกดีค่ะป้า เลยเอามาฝาก แต่..ฮะฮะฮะ กว่าจะรู้ว่าผิดห้องก็สายเสียแล้วค่ะ มันยาวเกิ๊น จะย้ายก้ เหนื่อยอีก ไหนๆแล้วก็ไหนๆเน๊าะ ฮะฮะฮะ
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รวมนิยายยอดฮิต จาก (ท่านพ่อจูมง)ตอนที่1

ตั้งหัวข้อ  goosehhardcore on Thu Nov 01, 2012 10:46 am

ดีแล้ว... บ้านเราห้องไม่เยอะ หาง่าย เหมือนบ้านอาเสธ.แดงเมื่อก่อน ตอนหลังๆมา น้องๆ ปรับปรุงซะ จนเข้าไม่ถูกเลย แถมตอนนี้ หาทางไปไม่ได้ด้วย หายหมด ถ้าป้ามาม่ามีที่อยู่บ้านอา ที่เป็นปัจจุบัน ก็ขอหน่อยสิ จะแวะไปดูซะหน่อย Very Happy Very Happy Very Happy Surprised Surprised Surprised alien alien alien santa santa santa
avatar
goosehhardcore
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 6012
Join date : 12/06/2010
ที่อยู่ : Bangkok Thailand

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ