เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:40 am

รวมความรุนแรงยุคทักษิณ
3 มี.ค.44
เครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ระเบิด ต่อมาวันที่ 23 มกราคม 2545 มีรายงานสรุปของ
คณะกรรมการสอบสวน กรณีอันเกี่ยวกับอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักร กรณีเครื่องบิน
BOEING 737-400 เกิดเหตุเพลิงลูกไหม้
ตามที่เครื่องบินแบบ Boeing 737-400 เครื่องหมายสัญชาติและ ทะเบียน HS-TDC ของ
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เกิดเพลิงลุก ไหม้เครื่องบินทั้งลำขณะจอดอยู่ที่บริเวณหลุ่ม
จอดที่ 62 ท่าอากาศยานกรุงเทพ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2544 ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 คน
เสียชีวิต 1 คน และเครื่องบินได้รับความเสียหายทั้งลำนั้น คณะกรรมการ สอบสวนกรณีอันเกี่ยวกับ
อุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักร ได้ขอ รายงานถึงการปฏิบัติข้างต้น ดังนี้
1. เหตุการณ์โดยสังเขป
เครื่องบินแบบ Boeing 737-400 เครื่องหมายสัญชาติและทะเบี ยน HS-TDC ของบริษัท
การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำการบินเส้นทาง ภายในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศใน
ภูมิภาคเอเชีย โดยเมื่อ 3 มีนาคม 2544 ได้ทำการบินมาแล้วจำนวน 4 เที่ยวบิน คือ เส้นทางกรุง เทพ
ฯ-ตรัง และตรัง-กรุงเทพฯ เส้นทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลก และพิษณุโลก- กรุงเทพฯ ขณะที่เครื่องบิน
จอดบริเวณหลุมจอดที่ 62 อาคารผู้โดยสารภายใน ประเทศ ท่าอากาศยานกรุงเทพ เพื่อจะทำการ
บินในเที่ยวบินที่ 5 เส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ในเวลา 15 นาฬิกา 15 นาที โดยก่อนเกิดเหตุมี
เจ้า หน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานต่อเครื่องบิน จำนวน 5 กลุ่ม ได้เข้าไปทำ หน้าที่ต่างๆ คือ
1.1 กลุ่มพนักงานทำความสะอาดภายในเครื่องบิน (ลูกจ้างชั่ว คราว) ได้เข้าไปทำความ
สะอาดและลงไปจากเครื่องบินเมื่อเวลา 15 นาฬิกา 30 นาที
1.2 กลุ่มเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่าง ได้เข้าไปตรวจสอบเครื่องบิน ก่อนทำการบิน
1.3 กลุ่มเจ้าหน้าที่เติมเชื้อเพลิงได้เข้าไปเติมเชื้อเพลิงให้กับ เครื่องบินเรียบร้อยแล้วก่อนเกิด
เหตุ
1.4 กลุ่มพนักงานขนถ่ายสัมภาระ (Loader) ได้เข้าไปขนถ่าย สัมภาระขึ้นเครื่องบิน
1.5 กลุ่มพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จำนวน 5 คน และพนักงานฝ่ายบริการภาคพื้น 1
คน เข้าไปเตรียมความพร้อมด้านการให้ บริการในห้องผู้โดยสาร
อนึ่ง เจ้าหน้าที่ของ บริษัท การบินไทยฯ ได้ทำการตรวจซ่อม เครื่องบินปรับอากาศของ
เครื่องบินลำนี้ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2544 เวลา 11 นาฬิกา 25 นาที ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ ก่อนทำ
การบินไปท่าอากาศยานพิษ ณุโลก
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:41 am

เวลาประมาณ 14 นาฬิกา 40 นาที เครื่องบินลำดังกล่าวได้ เกิดระเบิด และเกิดเพลิงลุกไหม้
บริเวณกลางลำตัวเครื่องบินลุกลามไปส่วน ต่างๆ ของเครื่องบินอย่างรวดเร็ว และอีก 18 นาทีต่อมา
ถังเชื้อเพลิงที่ปีก ขวาเกิดระเบิด จากเหตุการณ์นี้ทำให้เครื่องบินได้รับความเสียหายทั้งลำ พนักงาน
ต้อนรับบนเครื่องบินเสียชีวิต 1 คน (สภาพศพนอนคว่ำหน้า หันศีรษะไปทางท้ายเครื่อง) และ
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานต่อ เครื่องบินได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 คน
2. รายละเอียดของเครื่องบิน
2.1 แบบ B737-4D7
2.2 Serial No.25321
2.3 เครื่องหมายสัญชาติและทะเบียน HS-TDC จดทะเบียนในนาม บริษัท การบินไทย
จำกัด (มหาชน) เมื่อ 10 กันยายน 2534 มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศเลขที่ 177/2543 มีผลบังคับใช้
ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2543 ถึงวันที่ 9 กันยายน 2544
2.4 มีอายุการใช้งานนับตั้งแต่เริ่มสร้าง 16,982 ชั่วโมง (21,006 เที่ยวบิน) เมื่อวันที่ 3
มีนาคม 2544
2.5 ได้รับการตรวจซ่อมตามระยะเวลา
- ตรวจซ่อมขั้น A CHECK (350 ชั่วโมง) ครั้งสุดท้าย ขณะมีอายุการใช้งาน 16,962 ชั่วโมง
20,984 เที่ยวบิน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2544
- ตรวจซ่อมขั้น C CHECK (ทุก 15 เดือน) ครั้งสุดท้าย ขณะมีอายุการใช้งาน 13,667 ชั่วโมง
16,689 เที่ยวบิน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2542
3. การปฏิบัติของหน่วยที่รับผิดชอบภายหลังเครื่องบินเกิดเหตุระ เบิด
3.1 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน กองสรรพาวุธ สถาบันนิติ เวชวิทยา พนักงานสอบสวน
กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และแผนกทำลายวัตถุ
ระเบิด กรมสรรพาวุธทหาร อากาศ ได้นำเขม่าที่ติดอยู่กับชิ้นส่วนของเครื่องบินและที่ศพผู้เสียชีวิต
ไปตรวจ สอบด้วยเครื่องมือ Gas Chromatograph พบสาร Research Department Explosive
(RDX) เป็นส่วนใหญ่ และสารประกอบประเภท Chlorates ด้วย โดยที่สาร RDX เป็นส่วนประกอบ
สำคัญของดินระเบิดแบบซีโฟร์ (Composition-4) คณะพนักงานสอบของ สตช.ได้ข้อสรุปเบื้องต้น
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2544 ว่า การระเบิดขึ้นในบริเวณห้องเก็บสินค้าส่วนด้านหน้าในสุด ค่อนไป
ทางซ้ายของลำตัวเครื่องบิน บริเวณใต้ที่นั่งชั้นประหยัด (Y-Class) หมายเลข 32-36 ห่างจากที่นั่งชั้น
ธุรกิจ (J-Class) ประมาณ 5-6 แถว
3.2 ในวันที่ 6 มีนาคม 2544 คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้จัดให้มีการประชุมเกี่ยวกับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ปรากฏว่าที่ประชุมยัง ไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นการก่อวินาศกรรมหรือ
อุบัติเหตุ ดังนั้น ที่ประชุมจึง มีมติให้ดำเนินการดังนี้
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:41 am

3.2.1 คณะกรรมการสอบสวนฯ จะดำเนินการควบคู่ไปกับ คณะกรรมการสอบสวนของ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
3.2.2 อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐ อเมริกา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น
Accredit Representative และคณะที่ ปรึกษา เข้าร่วมการสอบสวนกับคณะกรรมการสอบสวนฯ
3.3 ต่อมาคณะเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานสหรัฐฯ ได้แก่
3.3.1 National Transportation Safety Board (NTSB) เป็นหน่วยงานในการสอบสวน
กรณียานพาหนะของสหรัฐอเมริกาประสบ อุบัติเหตุ
3.3.2 Federal Aviation Abministration (FAA) เป็นหน่วยงานที่ควบคุมเกี่ยวกับ
กฎระเบียบการบินของสหรัฐฯ รวมทั้งเจ้า หน้าที่ด้านเทคนิคของบริษัท Boeing ได้ขอเข้าร่วมการ
สอบสวนกับคณะ กรรมการสอบสวนฯ ในฐานะประเทศผู้สร้างเครื่องบิน ซึ่งได้รับการแต่งตั้ง
เป็น Accredit Representative และเป็นคณะที่ปรึกษา ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อ กำหนดตามภาคผนวก
13 แห่งอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization :
ICAO)
3.4 ในวันที่ 10-12 มีนาคม 2544 ได้ดำเนินการเคลื่อนย้าย ซากเครื่องบินจากหลุมจอดที่ 62
นำไปเก็บไว้ที่โรงเก็บของการท่า อากาศยานฯ ฝั่งตะวันออกของสนามบิน โดยความเห็นชอบของ
ทุกฝ่ายที่เกี่ยว ข้องเพื่อการตรวจสอบโดยละเอียดต่อไป
3.5 หลังจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตรวจสอบ ซากเครื่องบินพบว่า มีการ
ระเบิดของถังเชื้อเพลิงกลางลำตัวเครื่องบิน (Center Tank) โดยสาเหตุหลักที่นำไปสู่การระเบิดของ
ถังเชื้อเพลิงฯ นั้น สันนิษฐาน ว่าอาจเกิดจากเหตุ 3 ประการ คือ
3.5.1 การวางระเบิดในห้องผู้โดยสาร (Cabin) เหนือ บริเวณถังเชื้อเพลิงกลางลำตัว
เครื่องบิน
3.5.2 จากระบบของเครื่องบิน บริเวณถังเชื้อเพลิงกลางลำ ตัวเครื่องบิน
3.5.3 จากเหตุอื่นๆ ซึ่งยังไม่สามารถพบหลักฐานในขณะนี้
3.6 จากการนำชิ้นส่วนตัวอย่างส่งไปวิเคราะห์ที่ประเทศสหรัฐ อเมริกา ในเบื้องต้นไม่พบ
สาร RDX และต้องนำชิ้นส่วนตัวอย่างอื่นๆ ของเครื่องบินไปทำการวิเคราะห์หาสารเคมีต่อไป ซึ่ง
จะต้องใช้เวลาในการ ตรวจพิสูจณ์อีกระยะหนึ่ง
3.7 ในวันที่ 22 มีนาคม 2544 คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้เชิญคณะเจ้าหน้าที่
ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ มาสรุปความคืบหน้าของการ ดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่
ดังกล่าวได้พิจารณาโดยมุ่งเน้นไปที่ถัง เชื้อเพลิงเป็นพิเศษ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสภาพซาก
เครื่องบิน และเศษชิ้น ส่วนของเครื่องบิน ได้พบผนังกั้นของห้องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Forward
Compartment) ซึ่งอยู่หน้าเครื่องปรับอากาศและหน้าถังเชื้อเพลิงกลางลำตัว เครื่องบิน จำนวน 3
ชิ้น ได้กระเด็นไปทางด้านหัวของเครื่องบิน ซึ่งคาดว่า เป็นผลมาจากการระเบิดของตัวถังเชื้อเพลิง


แก้ไขล่าสุดโดย Mamhablue เมื่อ Sun Dec 09, 2012 8:52 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:42 am

กลางลำตัวเครื่องบิน ตลอดจนแผง ดังกล่าวอยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์ ไม่ได้ถูกทำลายในลักษณะถูก
แรงระเบิด แรงโดยตรง ซึ่งหากโดนแรงระเบิดโดนตรงแล้ว ลักษณะควรจะแตกกระจาย เป็นชิ้น
เล็กชิ้นน้อย เพราะแผงดังกล่าวมีความบอบบาง กอปรกับไม่มีร่องรอย หรือหลักฐานะอื่น เช่น
คราบเขม่าของดินระเบิด การแตกกระจายของชิ้น โลหะที่จะสามารถยืนยันได้ว่ามีการระวางระเบิด
ในบริเวณดังกล่าว
3.8 ผลจากการนำเสียงที่บันทึกได้จาก CVR ในช่วงเกิดเหตุ ไปวิเคราะห์ SOUND
SPECTRUM ผลปรากฏว่า เส้นกราฟที่ได้คล้ายกับ กรณีเครื่องบินแบบ Boeing 737 ของสายการ
บิน Philippines Airlines เกิดระเบิดที่ถังเชื้อเพลิงของปีก
3.9 กรณีที่ถังเชื้อเพลิงระเบิด ได้เกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง เช่น
3.9.1 เครื่องบินแบบ Boeing 747 ของสายการบิน TWA เที่ยวบินที่ 800 ได้เกิดระเบิดเมื่อ
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2539 ขณะบินเดินทาง ออกจาก New York เพื่อไป Paris มีผู้โดยสารจำนวน
230 คน (รวมลูกเรือ) เสียชีวิตทั้งหมด หลังจากวิ่งขึ้นประมาณ 13 นาทีขณะอยู่เหนือ มหาสมุทร
แอตแลนติก ห่างจากฝั่ง 8 ไมล์ กำลังได้ผ่านระยะสูง 13,800 ฟุต ผลจากการสอบสวนพบว่าเกิดจาก
ระเบิดของถังเชื้อเพลิงกลางปีก (Center Wing Tank : CWT) ขณะเกิดเหตุเชื้อเพลิงในถังมีเพียง
เล็กน้อย ซึ่งจากการ รวบรวมชิ้นส่วนเครื่องบิน แล้วนำมาประกอบเป็นรูปร่างใหม่ พบว่าถังน้ำมัน
มีร่องรอยจากการระเบิดจากภายในถังฯ ไม่พบร่องรอยของการระเบิดจากวัตถุ ระเบิด หรือจรวด
สาเหตุที่คาดว่าเป็นไปได้ คือ ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งทำให้เกิด กระแสไฟฟ้าที่สูงเกินเกณฑ์เข้าสู่ถัง
เชื้อเพลิง
3.9.2 เครื่องบินแบบ Boeing 737 ของสายการบบิน Philippines Airlines ได้เกิดระเบิดและ
ไฟลุกไหม้เครื่องบิน เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2533 ที่สนามบินกรุงมะลิลา ขณะลากออกจากหลุม
จอดเครื่องบิน (Terminal Gate) มีผู้โดยสารบาดเจ็บสาหัส 8 คน บาดเจ็บเล็กน้อย 30 คน ขณะนั้น
อุณหภูมิภายนอก 95 F จากการสอบสวนยังไม่สามารถยืนยัน สาเหตุของการระเบิดได้ แต่พบว่า
สายไฟที่เดินเพิ่มเติมไปที่ปลายปีกฉนวน เกิดการฉีกขาด ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรเป็นผลให้
กระแสไฟฟ้าเข้าสู่ เครื่องวัดปริมาณเชื้อเพลิงในถังเชื้อเพลิงเกินเกณฑ์ เป็นต้นเหตุของการจุด
ระเบิดของไอเชื้อเพลิงภายในถังเชื้อเพลิงได้
3.9.3 เครื่องบินแบบ Boeing 727 ของสายการบิน Avianca ได้เกิดระเบิดเมื่อวันที่ 27
พฤศจิกายน 2532 ขณะบินเดินทางจาก กรุงโบโกตา ประเทศโคลัมเบีย หลังจากวิ่งขึ้นจากสนามบิน
ได้ประมาณ 5 นาที ผลการสอบสวนพบว่า มีการวางระเบิดขนาดเล็กที่ใต้เก้าอี้ผู้โดยสาร เหนือถัง
เชื้อเพลิงกลางลำตัวเครื่องบิน เมื่อเกิดการระเบิดขึ้น แรงระเบิดเป็นผล ให้พื้นห้องผู้โดยสารทะลุลง
สู่ถังเชื้อเพลิงและเป็นเหตุให้ถังเชื้อเพลิงเกิดการ ระเบิดขึ้นอีก
3.10 ในวันที่ 21 มิถุนายน 2544 NTSB ได้มีหนังสือแจ้งผล การดำเนินงานไปแล้ว โดยได้
ถอดและแยกชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำมาจากเครื่อง บินเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดใน
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:42 am

ห้องปฏิบัติการ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่พบ ต้นเหตุของการจุดระเบิด ปั๊มเชื้อเพลิง และเครื่องวัด
เชื้อเพลิงยังคงต้องทำการ ตรวจสอบต่อไป เนื่องจากพบว่ามีรอยขูดขีดและมีวัตถุแปลกปลอมถูกกด
เข้า ไป ในขณะที่ FUEL GAGE CONNECTOR เกิดความเสียหาย ซึ่งอาจ เนื่องมาจากไฟฟ้า
ลัดวงจร จึงต้องทำการตรวจสอบ โดยใช้ SCANNING ELECTRON MICROSCOPE ขณะนี้ได้ทำ
การทดสอบปั๊มเชื้อเพลิงไปแล้ว 1 เครื่อง และกำลังวางแผนในการทดสอบอื่นๆ ต่อไป เพื่อหา
3.10.1 ความเป็นไปได้ของการเกิดประกายไฟขณะที่วัตถุ แปลกปลอมถูกดูดเข้าไป
3.10.2 แหล่งของการจุดระเบิดที่เป็นไปได้ ซึ่งเกิดขึ้น ระหว่างการทำงานของมอเตอร์หรือ
ลูกปืนปั๊มเชื้อเพลิงเป็นระยะเวลานาน โดยไม่มีการระบายความร้อนจากเชื้อเพลิง
NTSB ได้หารือในเรื่องการเดินทางมายังประเทศไทย (ประมาณปลายเดือนกรกฎาคม หรือต้น
เดือนสิงหาคม) เพื่อบรรยายสรุปการ ดำเนินงานพร้อมทั้งจัดเตรียมเอกสารเสนอแก่เจ้าหน้าที่ฝ่าย
ไทยและนำชิ้นส่วน ของเครื่องวัดปริมาณเชื้อเพลิง เครื่องกรองเชื้อเพลิง รูบริเวณผนังด้านข้าง
เครื่องบินและชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม ตลอดจนขอ ประวัติการซ่อมบำรุง
ชิ้นส่วนเครื่องบินและการเปิดเผยผลการค้นคว้าวิจัยที่ได้ ดำเนินการไปแล้ว เพื่อปรับปรุงความ
ปลอดภัยของสายการบินต่างๆ
3.11 ในวันที่ 6 สิงหาคม 2544 คณะเจ้าหน้าที่จาก NTSB และ BOEING จำนวน 5 คน ได้
เดินทางมายังประเทศไทย และได้ บรรยายสรุปการปฏิบัติงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ณ ห้อง
ประชุม ฝ่าย เสนาธิการทหารอากาศ โดยมีประธานคณะกรรมการสอบสอนกรณีอันเกี่ยว กับ
อุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักร เป็นประธานฯ โดยสรุปได้ดังนี้
จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ซากเครื่องบิน ชิ้นส่วนต่างๆ ตลอดจนการส่งชิ้นส่วนไป
ตรวจสอบในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่คาดว่าจะนำไปสู่การ
ระเบิด แต่มีอุปกรณ์หลาย อย่างอยู่ระหว่างการตรวจสอบวิเคราะห์ เช่น เครื่องวัดปริมาณเชื้อเพลิง
อาจมี การลัดวงจรเกิดขึ้นภายในเครื่องวัด สวิตช์ไฟฟ้า (FLOAT SWITCH) ในถังเชื้อเพลิงด้านขวา
เกิดการแตกร้าว ปั๊มเชื้อเพลิงที่ถังเชื้อเพลิงกลางพบมีสิ่ง แปลกปลอมและรอยขีดข่วนเกิดขึ้นภายใน
และถ่ายเทประจุไฟฟ้าสถิต (STATIC ELECTRICITY) ที่สาย BONDING ของชุด VENT
VALVE ของถังเชื้อเพลิง เป็นต้น ในการดำเนินการขั้นตอนต่อไปของคณะเจ้าหน้าที่ จาก NTSB
จะได้ทำการตรวจสอบวิเคราะห์ต่างๆ ที่มีสิ่งผิดปกติดังกล่าวข้าง ต้น และนำชิ้นส่วนใหม่ที่เกี่ยวข้อง
ไปตรวจสอบเพิ่มเติม หลังจากที่บรรยาย สรุป คณะเจ้าหน้าที่จาก NTSB และ BOEING ได้
เดินทางไปโรงเก็บซาก ชิ้นส่วนเครื่องบิน เพื่อตรวจสอบและคัดเลือกชิ้นส่วนใหม่ที่เกี่ยวข้อง
ในช่วง ระหว่างวันที่ 6-10 สิงหาคม 2544 ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการสอบ สวนฯ ทั้งนี้
เพื่อนำไปตรวจสอบเพิ่มเติม ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
3.12 ในวันที่ 2 ตุลาคม 2544 The National Transportation Safety Board (NTSB) ได้แจ้ง
ให้ทราบว่า
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:43 am

3.12.1 จากการพบร่องรอย (Marks) ที่บริเวณ Pump Inlets NTSB ร่วมกับ Federal Aviation
Administration (FAA) และบริษัท Boeing ได้จัดเตรียมแผนการตรวจสอบการทำงานของ Pump
ดังกล่าว ซึ่งห้องทดลองได้ถูกสร้างขึ้น โดยบริษัท Boeing
3.12.2 ชิ้นส่วนต่างๆ ได้แก่ Wiring, Fuel Vent Valves, Fuel Quantity Probes และ Fuel
Filter ได้ถูกจัดส่งไปยังห้องทดลองต่างๆ เพื่อทำการตรวจสอบ
3.13 ในวันที่ 4 ตุลาคม 2544 NTSB ได้แจ้งให้ทราบว่า มีความจำเป็นต้องรื้อ Wing Tank
Fuel Pumps ทั้งสองเพื่อตรวจสอบ ซึ่งจะทำให้ Pumps ทั้งสองดังกล่าวไม่สามารถนำกลับมาใช้
งานได้อีก คณะกรรมการสอบสวนฯ จึงได้แจ้งให้ NTSB ทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป
3.14 ในวันที่ 4 มกราคม 2545 NTSB ได้ส่งรายงานตรวจ สอบรูบริเวณผนังด้านข้างของเครื่องบิน
ว่า ลักษณะรอยแตกและเสียรูปของรู ดังกล่าว เกิดจากโดนวัตถุทะลุพื้นผิวจากภายนอกเข้าไปยัง
ภายใน จึงเรียนมา เพื่อโปรดทราบไว้ในชั้นหนึ่งก่อน และหากมีข้อมูลเพิ่มเติมจักได้รายงานให้
ทราบต่อไป.
10 เมษายน 2544 วางระเบิดสถานีรถไฟหาดใหญ่ วันที่ 8 เม.ย.44
“ปุระชัย” เช็กบิลตำรวจ - ฝ่ายปกครอง สังเวยระเบิดสถานีรถไฟ สั่ง ศอ.บต.ส่งรายชื่อ เตรียมย้าย
ใหญ่ตุลา. ผบ.ตร.ก้นร้อนกำชับลูกน้อง สงกรานต์ห้ามลา ใครฝ่าฝืนเจอดี นครบาลตรึงสถานที่
สำคัญ หวั่นมือที่สามฉวยโอกาส ด้านการสอบสวนหามือบึ้ม ได้เบาะแสเป็นชาวพัทลุง
ในการประชุมกระทรวงมหาดไทยประจำเดือนเมษายน โดยมี ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยม
สมบูรณ์ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน เมื่อวันที่ 9 เมษายนนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ รอง
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้ อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
(ศอ.บต.) ได้รายงานต่อที่ประชุมถึงการวางระเบิดสถานีรถไฟหาดใหญ่ จ.สงขลา และที่หน้า
โรงแรมศรีเบตง จ.ยะลา
นายพลากรกล่าวว่า การเกิดระเบิดขึ้นครั้งนี้ ทั้งที่หน่วยข่าวได้ แจ้งเตือนให้ตรวจสอบแล้ว
นั้น เป็นเพราะตำรวจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำงานต่อเนื่องจนอ่อนล้า เพราะบางคนเป็น
เจ้าหน้าที่ธุรการ กลางวันต้อง พิมพ์ดีด กลางคืนเข้าเวรยาม ตั้งด่านตามจุดต่างๆ บางทีติดต่อกัน 15
วันไม่ได้หลับนอน โดยเฉพาะในส่วนของอำเภอหาดใหญ่ ตำรวจมีภารกิจ หลายด้าน เมื่อมีการแจ้ง
เตือนข่าวสารการก่อการร้าย จึงเดาใจว่าเจ้าหน้าที่ บางคนอาจรู้สึกเฉยๆ เพราะตัวเองได้ทำหน้าที่
เต็มที่แล้ว คืออยู่เวรยามออก ตรวจพื้นที่กันอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้ถือว่าเป็นความบกพร่องของ
เจ้าหน้าที่แล้ว มาตำหนิกัน
ด้าน ร.ต.อ.ปุระชัยกล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้ตำหนิในเรื่องนี้ แต่อยากให้ตระหนักว่า เมื่อมีข่าว
เกิดขึ้น ก็ต้องติดตามกันเป็นพิเศษ จึงอยากให้ ศอ.บต.ปรับปรุงปัญหาภายใน คือทำอย่างไรให้การ
ทำงานเป็น เอกภาพและครบวงจร สำหรับสถานีรถไฟหาดใหญ่ ทราบว่าอยู่ระหว่างการ ติดตั้ง
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:43 am

โทรทัศน์วงจรปิด แต่ก็มาเกิดปัญหาเสียก่อน เรื่องนี้ถือว่าจำเป็นต้องลง ทุน ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็
สามารถนำภาพย้อนหลังกลับมาดูใหม่ได้
“ผมจะอาศัยจังหวะตรงนี้ไปเยี่ยม ศอ.บต. รวมทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนเรื่องของ
คน ผมขอเน้นย้ำมากว่าให้เตรียมแผน ไว้ได้เลย ในเดือนตุลาคมนี้ ใครที่ไม่เหมาะสม ให้ ศอ.บต.
เสนอขึ้นมา ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ ตาม แต่
อย่าให้มีการคิดว่ามีการสับเปลี่ยนอะไร ไม่ใช่การลงโทษ เพราะต้องยอมรับว่าการทำงานไม่ใช่
เครื่องจักร ต้องมีการสับเปลี่ยนหมุน เวียนเอาคนสดชื่นเข้าไป คนเข้าไปต้องรู้ปัญหาและ
วัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ใช่เอาใครไปก็ได้ และต้องทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น” ร.ต.อ.ปุระชัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุม นายพลากรได้เสนอ รายงานสถานการณ์และผล
การปฏิบัติงานตามนโยบายความมั่นคงเกี่ยวกับ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่าง 13 มีนาคม - 8
เมษายน มีรายละเอียดที่น่า สนใจคือ เกิดเหตุร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่
จังหวัด ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส คือลอบยิง 1 ครั้ง ขว้างระเบิด/วางระเบิด 4 ครั้ง สมาชิกโจรก่อ
การร้ายเข้ามอบตัว 3 คน
สำหรับเหตุลอบวางระเบิด มีที่สำคัญ 3 ครั้ง คือ วันที่ 13 มี.ค. 44 คนร้ายวางระเบิดแสวง
เครื่องที่บริเวณรางรถไฟใกล้สถานีสโลว์บูกิตยือแร อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส แต่เจ้าหน้าที่กู้ได้ทัน
ต่อมาวันที่ 5 เม.ย. เกิดระเบิด ที่ใต้ท้องรถยนต์กระบะ ซึ่งเป็นรถของกลางที่ถูกจับกุมในข้อหา
กระทำผิดกฎ จราจร โดยจอดอยู่ด้านหลัง สภ.อ.แว้ง จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้รถยนต์ เสียหาย
ตรวจพบเป็นระเบิดซีโฟร์ และล่าสุดคือ เหตุระเบิดที่สถานีรถไฟ หาดใหญ่กับที่ลานจอดรถโรงแรม
ศรีเบตง จ.ยะลา
นายพลากร สุวรรณรัฐ ผอ.ศอ.บต. ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมา ว่า จะได้นำแผนที่มีอยู่แล้ว
คือ แผนเผชิญเหตุเพื่อพิทักษ์รักษาความสงบ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาปรับปรุงเสนอผ่านผู้ที่
เกี่ยวข้อง ทั้ง ผบ.ทบ. ผบ.ตร. ผู้บัญชาการนาวิกโยธิน ฝ่ายปกครอง และ ผวจ.ทั้ง 5 จังหวัด โดยจะ
ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์
ต่อเหตุรุนแรงที่ปะทุขึ้นอีก นายพลากรกล่าวว่า เป็นเพราะใน ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทางการ
ปฏิบัติงานได้ผล โดย ขจก.เสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว ถึง 18 คน ขณะที่การรุกทางการเมืองและการ
ปฏิบัติการจิตวิทยา ทำให้ ประชาชนมีความเชื่อถือศรัทธาในรัฐบาล เมื่อฝ่ายก่อการร้ายยุยงปลุก
ปั่นไม่ ได้ผล จึงหันมาสร้างสถานการณ์ก่อการร้ายด้วยการก่อวินาศกรรม ปัจจุบัน ขจก.ที่เหลืออยู่
มีกลุ่มพูโลใหม่ กลุ่มบีอาร์เอ็น และกลุ่มบูจาฮีดิน บางครั้งรวม ตัวก่อเหตุภายใต้ชื่อ “เบอซาตู” ซึ่ง
การก่อวินาศกรรมครั้งนี้ น่าจะเป็นการ รวมตัวกันก่อเหตุของทั้ง 3 กลุ่ม
ผอ.ศอ.บต.กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยกับมาเลเซียร่วมมือกันแก้ ปัญหาโจรก่อการร้ายเป็นอย่าง
ดี ไม่มีปัญหาอะไร แต่เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง ยากที่จะตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าการวาง


แก้ไขล่าสุดโดย Mamhablue เมื่อ Sun Dec 09, 2012 8:52 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:44 am

ระเบิดไม่เกี่ยวข้องกับ การย้ายข้าราชการ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลใหม่หรือรัฐบาลเก่า รวมทั้งการเมือง
ภายในประเทศ และการสร้างสถานการณ์ที่จะให้ได้รับงบประมาณเพิ่มเติม
“สถานที่ทั้ง 5 จุดที่ต้องเฝ้าสังเกตการณ์ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้
ตลอด เพราะพวกโจรก็ฟังข่าวสารจากเราทาง วิทยุและโทรทัศน์อย่างสบายๆ แต่เรากว่าจะได้
ข่าวสารมาค่อนข้างลำบาก” นายพลากรกล่าวถึงการเฝ้าระวัง 5 จุดสำคัญ ที่มีข่าวว่า ขจก.มุ่งจะก่อ
วินาศกรรมในช่วงนี้
วันเดียวกัน ยังมีการประชุมหน่วยงานข่าวกรองที่ทำเนียบ รัฐบาล โดยมี พล.อ.ชวลิต ยง
ใจยุทธ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน
พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือเพื่อปรับ ปรุงข่าวกรองให้สอดคล้อง
กับสถานการณ์ ทั้งนี้ ในการประชุมที่หาดใหญ่ ได้มีการพูดถึงการทำงานของหน่วยผสมพลเรือน
ตำรวจทหาร หรือ พตท.43 เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเห็นร่วมกันว่า ความร่วมมือและเอกภาพเป็นสิ่ง
สำคัญ สำหรับรายงานของตำรวจถึงเหตุการณ์ระเบิดที่หาดใหญ่ เป็นการกระทำของ โจรก่อการ
ร้ายที่มีอยู่เพียงไม่กี่คน เพื่อหวังผลโฆษณาชวนเชื่อ แต่ขณะเดียว กันก็อาจจะเกิดจากเหตุอื่น อย่า
ไปมุ่งกับโจรก่อการร้ายเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักก็จริง แต่เขาก็ไม่ละทิ้งประเด็นอื่น
ภายหลังการประชุมหน่วยงานด้านการข่าว นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคง
แห่งชาติ แถลงว่า ที่ประชุมเห็นตรงกัน ว่า เพื่อประสิทธิภาพด้านการข่าวในชายแดนภาคใต้ ทุกฝ่าย
ต้องประสานงาน กันอย่างใกล้ชิด โดยจะดำเนินการให้ได้ผลภายใน 2 เดือน โดยมาตรการเชิง รุก
จะมุ่งติดตามแกนนำคนสำคัญที่จะมุ่งไปที่ฝ่ายต่างๆ ที่จะเข้ามาก่อการใน ตัวเมือง
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการกับ เจ้าหน้าที่ในการประชุมร่วมที่
หาดใหญ่ไปแล้วว่า การทำงานต้องทำให้จบ เพราะทำครึ่งเดียวแก้ปัญหาได้ไม่หมด ซึ่งต่อไปเชื่อว่า
เจ้าหน้าที่คงทำงานเข้ม แข็งขึ้น และจัดการปัญหาให้จบได้ ในส่วนของการสอบสวนที่จังหวัด
ยะลา มีความคืบหน้าไปมาก คิดว่าคนที่ลงมือส่วนใหญ่คงเป็นคนไทย แต่ยังไม่ สามารถระบุได้ว่า
เป็นคนในพื้นที่หรือไม่
นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์อีกครั้งระหว่างเดินทางไปประชุมที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ว่า ในส่วนของตำรวจนั้น ถ้าคนไหนทำงานไม่เต็ม ที่ ก็อาจมีการปรับย้าย ถ้าไม่ทันในเดือนนี้ ก็คง
จะเป็นเดือนตุลาคมที่จะถึง
ด้าน พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ธวัชชัย จุลสุคนธ์
ผบช.ภ.9 และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ระมัดระวังป้องกันด่านต่างๆ มากขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้ง
ที่สถานี รถไฟหาดใหญ่และ อ.เบตง อาจไม่จบเพียงแค่นี้ จึงต้องจัดกำลังตำรวจนอก เครื่องแบบ
ออกตรวจตราสถานที่ต่างๆ เพื่อหาข่าวและสังเกตความเคลื่อนไหว รวมทั้งต้องเร่งสร้างมวลชน
สัมพันธ์มากกว่าเดิม นอกจากนี้ ได้กำชับตำรวจ ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ที่เป็นจุดล่อแหลม ให้
วางมาตรการให้รัดกุม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีผู้คนพลุกพล่าน


แก้ไขล่าสุดโดย Mamhablue เมื่อ Sun Dec 09, 2012 8:53 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:45 am

“ผมได้กำชับให้ตำรวจตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาจนถึงเจ้าหน้าที่หน่วย ปฏิบัติในพื้นที่ ถ้าไม่มี
เหตุผลจำเป็นห้ามลาเด็ดขาด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาค ใต้ เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้น ตำรวจต้องลงไป
แก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ถ้าตรวจพบว่าใครฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว ผมคงต้องคิดบัญชีบ้างนะครับ”
ผบ.ตร.กล่าว
พล.ต.อ.พรศักด์ิระบุว่า การวางระเบิดทั้งสองแห่ง ตรวจสอบ เป็นที่แน่นอนแล้วว่าน่าจะ
เป็นกลุ่มโจรก่อการร้าย ซึ่งการปราบปรามให้ได้ผล จะต้องขอความร่วมมือจากประเทศมาเลเซีย
พล.ต.ต.พาสน์ จักษุรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ตำรวจทุกท้องที่
เพิ่มความเข้มงวดกวดขันตามสถานที่ ต่างๆ ที่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยให้เน้น
จุดสำคัญ เช่น สถานเอกอัครราชทูต สถานีรถไฟและสถานีขนส่ง ซึ่งในช่วงเทศกาล สงกรานต์อาจ
มีผู้ไม่หวังดีสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง ทั้งนี้ แม้ กทม.จะไม่อยู่ในเป้าหมายของขบวนการก่อ
การร้าย แต่ก็เกรงว่ามือที่สามจะ สร้างสถานการณ์ขึ้น
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.ทบ. กล่าวยืนยันว่า การระเบิด สถานีรถไฟหาดใหญ่ เป็น
ฝีมือของโจรก่อการร้ายกลุ่ม “เบอซาตู” ซึ่งก่อน หน้านี้ พตท.43 ของกองทัพภาคที่ 4 ได้รายงาน
แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าว่าอาจ จะมีเหตุรุนแรงไปยัง ศอ.บต. เพื่อให้ประสานกับตำรวจ
กองทัพบกยังได้ออกคำแถลงประณามโจรก่อการร้ายที่ลอบวาง ระเบิดสถานีรถไฟหาดใหญ่ และ
ที่โรงแรมศรีเบตง ว่าเป็นการกระทำที่ไร้ มนุษยธรรมอย่างยิ่ง ที่ทำให้เด็กอายุ 5 ขวบต้องสังเวยชีวิต
จากการกระทำอัน โหดเหี้ยม รวมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนแจ้งข้อมูลเบาะแสต่างๆ เกี่ยวกับกลุ่ม ผู้
ไม่หวังดีต่อชาติด้วย
พ.อ.นกุล พงษ์ธานี นายทหารติดต่อประสานงานกองทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า จากการข่าว
ทราบว่า กลุ่มโจรที่วางระเบิดเป็นพวกบีอาร์เอ็น โดยมีแกนนำ 3 คน ที่เข้ารับการฝึกฝนจาก
ประเทศตะวันออกกลาง ขณะนี้กองทัพอยู่ระหว่างติดตามตัว โดยทราบชื่อทั้ง 3 คน รวมทั้งแหล่ง
หลบ ซ่อน ทั้งพบว่ายังมีแผนที่จะก่อวินาศกรรมในจุดอื่นด้วย
ที่หาดใหญ่ ได้มีผู้แจ้งตำรวจ สภ.อ.หาดใหญ่ ว่ามีการวาง ระเบิดที่ตลาดพลาซ่าหาดใหญ่
แต่เมื่อไปตรวจสอบแล้วไม่พบ ทราบว่าเป็น ข่าวลือที่พ่อค้าแม่ค้าพูดกันปากต่อปาก
สำหรับความคืบหน้าในการสืบสวนหาตัวคนร้ายวางระเบิด สถานีรถไฟหาดใหญ่ มีรายงานว่า
เจ้าหน้าที่ได้เบาะแสว่าคนร้ายเป็นชาวจัง หวัดพัทลุง เดินทางมากับขบวนรถไฟนครศรีธรรมราช-สุ
ไหงโก-ลก ขณะนี้ ตำรวจส่วนหนึ่งได้เดินทางเข้าจังหวัดพัทลุงแล้ว
ด้านผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ใน ร.พ.หาดใหญ่ 18 คน มีอาการสาหัสมาก 2
คน คือ นางศิริรัตน์ วงศ์ชัน ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ แพทย์ระบุว่ามีบาดแผลที่เกิดจากไฟไหม้และ
แรงอัดระเบิด ซี่โครงหัก 3-4 ซี่ เส้นเลือดขาดหลายแห่ง ผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว ต้องใช้เครื่องช่วย
หายใจ อีกคนคือ ด.ช.วธัญญู ช่วงเพชรจินดา อายุ 2 ปี อยู่ในห้องไอซียูเช่นกัน ทั้งนี้ พี่ชาย ด.ช.ว
ธัญญูคือ ด.ช.ณัฐพงษ์ ช่วงเพชรจินดา อายุ 5 ปี เสียชีวิตในที่เกิด เหตุ โดยครอบครัวได้จัดพิธี


แก้ไขล่าสุดโดย Mamhablue เมื่อ Sun Dec 09, 2012 8:53 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:46 am

ฌาปนกิจศพ ด.ช.ณัฐพงษ์ เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่วัดอู่ตะเภา ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ ซึ่งปรากฏว่าไม่มี
ตัวแทนของการรถไฟฯ ไปร่วมงานแต่อย่างใด
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รมว.คมนาคม กล่าวว่า การรถไฟฯ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้
ประสบเหตุจากการระเบิดสถานีรถไฟ หาดใหญ่ โดยเบื้องต้นจ่ายให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต 70,000
บาท ส่วนผู้ได้รับ บาดเจ็บจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล เป็นไปตามระเบียบของการรถไฟฯ
4 มกราคม 2547 : บุกปล้นปืนค่ายทหาร
คนร้ายบุกปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บ้านปิเหล็ง อ.เจาะไอ
ร้อง จ.นราธิวาส ปล้นปืนไป 403 กระบอก สังหารทหาร 4 นาย พร้อมทั้งลอบวางเพลิงอาคาร
โรงเรียน และที่พักสายตรวจทั่ว จ.นราธิวาสพร้อมกัน 22 จุด
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการโจมตีแกนแห่งอำนาจการใช้ความรุนแรงของรัฐ คือที่ค่ายทหาร
ดังนั้นในสายตาของรัฐจึงต้องตอบโต้ด้วยการรื้อฟื้นสถาปนาอำนาจรัฐในพื้นที่ให้คืนมาโดยเร็ว
ที่สุด ในแง่นี้ 4 มกราคม 2547 เป็นการกระทบกระแทกฐานะของรัฐในสายตาของประชาชน เพราะ
ถ้ารัฐยังคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ถืออาวุธของตนเองไม่ได้ จะทำหน้าที่คุ้มครองประชาชนตามหน้าที่ของ
ตนอย่างไร สายสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนจึงถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง
12 มีนาคม 2547 : ทนายสมชาย
นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความมุสลิม ที่มีบทบาทในการว่าความให้กับชาวมุสลิมที่ถูก
กล่าวหาในคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากว่า 20 ปี หายตัวไปหลังพบกับ
เพื่อนที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เชื่อกันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหาย
ตัวไปของเขา
การที่ทนายความที่ต่อสู้เพื่อมุสลิมที่ถูกกล่าวหาในปัญหาความรุนแรงที่จังหวัดชายแดน
ภาคใต้มานานถูกอุ้มหายไป เท่ากับการทำลายคนๆ หนึ่งซึ่งเชื่อมั่นศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม
ของประเทศ และต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในระบบด้วยกระบวนการทางกฎหมายตลอดมา
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับทนายสมชาย จึงส่งผลโดยตรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับ
ประชาชน ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า กระทั่งคนที่มีศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมของรัฐตลอดมา ยังไม่
สามารถอยู่รอดปลอดภัยได้ คงไม่ต้องกล่าวว่า ศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศสำคัญ
ต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนอย่างไร
28 เมษายน 2547 : กรือเซะ
เมื่อผู้คนนับร้อยตัดสินใจถืออาวุธอย่างมีดพร้าเข้าโจมตีที่ทำการของรัฐพร้อมๆ กันใน 3
จังหวัด จนเจ้าหน้าที่โต้ตอบด้วยอาวุธปืน ทำให้ผู้ก่อการเสียชีวิต 106 คน
ปัญหาคือ คนที่ตายเหล่านี้ถูกจดจำอย่างไร ศพของคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกนำไปฝังโดยไม่
มีการอาบน้ำเหมือนศพมุสลิมทั่วไป แต่ฝังไปทั้งหยดเลือดและรอยกระสุน เพราะเห็นคนเหล่านี้เป็น


แก้ไขล่าสุดโดย Mamhablue เมื่อ Sun Dec 09, 2012 8:54 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:47 am

ผู้ตาย ‘ชะอีด’ คือคนที่ตายด้วยน้ำมือของคนที่ไม่ใช่มุสลิมในการต่อสู้เพื่อพิทักษ์รักษาศาสนา
อิสลาม
การใช้มีดพร้าเข้าต่อสู้กับอาวุธสมัยใหม่ เป็นภาพของความกล้าหาญที่มีองค์ประกอบของ
ศรัทธาไว้ด้วยอย่างสำคัญ การเลือกก่อการในวันสำคัญซึ่งคนท้องถิ่นเชื่อว่า เคยเกิดเหตุปะทะกัน
ครั้งใหญ่ระหว่างฝ่ายรัฐกับชาวมุสลิมที่ดุซงญอ นราธิวาส เมื่อปี 2491 มีความหมายในเชิง
สัญลักษณ์ เพราะเท่ากับว่าเหตุการณ์ 28 เมษายน 2547 พาคนเหล่านี้เดินเข้าไปในประวัติศาสตร์การ
ต่อสู้ระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เป็นการเชื่อมโยงความแปลกแยกระหว่างชาวมุสลิมในพื้นที่กับรัฐในปัจจุบัน เข้ากับ
ประวัติศาสตร์การต่อสู้รุนแรงในอดีต การต่อสู้ในวันที่ 28 เมษายน 2547 คงทำให้ชาวไทยพุทธใน
พื้นที่รู้สึกผสมกันระหว่างความรู้สึกไม่เข้าใจการต่อสู้เช่นนี้ กับความหวาดกลัวที่คนธรรมดาๆ อายุ
ตั้งแต่ต่ำกว่า 20 ปี ถึง 60 ปี ลุกขึ้นมาต่อสู้และยอมตายเพื่อความเชื่อของตัว
25 ตุลาคม 2547 : ตากใบ
เมื่อคนสามพันคนไปชุมนุมกันที่หน้าสถานีตำรวจภูธร อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เรียกร้องทาง
ราชการให้ประกันตัวชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายู ซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน 6 คน
สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้เมื่อ 25 กันยายน 2547 ชาวบ้านปิดล้อมชุดปฏิบัติการ
หน่วยเฉพาะกิจสันติ ที่โรงเรียนบ้านไอบาตู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เพราะเข้าใจว่าทหารยิงปืนใส่
หญิงชาวบ้านคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ต่อมาวันที่ 10 ตุลาคม ชาวบ้านระบุว่ามีชายสองคนแต่งกาย
คล้ายทหารยิงปืน 3 นัด บริเวณชายหาด อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี ชาวบ้านรุมล้อมเจ้าหน้าที่ไว้ แต่ทั้ง
สองกรณีคลี่คลายได้เมื่อเจ้าหน้าที่ยอมให้ตรวจสอบความจริง ใช้ความอดทน แม้ฝ่ายชุมนุมจะมี
อาการก้าวร้าว
แต่เหตุการณ์ตากใบกลับพูดคุยไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายการชุมนุม ทำให้มี
ผู้เสียชีวิตในที่ชุมนุม 6 คน จับกุมไปอีก 1,300 คน ขณะลำเลียงผู้ที่ถูกจับกุมไปยังค่ายทหารที่ จ.
ปัตตานี มีผู้เสียชีวิตเพราะถูกทับหลายชั้นเป็นเวลานานถึง 79 คน
เหตุการณ์นี้สร้างความไม่ไว้วางใจให้ทวีขึ้นในหมู่ประชาชน เพราะส่วนใหญ่เชื่อว่า ผู้
ชุมนุมไม่มีอาวุธ การปราบปรามด้วยกำลังจึงเป็นเรื่องเกินกว่าเหตุ ยิ่งกว่านั้นวิธีที่รัฐปฏิบัติต่อพวก
เขาจนเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายก็เป็นสิ่งที่รัฐเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้
ภาครัฐตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ก็ไม่ยอมแสดงความรับผิดชอบตามที่
ควร ผลคือความเชื่อถือไว้วางใจที่ประชาชนในพื้นที่มีต่อรัฐยิ่งถูกกร่อนเซาะให้อ่อนแอลงไปอีก
เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูรู้สึกชัดว่า รัฐปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไม่เป็น
ธรรม และเมื่อเกิดเหตุขึ้นก็ไม่ได้แสดงอาการเสียใจกับความตายของคนเหล่านี้ และมีผู้เห็นว่า
เหตุการณ์ตากใบเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ พี่น้องประชาชนไม่เคยคาดคิดมา
ก่อน และทำให้การอยู่รวมกันระหว่างพี่น้องไทยพุทธ ไทยมุสลิมเปลี่ยนไป


แก้ไขล่าสุดโดย Mamhablue เมื่อ Sun Dec 09, 2012 8:54 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:47 am

นอกจากนั้นในบริบทความสัมพันธ์ระดับภูมิภาค เหตุการณ์ตากใบเป็นจุดเริ่มต้นที่
สื่อมวลชนและกลุ่มต่างๆ ในประเทศมาเลเซียวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยในทางลบอย่างกว้างขวาง
นับเป็นครั้งแรกที่การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยรวมศูนย์อยู่ที่รัฐสภา โดยสมาชิกทั้งพรรคฝ่ายค้าน
และฝ่ายรัฐบาลร่วมกันประณามการใช้มาตรการรุนแรงควบคุมตัวผู้ประท้วงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 79
คน
นอกจากจะกร่อนเซาะความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับชาวไทยเชื้อสายมลายูแล้ว กรณีตากใบ
ยังเป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงทั่วไปทั้งในแง่ที่ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมถูกกดขี่ในประเทศไทย และในแง่ที่
รัฐไทยละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยการทำทารุณผู้ถูกจับกุมถึงชีวิต
3 เมษายน 2548 : ระเบิดสนามบินหาดใหญ่
เกิดระเบิดหลายแห่งในพื้นที่ จ.สงขลา โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟู สาขาหาดใหญ่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน และเสียชีวิต 1 คน
เหตุการณ์นี้เป็นการจงใจพุ่งเป้าไปที่ราษฎรสามัญในสถานที่สาธารณะ อีกทั้งเกิดขึ้นที่
หาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ นับแต่นั้นดูเหมือนว่าแนวโน้มการลอบวางระเบิดจะมี
มากขึ้น
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำลายชีวิตปกติของสามัญชน ขณะเดียวกันก็สร้างความ
หวาดระแวงให้เกิดขึ้นในหมู่ผู้คนที่แตกต่างกันอีกด้วย เพราะเป็นไปได้ว่าฝ่ายชาวไทยพุทธซึ่งเป็น
คนส่วนน้อยในพื้นที่ก็หวาดกลัว รู้ว่าตนจะประสบเคราะห์จากความรุนแรงด้วยน้ำมือผู้คนที่ต่าง
จากตัวเมื่อใดก็ได้ ชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูก็ยิ่งตกเป็นเป้าแห่งความหวาดระแวงทั้งจากรัฐและ
จากชาวไทยพุทธในพื้นที่มากขึ้น
14 กรกฏาคม 2548 : ดับไฟปิดเมืองยะลา
เกิดเหตุปิดเมืองก่อความวุ่นวายในจังหวัดยะลา ไฟฟ้าดับ มีการวางระเบิดในที่ต่างๆ 5 ลูก
ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ มีการวางเพลิงเผาร้านรวง ทำให้ชาวบ้านทั้งที่เป็นพุทธและ
มุสลิมบาดเจ็บ 17 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตสองคน ปรากฏการณ์นี้ทำให้รัฐบาลประกาศพระ
ราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตามมา
ปรากฏการณ์นี้ทำให้ชาวยะลาและผู้พบเห็นรู้สึกว่าได้สูญสิ้นชีวิตปกติที่ปลอดภัยไปแล้ว
ความหวาดกลัวในความปลอดภัยของตัวระบาดไปทั่วในหมู่ชาวบ้านร้านตลาด ผู้คนทั่วไปไม่ว่าจะ
เป็นพุทธหรือมุสลิมก็ไม่มั่นใจว่าอำนาจรัฐจะปกป้องคุ้มครองเขาได้ ขณะเดียวกันความระแวงแคลง
ใจระหว่างชาวพุทธกับมุสลิมก็ทวีมากขึ้น
30-31 สิงหาคม 2548 : 131 ผู้อพยพ
อิหม่ามสะตอปา ยูโซะ ถูกลอบยิงที่บ้านละหาร อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก่อนสิ้นใจสั่ง
ชาวบ้านว่า อย่าให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูศพ เพราะมั่นใจว่า ผู้ยิงคือเจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มชาวบ้านกว่า 400
คนเก็บตัวอยู่ในหมู่บ้านไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐรวมทั้งบุคคลภายนอกเข้าไปภายในหมู่บ้าน หลังจากนั้น
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:48 am

ปรากฏว่ามีชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูเดินทางออกจากประเทศไทยหลบหนีไปในตุมปัส กลันตัน
ซึ่งอยู่ตรงข้าม อ.ตากใบ ต่อมาทางการมาเลเซียได้ย้ายคนเหล่านี้ไปอยู่ตรังกานู
เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นนานาชาติที่ส่งผลสะเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ
มาเลเซียยิ่งขึ้น อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด เห็นว่ามาเลเซียควรให้คนเหล่านี้
เป็นผู้ลี้ภัยในมาเลเซีย ขณะที่ผู้นำพรรคปาสในกลันตันเห็นว่า ต้องช่วยเหลือให้คนเหล่านี้มีสิทธิ
ได้รับซะกาต หรือภาษีศาสนาที่มุสลิมทุกคนต้องบริจาค ขณะที่สื่อมวลชนมาเลเซียวิเคราะห์ว่า เป็น
ปัญหาท้าทายสำหรับมาเลเซีย ถ้ายอมรับให้เข้ามาได้ก็อาจทำให้กลุ่มอื่นๆ ทำตาม อีกทั้งถ้ามีการนำ
ประเด็นทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องในเวลาที่นายกรัฐมนตรีบาดาวี เป็นประธานที่ประชุมมุสลิมโลก
หรือโอไอซี ก็จะยิ่งทำให้มาเลเซียถูกเข้าใจผิดไปมากขึ้น
20-21 กันยายน 2548 : วิกฤตตันหยงลิมอ
หลังละหมาดมักริบ (หลังตะวันตกดิน) ชาวบ้านได้ยินเสียงปืนรัวที่ร้านน้ำชาในหมู่บ้าน
ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส มีผู้ถูกยิง 6 คน เสียชีวิต 2 คน เกิดข่าวลือว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ก่อ
เหตุ
ไม่นานเจ้าหน้าที่มาถึง ชาวบ้านรวมตัวกันเตรียมเข้าล้อม เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ถอยออกไป
แต่นาวิกโยธินสองนายออกรถไปไม่ทัน ประกอบด้วย ร.ต.วินัย นาคะบุตร จ.อ.คำธร ทองเอียด ถูก
จับตัวไว้ตลอดคืน และรุ่งเช้ามีความพยายามเจรจาเพื่อให้ชาวบ้านปล่อยทหารทั้งสองนาย ต่อมาช่วง
บ่ายวันที่ 21 กันยายน ทั้งสองนายก็ถูกชาวบ้านกลุ่มหนึ่งทำร้ายจนเสียชีวิต หลังจากถูกจับไว้นาน
19 ชั่วโมง
กรณีนี้มีปมปัญหาหลายลักษณะ เมื่อเกิดเหตุร้ายและชาวบ้านไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้ามาใน
พื้นที่ คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นที่บ้านละหาร อ.สุไหงปาดี สะท้อนความไม่ไว้วางใจในรัฐอย่างร้ายแรง
การจับนาวิกโยธินทั้งสองไว้ อาจแสดงให้เห็นศักยภาพในการดูแลตนเองของชุมชน แต่
การปล่อยให้ทั้งสองเสียชีวิต แสดงให้เห็นว่าชุมชนได้ล่มสลายไป หมดความสามารถจะดูแล
ปกป้องคนที่อยู่ในอาณัติของชุมชนได้
ยิ่งกว่านั้นเหตุการณ์นี้ดูเหมือนทำให้เกิดความโกรธแค้นในหมู่มหาชนทั่วไปมาก ถ้า
ข้อความที่สาธารณชนส่งเข้ามาตามรายการโทรทัศน์และวิทยุเป็นมาตรวัดความรู้สึกคนได้ คงต้อง
กล่าวว่าสังคมไทยตกอยู่ในความเกลียดชังอาจจะยิ่งกว่าความกลัว ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างกัน
เหตุการณ์ที่ตันหยงลิมอกระทบกระแทกความสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยพุทธทั้งในพื้นที่และใน
ประเทศ กับชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในพื้นที่ และอาจจะชาวไทยมุสลิมในพื้นที่อื่นๆ ด้วย
ผลสะเทือนของเหตุการณ์ทั้ง 8 สะท้อนให้เห็นชัดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทยกับ
ประชาชนส่วนใหญ่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ชาวไทยมุสลิมเชื้อ
สายมลายูไม่ไว้ใจในรัฐเพราะเห็นว่าไม่สามารถปกปักรักษาพวกตนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:49 am

ได้ในแง่นี้สัญญาณอันตรายของรัฐไทยอยู่ที่ กำลังเคลื่อนเข้าสู่ภาวะซึ่งบางคนเรียกว่า ‘รัฐ
ล้มละลาย’ (failed states) รัฐไม่สามารถประกันความปลอดภัยให้กับพลเมืองของตนได้ มีอาณา
บริเวณที่รัฐเข้าไม่ถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่อันตรายยิ่งกว่าคือ ไม่ว่ารัฐจะเป็นอย่างไร เข้มแข็งหรือล้มละลาย หากชุมชนยังเข้มแข็ง
ผู้คนที่แตกต่างหลากหลายยังอยู่ร่วมกันในฐานะพลเมืองเสมอกันได้ ประเทศก็ยังมั่นคงปลอดภัย
แนวโน้มที่น่ากังวลสำหรับปัญหานี้ก็คือ ไม่เพียงรัฐอ่อนแอแทบหมดกำลังจะปกป้อง
คุ้มครองพลเมือง แต่ชุมชนเองก็ดูเหมือนเข้าใกล้กับความล้มละลายไปด้วย กรณีตันหยงลิมอเป็น
กรณีที่ชุมชนหมดกำลังจะปกป้องคุ้มครองคนที่ตนรับภาระดูแลอยู่ได้ ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่าง
ผู้คนที่แตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมทั้งใน 3 จังหวัด และทั้งในประเทศก็ดูเหมือนจะถูกลิ่ม
แห่งความรุนแรงตอกให้แยกห่างจากกันมากขึ้นทุกที
ชาวไทยพุทธบางส่วนในพื้นที่รู้สึกว่า คนไทยนับถือศาสนาอื่นที่ไม่ใช่อิสลาม ‘ต้องถอยร่น
ทางวัฒนธรรม’ อำนาจรัฐก็ไม่ยุติธรรม เพราะลำเอียงเข้าข้างชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายู
ขณะที่ชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูกลับรู้สึกว่า ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม และมักได้รับ
การปฏิบัติจากรัฐไม่เหมาะสมอันเป็นผลจากการปฏิบัติตนในฐานะมุสลิม เช่นหากแต่งกายตาม
แบบชาวมุสลิมในภาคใต้ จะถูกหวาดระแวงทำให้ถูกตรวจค้นมากขึ้น
อันตรายของลิ่มแห่งความรุนแรงนี้ นอกจากจะทำลายสถาบันทางวัฒนธรรมที่ผูกร้อยผู้คน
ที่แตกต่างหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เห็นคนที่แตกต่างจากตนทั้งที่อยู่ในสังคมการเมือง
เดียวกันเป็นดังคนแปลกหน้าหรือกระทั่งเป็นศัตรู ยังทำให้ผู้คนผูกติดอยู่กับการใช้ความรุนแรงซึ่ง
เป็นผลโดยตรงของความกลัวและความหวาดระแวงต่อกัน สภาพเช่นนี้นี่เองที่ทำให้การเลือกใช้
ความรุนแรงมาแก้ปัญหานอกจากจะผิดฝาผิดตัวแล้ว ยังจะทำให้อาการข้างหน้าเลวร้ายลงอีก ดังนั้น
ทางออกของสังคมไทยจึงจำเป็นต้องหันมาหาแนวทางสมานฉันท์ ( reconciliation)
1 ก.พ.46- 31 พ.ค.46 สงครามยาเสพติด
7วัน-87ศพ สงครามยาเสพติด
เมื่อเวลา 11:00 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ต.พงศพัศ พงษ์
เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยถึงผลการดำเนินงานปราบปรามจับกุมยาเสพติด ตาม
แผนปฏิบัติการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในรอบสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 1-7 ก.พ. ที่ผ่านมา สามารถ
จับกุมผู้กระทำความผิดคดียาเสพติด 6,900 ราย ได้ผู้ต้องหา 9,323 คน ในจำนวนนี้เป็นขบวนการค้า
ยาเสพติดรายสำคัญ 337 รายได้ผู้ต้องหาเป็นรายใหญ่ๆ 361 คน เป็นผู้ผลิต 30 คน ยึดได้ของกลาง
ยาบ้า 4,253,336 เม็ด อายัดทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการขายยาเสพติดมูลค่า 150 ล้านบาท
แบ่งเป็นเงินสด 67,188,447 บาท นอกนั้นเป็นทรัพย์สินทั้งรถยนต์ บ้าน ที่ดิน และทองรูปพรรณ
ต่างๆ
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:49 am

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากคดีฆ่าผู้อื่น
เกิดขึ้นทั่วประเทศ 183 ศพ ในจำนวนนี้มีสาเหตุเกี่ยวพันกับยาเสพติดทั้งทางตรงและทางอ้อม 87
ศพ โดยพื้นที่ที่มียอดคดีฆ่าผู้อื่นเกิดขึ้นมากที่สุดเรียงตามลำดับได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 33
ศพ ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 32 ศพตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 22 ศพ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 20
ศพ ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 20 ศพ และตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 17 ศพ ในส่วนคดีวิสามัญฯ มี
จำนวนทั้งสิ้น 5 ราย รวม 8 ศพ เป็นฝีมือของตำรวจนครบาล 2 ราย 2 ศพ ตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน
2 ราย 3 ศพ ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 1 ราย 2 ศพ และตำรวจภูธรภาค 1 อีก 1 ศพ
พล.ต.ต.พงศพัศกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของมาตรการ"ปิดล้อมตรวจค้น" เพื่อเอกซเรย์ทุก
ตารางนิ้วตามนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวัน
โดยในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาดำเนินการไปแล้ว 8,852 แห่ง จับกุมผู้กระทำความผิดได้ 4,175 ราย
ผู้ต้องหา 4,189 คน ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลเบาะแสต่างๆเกี่ยวกับยาเสพติด ที่มีผู้แจ้งเข้าทางตู้ ป.ณ.
1234 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,981 ราย โดย 20 จังหวัดที่มีผู้แจ้งเบาะแสเข้ามามากที่สุด เรียงตามลำดับ
ได้แก่ จ.สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ สุพรรณบุรี นครปฐม ชลบุรี
ลพบุรี สมุทรสาคร สระบุรี ลำปาง นครศรีธรรมราช เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ ปราจีนบุรี
เชียงราย กาญจนบุรี และอุบลราชธานี
"ในส่วนของกรุงเทพมหานครเอง แบ่งเป็นพื้นที่ของแต่ละโรงพักตามข้อมูลเบาะแส ที่เข้า
มามากที่สุด 20 อันดับแรก มี สน.บางเขน บางนา พระโขนง ดอนเมือง บึงกุ่ม ลุมพินี ท่าเรือ
พหลโยธิน บางซื่อ สายไหม ประเวศราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน อุดมสุข ลาดพร้าว ภาษีเจริญ
หนองแขม ดินแดง พญาไท และยานนาวา โดยข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะถูกรวบรวมเสนอหน่วยงาน
หรือเจ้าของพื้นที่ที่รับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบ และจับกุมขั้นเด็ดขาด ล่าสุดทางสำนักงานตำรวจ
แห่งชาติได้รับรายงานผู้ที่มีพฤติกรรม เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั่วประเทศจำนวน 25,590 คน
แบ่งเป็นเครือข่ายระดับประเทศจำนวน 1,052 เครือข่าย รวม 6,655 คน ที่เหลืออีก 18,935 คน เป็น
ผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยในพื้นที่ต่างๆ" โฆษก สตช.กล่าวสรุป
วันที่ 29 ม.ค.2547 บุกยิงเลขาฯ ส.ส. นายประจวบ ปรียาจิตต์ อดีต ส.จ.เขตเมืองกำแพงเพชร
เสียชีวิต ปัจจุบันเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายแพทย์ปรีชา มุสิกกุล ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 พรรค
ประชาธิปัตย์ เมื่อคืน
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2547 เหตุลอบยิงนายเอกชัย ตันติรัตนานนท์ ว่าที่ผู้สมัครเขต 8 พรรค
ประชาธิปัตย์ จังหวัดสุรินทร์ ถูกยิงเสียชีวิตในช่วงกลางวันอย่างอุกอาจ เมื่อ
วันที่ 22 เมษายน 2546 คดีนายสุเทพ แตงอ่อน ผู้ช่วย ส.ส.ของนายไพฑูรย์ แก้วทอง ส.ส.พิจิตร หาย
ตัวไปเมื่อ
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องเก่า...เอามาเล่าใหม่ค่ะ "รวมความรุนแรงยุคทักษิณ"

ตั้งหัวข้อ  Mamhablue on Sun Dec 09, 2012 8:50 am

วันที่ 11 มิถุนายน 2546 นายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู สมาชิกพรรค จ.สตูล หายตัวไปเมื่อ
เดือนสิงหาคม 2546 นายอารง ลอยิง และนายยา เข๊ะดอเลาะ สมาชิกพรรค จ.ยะลา หายตัวไป
วันที่ 28 มิถุนายน 2546 จับกุมไม่มีหมายจับ-ลอบยิง นายสมชาย ปลาทอง อดีตประธานสาขา
พรรค จ.สระแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบพยายามจับกุม โดยไม่มี
หมายจากทางราชการเมื่อ และเคยถูกลอบยิงด้วยอาวุธเอ็ม-79 และลอบวางระเบิดหลายครั้ง
วันที่ 26 มีนาคม 2546 ลอบยิง นายพรเทพ วิริยะ (ชิปปิ้งหมู) พยานปานเอก กรณีการอภิปรายไม่
ไว้วางใจรัฐมนตรี กรณีบริษัท ชินแซทเทลไลท์ ถูกลอบยิงที่ จ.เชียงราย เมื่อ
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 ยิงนายสมจิต สิงห์ทอง ประธานสาขาพรรคเขต 6 จ.นครสวรรค์ ที่ อ.ตา
คดี ผู้ได้รับบาดเจ็บคือผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นกรรมการสาขาพรรค
วันที่ 17 กรกฎาคม 2545 ลอบยิงตาย นายสุรชัย ม่วงคุ้ม อดีตผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 5 และว่าที่
ผู้สมัครของพรรค
วันที่ 26 ตุลาคม 2545 ลอบยิงตาย นายสุนทร แดงอ่ำ ส.จ.นครปฐม และว่าผู้สมัคร ส.ส.พรรค
ประชาธิปัตย์ ถูกลอบยิงเสียชีวิตที่วัดสระกระเทียม

http://www.karoon-saingam.net/violence_thaksin.pdf
avatar
Mamhablue
Senior gen.member
Senior gen.member

จำนวนข้อความ : 202
Join date : 23/09/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ