นิยายก่อนนอน ฝากมาจากป้ามาม่า ตอนที่ ... (แก้ขัดไปก่อนน่ะ)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

นิยายก่อนนอน ฝากมาจากป้ามาม่า ตอนที่ ... (แก้ขัดไปก่อนน่ะ)

ตั้งหัวข้อ  goosehhardcore on Tue Mar 26, 2013 9:09 pm

นิยายก่อนนอน ฝากมาจากป้ามาม่าตอนที่ 199  

...มีการดัดแปลงตัวละครบทเล็กน้อย เพื่อให้ได้อรรถรสสนุกสนานเร้าใจ ปลอดภัยจากไม้หน้า IIZ...

หลังจากที่หายไปนาน เพราะสถานการณืไม่ค่อยปลอดภัยเป็นอย่างมากสำหรับการรายงาน เรื่องราวในครอบครัวของตา ที่ผ่านมา มีคนที่เรารู้จักหลายคนหายสาปสูญไปอย่างไร้ร่องรอยไม่ต่ำกว่า 5 คน ที่ผ่านๆมา เป็นที่รู้กันว่า ระบบการรักษาความปลอดภัยของตาที่ชั้น IO มีความเข้มงวดเป็นอย่างมากอยู่แล้ว คือ ในอนามัย มีตะหาน(ส่วนใหญ่ที่รู้จักเป็นตะหานน้ำ) ตำรวย และ นักสืบค้น วันๆ เข้า ออก ไม่ต่ำกว่า 1,000 นาย การายงานต่อจึงไม่สะดวกสบายเหมือน2-3 ปีก่อน

และ ยิ่งตอนที่ยายป่วยและมานอนชั้น IO เหมือนตา เวรยามก็เพิ่มมากเป็นสองเท่าตัว โดยที่ทีมบอดี้การ์ดNของตา และยายจะเป็นคนละชุดกัน รวมไปถึงทีมหมอยาที่ทำการรักษาด้วย ห้องของตากับยาย ตอนนี้พักอยู่คนละห้อง โดยที่พยาไม่หุบของที่นี่ ส่วมมากจะเป็น หัวหน้า กับรองหัวหน้าชั้นอื่นเช่น ชั้น IZ และ IF ขึ้นไปช่วยผสมยา จัดยาให้ทั้งคู่ โดยที่ตากับยาย จะมีทีมอภิบาลจากส่วนกลาง (บ้านหลังใหญ่)

ท่านที่เห็นหมอส่วนใหญ่ที่รักษาลุงจะมาจาก ที่นี่ โดย หมอNP เป้นคนที่ดูแลเป็นหลัก และจะใช้หมอจากบ้านตา เช่น หมอSK หมอDR มาคอยรับปรึกษา ซึ่งจะต่างจากยาย คือ ยายมีการทางหัวด้วยเช่นกัน ยายเป็นหัวน้อยข้างขวาขาดเลือด และหัวใหญ่ส่วนหน้าขาดเลือด แต่ยายมีทีมงานจากที่อื่น โดยหมอNPคอยเป็นที่ปรึกษาเล็กๆ น้อยๆ เฉพาะหน้าเท่านั้น ที่คอยเห็นจะเป็น หมอYC NLN ที่จะเป็นหมอด้านหัวที่ดูแลยายเป็นหลัก

มารายงานอาการป่วยของยายกันก่อน ยายเป็นเส้นเลือดอุดตัน เลือดออกที่หัวน้อย ที่ควบคุมการทรงตัว และล่าสุดอุดตันเพิ่มที่หัวใหญ่ด้านหน้าเพิ่ม หัวส่วนนี้เท่าที่ถามมา จะเป็นหัวที่ควบคุมด้านอารมณ์ และพฤติกรรม

สาเหตุ มาจากยายสูบบุหรี่ และไขมันในเลือดสูง ตอนนี้อาการล่าสุดที่เห็นด้วยตา (เดือนที่แล้ว) ประกอบกับที่ถามคนที่ทำหน้าที่กายภาพบำบัดยาย ที่เราเห็นเองนั้น ขอแบ่งเป็น อาการทางหัว กับ รูปลักษณ์ภายนอก

เรื่อง รูปลักษณื ภายนอก ยายดูไม่เหมือนกับยายที่เคยเห็น ยายดูซูบผอมลง น้ำหนักตัวน่าจะลดลงไม่ต่ำกว่า 10 กก แต่ที่เห็นยายผมหงอกทั้งศีรษะ คือตั้งแต่ยายมานอนรักษาตัว ยายไม่ได้ย้อมผมเลย ซึ่งดูแล้วเป็นภาพที่อิฉันเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน กับภาพที่ยายไม่โกรกและทำสีผม ปากไม่แดง หน้าตาไม่มี make up

ส่วนอาการทางหัวนั้น ปัจจุบัน อาการเรื่องการทรงตัวจัดว่า ฟื้นตัวค่อยข้างดี ยายเดินได้เองเกือบจะตรงได้แล้ว แต่อาจจะมีเซบ้างเป็นบางครั้ง อิฉันให้ 80 % เลยนะ แต่อีกอาการทางหัวหนึ่งของยาย คือ เรื่อง อารมณ์ และพฤติกรรม ตอนแรกที่เห็นยายเป็นแบบนั้น อิฉันก็ตกใจอยู่เหมือนกัน แต่ หลังจากที่ได้สอบถามทีมเทคแคร์ก็ได้รับคำตอบที่ว่า นั้นเป็นผลจากการที่ยายเป็น stroke ที่หัวส่วนหน้า

ยายจะมี อาการเกรี้ยวกราด โมโหร้าย คอยชี้หน้าด่าทีมหมอ และพยาบาลที่จะเข้าไปตรวจรักษา และเข้ามาวัดความดัน ห้ามใครพูดถึงลุงเป็นอันขาด เพราะยายไม่ชอบ และจะอารมณ์เสียขว้างปาสิ่งของกันวุ่นวาย ที่เราเห็นเมื่อเดือนก่อน ก็จะเป็นแบบนี้ตลอด เห็นยายถามถึง จ่า อยู่บ่อยๆ แต่จ่าก็นานจะมาเยี่ยมยายที

แต่เรื่องที่ ยาย จะพูดถึง( อาจจะ เป็นจากผลจาก stroke ) มาก และเพ้อมากที่สุดเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ อนาคตของตาว่ากลัวอนาคตที่ไม่แน่นอนของครอบครัว

ที่หลักๆยายไม่อยากให้ ลูกต้องทะเลาะ ไม่รักกันมาแย่งมรดก ของวงศ์ตระกูล ยายจะเรียก จ่า ว่า ชาย และ มพ ว่า ทพ คือ เบื้องหลังลึกๆ จ่า และ มพ ทุกคนที่นี่ ทาราบกันนี้ ว่า นับวัน สถานการณ์ยิ่งร้าวลึกลงเป็นทุกวัน เพราะ เรื่องล่าสุด มีการ ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ภายหลังทราบว่า เป็นเทคแคร์ของมพ (แต่ตะหานรรายนั้น ไม่ยอมรับ) จับได้ว่าลักลอบแอบขึ้นที่ตึก ของรพ ใหม่

ที่นี่ ที่พึ่งเปิดไปได้ปลายปี ตึกที่โรงยาใหม่แห่งนี้ ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพั่งยา ที่ตึกนี้ชั้นบนสุด หันหน้าออกนอกหน้าต่างจะ เป็นวิว ที่ตรงกับชั้น IO ตรงกับห้องที่ตานอนพักรักษาตัวอยู่พอดี (คือ ห้องนั้นเป็นสถานที่ต้องห้าม ในการที่จะขึ้นไปเด็ดขาด ) อิฉันเองไม่เคยมีโอกาส ได้ขึ้นไป แต่เท่าที่สอบถาม คนงานทำความสะอาด ที่นั่น บอกว่า ห้องนั้นเป็นมุม ที่ตรงกับที่ห้องลุงนอนอยู่พอดี และมองไปอีกทางจะเห็น ภาพของอนุเสาวรีย์ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน และถนนเจ้ามือเดิน ในมุมที่สวยงามมาก ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน คือ จะเห็นถนนยาวๆ มุ่งหน้าตรงไปเจออนุสาวรีย์

ตะหานคนนี้ โดยจับตัวได้ และตำรวจ ได้ตรวจค้น file ภาพ ที่ cf card ปรากฎ รูปภาพ และ file VDO ของห้องที่ตาอยู่ เป็นจำนวน หลายพันภาพ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก เพราะมันแสดงถึงความไม่ปลอดภัย ในระบบรักาาความปลอดภัยของตา

หลังหลังจากการที่ตรวจ file ภาพ ทั้งหมด ตะหานรายนั้น ไม่ยอมรับว่า เป็นคนของใคร และมีวัตถุประสงค์ ไปเพื่ออะไร ทีแรกคาดการณ์ ไปต่างๆ นาๆ ว่าเป็นคนของ ผู้จัดการโรงงานส่งมาสืบความลับ (แปลกมากที่ตาป่วยอยู่ ผจด โรงงาน ก็ไม่อนุญาตให้ทราบความเป็นไป ถึงทราบก็น้อยมากๆ )


ตอน นี้ สห ของจ่าได้ควบคุมตัวตะหานรายนั้น ไปเรียบร้อยแล้ว (ถุงดำ 30*40 คลุมหัว) พาไปบ้านจ่า หลังจากนั้นก็ไม่มีใครรู้ชะตากรรมของตะหานรายนั้น ผลการสวบสวน cf card ทั้งการกู้ file ต่างๆ พบรูปๆ หนึ่ง คือ รูปบ๊อก บ๊อก beethoven ทั้ง 6 ตัวของมพ อยู่ด้วย

เรื่องนี้สร้างความไม่ พอใจให้กับจ่า เป็นอย่างมาก เพราะจ่าอาจจะคิดว่ามพ คิดไม่ซื่ออยู่ เพราะไม่มีใครรู้ว่ามพมีเหตุผลอะไรที่ต้องทำอย่างนั้น เพราะมพก็มาเยี่ยมตาอยู่แล้ว

ตอนนี้ สถานการณ์ ก็เลยอึมครึม เป็นอย่างมาก เพราะมพเองไม่ยอมรับเรื่องดังกล่าว
ไม่รู้ว่า จ่า กับมพ จะเป็นอย่างนี้อีกนานไหม เพราะการที่ทั้งสองเป็นแบบนี้ ทำให้คนใกล้ชิด เดือดร้อน หายไปทีละคนสองคน

ล่า สุดท้งสองมีปากเสียงกับอย่างหนัก สุดท้ายจ่าชี้หน้ามพ และหลังจากนั้นเราก็ยังไม่เห็นจ่า กลับมาอีกนะ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น จะขอรวบยอดมารายงานกันใหม่ บ๋าย บาย  (คำหลังอิฉันเติมเองเจ้าค่ะ)


แก้ไขล่าสุดโดย goosehhardcore เมื่อ Tue Oct 22, 2013 10:36 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
goosehhardcore
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 6012
Join date : 12/06/2010
ที่อยู่ : Bangkok Thailand

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นิยายก่อนนอน ฝากมาจากป้ามาม่า ตอนที่ ... (แก้ขัดไปก่อนน่ะ)

ตั้งหัวข้อ  goosehhardcore on Tue Oct 22, 2013 10:35 pm


แก้ขัดไปก่อนน่ะ

นิยายโรงงานปลากระป๋อง "ฉบับลูกชาวนาไทย" เสี่ยลูกชายเข้าดูแลครอบครัวไปแล้ว
(คุณลูกชาวนาไทย)

นิยายโรงงานปลากระป๋องนั้น เป็นเรื่องยอดฮิตในตอแหลแลนด์มากพอสมควร มีหลายฉบับหลายคนแต่ง ก็แล้วแต่จินตนาการ เพราะไม่ได้ผูกพันกับเรื่องจริงใดๆ มีแต่เรื่องแต่งทั้งสิ้น

เรื่องภายในครอบครัวของเจ้าของกิจการโรงงานปลากระป๋องนั้น ลุง กับป้านั้น มีปัญหาด้านสุขภาพมากพอสมควร โดยเฉพาะป้านั้นมีปัญหามากกว่าลุง เพราะเป็นเรื่องของคลอเรสเตอรอล โดยแท้ ทำให้ไขมันบางส่วนมันไปอาศัย อยู่ในทางเดินของเลือด จนป้าต้องเข้าเข้าไปพักผ่อนที่บ้านริมน้ำ ที่เดียวกับลุงเป็นเวลานานพอสมควร
แม้ตอนนี้จะสามารถออกจากบ้านริมน้ำไปพักที่บ้านริมหาดได้แล้ว แต่ภาวะสุขภาพของคนชรานั้นยากที่จะฟื้นตัวมามีกิจกรรมอย่างเก่าได้ แค่สุขภาพดีขึ้นเท่านั้น แต่หมายความว่า ป้านั้นต้องออกจากกิจการภายในโรงงานปลากระป๋องทุกอย่าง ไม่อยู่ในวิสัยที่จะติดตามสถานการณ์ต่างๆ ในโรงงานปลากระป๋องได้แล้ว

ส่วนลุงนั้นเล่า ลุงก็เป็นของลุงมาอย่างนี้โดยตลอด คือ เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ไปพักบ้านริมน้ำ แม้จะดีกว่าป้าบ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลุงจะปึ๋งปั๋งเข้าไปดูแลาสถานการณ์ในโรงงานปลากระป๋องได้อย่างใกล้ชิดอีก ที่จริงลุงก็ไม่ได้ดูแลใกล้ชิดมานานแล้ว มีคุณป้ากับ "กุนซือเฒ่าฉายานักฆ่าลุมแม่น้ำบางประกง" เป็นคนดูแลใกล้ชิดมาโดยตลอด
ดูแลจน "เสี่ย"ลูกชายคนเดียวของลุง ถูกจำกัดบทบาทไป ถึงกับมีข่าวว่า พวกที่ปรึกษา กุนซือใหญ่ๆ ทั้งหลายจะเปลี่ยนตัวเอาทอมครูส ขึ้นมาแทนเลยทีเดียว คิดการใหญ่ถึงขนาดนั้น ที่โรงงานปลากระป๋องมันวุ่นวาย ก็เพราะการคิดการใหญ่ของพวกกุนซือทั้งหลายนี่แหละ ซึ่งกับเสี่ยเองแล้วก็ถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง จะเปลี่ยนตัวได้เสี่ยต้องออกไปทัวร์อวกาศก่อน

โชคดีของเสี่ยที่ป้าแกมีอันต้องออกจากเกมไป เพราะปัญหาสุขภาพ ทำให้เสี่ยสามารถเข้ามาดูแลเรื่องภายในครอบครัวของตนเองได้ อาเสี่ยลูกชายเจ้าของโรงงานปลากระป๋อง ก็เลยพาพ่อแม่ไปปรนนิบัติดูแลที่บ้านชายหาดเป็นอย่างดี ไม่ให้พวกลูกน้องเก่า กุนซือที่ปรึกษาทั้งหลายเข้าถึงได้ ก็เป็นอันว่า การเข้าถึงครอบครัวลุงกับป้านั้น ตอนนี้เสี่ยควบคุมช่องทางหมดแล้ว คนนอกครอบครัวอย่าหวังว่าจะแทรกเข้าไป เอาเรื่องราวต่างๆ ในโรงงานปลากระป๋องไปยุยงให้ลุงกับป้าแกปวดหัวเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
ลุงกับป้าแกก็เลยมีความสุขตามอัตภาพ เพราะลูกเต้าดูแลไม่ต้องให้คนอื่นมาวุ่นวายยุยง ให้ลุงกับป้าเหไปตามแรงยุต่างๆ จนโรงงานฯวุ่นวายไปหมด

มีข่าวมาว่า เสี่ยกับน้องชายคือ ทอมครูสนั้น มีความเข้าใจกันอย่างดีแล้ว เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ว่ากันแบบนั้น ตอนนี้เอกสารอะไรที่จะให้ลุงเซ็นนั้น ไม่ได้มีเส้นทางที่ต้องให้กุนซือดูก่อนอย่างแต่ก่อนแล้ว เอกสารจะต้องผ่านไปทางเสี่ยนั่นแหละในตอนนี้ (มีข่าวว่าหน้าห้องลุงมันลงแทน)

โชคดีของโรงงานปลากระป๋องอย่างยิ่ง ที่ "กุนซือใหญ่นักฆ่าลุ่มน้ำบางปะกง" เกิดมีปัญหาสุขภาพ ต้องตัดปอดด้านขวาบนไปกลีบหนึ่ง ข่าวว่าเป็นมะเร็งปอด ซึ่งมีข่าวลึกอีกว่า แม้ไม่พบการแพร่กระจายของเซลมะเร็ง แต่แพทย์ทั่วไปก็ทราบดีว่า มะเร็งปอดนั้นมักแพร่กระจายอยู่แล้ว เป็นอันว่าชีวิตของ "กุนซือเฒ่า" นี้มีเวลาจำกัดในโลกนี้แล้ว
เมื่อตัดปอดไป การไอการจาม ก็คงเจ็บปวดอย่างยิ่ง นับว่าต้องใช้กรรมที่ไปยิงสมองชาวบ้านเขา

แม้ร่างกายแข็งแรง แต่อายุขนาดนั้นจะเป็นมะเร็งหรือไม่ ก็ต้องจากไปอยู่ดี ความกระตือรือล้นที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวเหตุการณ์ในโรงงานปลากระป๋อง ของกุนซือเฒ่าจึงลดลงไปอย่างมาก ดูเหมือนว่า อาจพอปลงได้บ้างแล้ว คือปลงได้หรือไม่ได้สังขารมันก็ไม่ให้ความวุ่นวายในโรงงานปลากระป๋อง ในวันนี้จึงอยู่แค่ระดับของ "ไอ้อัลคาโปน" กับพวก เช่น ไอ้ซีไอเอหลงยุค และพวกเด็กแก็งค์ไอติม "คณะจำอวดประชาธิเปรต" นั่นเอง

ไอ้อัลคาโปน (ฉายาว่าไอ้ตาโปน) นั้นเป็นหัวขบวนใหญ่ แต่อัลคาโปน มันไม่ได้มีบารมีกับพวกยามบริษัทมากนัก ดูเหมือนว่าจะมีบารมีกับพวกมือปืนบ้าง แต่ต้องเป็นภารกิจใช้ "สไนเปอร์ยิงหัวชาวบ้าน" แบบนั้น แต่การระดมผู้ถือหุ้นโรงงานปลากระป๋องมาก่อความวุ่นวายนั้น ไอ้ตาโปนมันมือไม่ถึงขนาดนั้น มันพยายามระดมมาสองสามรอบแล้วในปีนี้ แต่ได้แค่พวกตัวตลกพวก "ผักกาดเค็มหลงยุค" สองสามร้อยคน เอาพวกใส่หน้ากากมาออกโรง ก็ไม่ได้น้ำได้เนื้ออะไร ไม่มีคนเข้าร่วมสักกี่คน

พวก "คณะจำอวดประชาธิเปรต" นั้น ก็ระดมคนมาชุมนุม แต่ยิ่งตลกคือ ออกเดินสายขายความเท็จทั่วประเทศเป็นร้อยครั้ง นึกว่าวันเป่านกหวีดจะมีคนมาร่วมเป็นล้าน แต่เอาเข้าจริงๆ มาหลักพันต้นๆ เท่านั้น คณะจำอวด จึงต้องถอยไปก่อความวุ่นวาย ในซ่องของตนเองทางใต้ ประกอบกับแก็งค์ไอติมของคณะจำอวด ปชป. (ประชาธิเปรต) นี้หมดทางไป ก็เลยต้องแสดงความถ่อย กักฬละ หยาบคายในที่ประชุมตัวแทนผู้ถือหุ้น มียกเก้าอี้ทุ่ม ขวางปาสิ่งของ หัวหน้าแก็งค์ของคณะจำอวดนี้ ก็แสดงอาการถ่อย
ออกมาใช้คำหยาบ ประเภทอีโง่ กระหรี่ เผยให้เห็นจิตใจ กำพืดที่ปกปิดมานานว่า จริงๆ แล้วมี "สันดานต่ำช้าหยาบคาย"

ตอนนี้เรื่องแก้ไขกฎบริษัทก็ผ่านคณะที่ประชุมตัวแทนผู้ถือหุ้นแล้ว พวกแก๊งค์ชอบตีความ ก็รับไว้ตีความ แต่เราต้องมองให้ออกว่า ตอนนี้ ลุง ป้า กุนซือนั้น "เดี้ยง" ออกจากสถานการณ์รายวันไปหมดแล้ว ตัวช่วยของพวกเหล่านี้ไม่ได้มีพลังที่แท้จริงแล้ว พวกหัวเก่าในโรงงานปลากระป๋องนี้ขาดตัวช่วยสำคัญ แต่ก็ยังพอรวมสมัครพรรคพวก
ในกลุ่ม "นักตีความ" ได้อยู่บ้าง แต่พลังคุ้มครองนั้นไม่มีแล้ว ก็ต้องเล่นเกมกันเอง

พวกยามบริษัท นั้นดูเหมือนจะแฮปปี้ดี้ด้ากับผู้จัดการสาวสวยอย่างดี อีกอย่างผู้จัดการสาวสวย ก็ลงไปคุมฝ่ายยามเองแล้ว พวกยามก็ไม่ต้องไปวิ่งผ่านกุนซือ หรืออะไรอีกแล้ว ดูเหมือนว่าพวกยามจะไม่มีผลประโยชน์อะไรที่ขัดแย้งกับผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่มากนัก พวกที่มีบารมีต่อยาม ตอนนี้ "เข้าบ้านพักคนชรา" ให้ลูกหลานดูแลอย่างใกล้ชิดหมดแล้ว ไม่ออกมาวุ่นวายมากเหมือนก่อนแล้ว

สถานการณ์โรงงานปลากระป๋อง ดูเหมือนจะยังไม่สงบราบคาบ สะเด็ดน้ำดี แต่ไม่มีจุดพลิกกลับของสถานการณ์แบบกลับหน้ามือ เป็นหลังเท้าอีกแล้ว พวกผู้ถือหุ้นที่เคยสนับสนุนพวกหัวเก่า แม้จะยังสนับสนุนอยู่ แต่ก็ไม่มีกำลังใจจะออกมาก่อความวุ่นวายแล้ว ดูเหมือนจะยอมรับเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นกลายๆ โรงงานปลากระป๋องยังไม่สงบดีนัก แต่ไม่วุ่นวายตีกันเละอย่างเมื่อสามปีที่แล้ว ก็ต้องรอดูอีกนิดว่า "การแก้ไขกฎโรงงาน" ที่เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ นั้น ลุงจะเซ็นไหม มีความวุ่นวายไหม
หากวุ่นวายสถานการณ์ก็คงวุ่นสับสนอีกแน่

แต่เมื่อดูโครงสร้างอำนาจของโรงงานปลากระป๋องที่ "เลื่อนไป" แล้ว คงไม่มีความวุ่นวายใหญ่อีก คาดว่าคงเป็นอย่างนั้น
สงสารผู้ถือหุ้น
avatar
goosehhardcore
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 6012
Join date : 12/06/2010
ที่อยู่ : Bangkok Thailand

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นิยายก่อนนอน ฝากมาจากป้ามาม่า ตอนที่ ... (แก้ขัดไปก่อนน่ะ)

ตั้งหัวข้อ  goosehhardcore on Fri Nov 15, 2013 6:31 pm

บทความแปล: วิกิลีกค์ฉบับเต็ม - เอกอัครราชทูตสนทนากับอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร ในเรื่องการสิ้นอำนาจของเขา
15 พฤศจิกายน 2013 เวลา 10:30 น.
อ้างอิง: US embassy cables: Thai YYYYY YYYYYYYYY encouraged 2006 coup


แปลโดย: ดวงจำปา สเปนเซอร์

เคเบิ้่ลลงวันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เอกสารปกปิด หมวดที่ 1  BANGKOK 00002977

โดยระบบความลับสุดยอดทางอินเตอร์เนทเพื่อการแจกจ่าย (Secret Internet Protocol Router Network Distribution)

หัวข้อ: เอกอัครราชทูตสนทนากับอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร ในเรื่องการสิ้นอำนาจของเขา
(Ambassador Discusses with Former PM Samak His Downfall)

บทสรุป:

เคเบิ้ลจากเดือนดุลาคม พ.ศ. 2551 ฉบับนี้ ได้คั้งข้อสังเกตุที่ อดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวชอ้างต่อ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยว่า yyyyyyyyyy เป็นผู้สนับสนุนให้เกิดการรัฐประหารในประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2549  เนื้อหาที่สำคัญได้ถูกเน้นด้วยสีเหลือง (หมายเหตุ: ใน facebook ไม่มีการเน้นตัวอักษร แต่ขอเรียนให้ทราบว่า ทั้งหมดอยู่ในส่วนที่ 5 ของเคเบิ้ล – ผู้แปล)


(หมายเหตุจากผู้แปล: XXXXXXXXXXXX คือ ผู้ที่เป็น “สายสืบ” ที่ให้ข่าวสารกับกับทางสถานทูตฯ)


1. (ปกปิด) บทสรุป: อดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช) เมื่อวันที่ 30 กันยายน (พ.ศ. 2551)  เขายังมีเสรีภาพอยู่จากการที่ได้รับประกันตัว เมื่อเขายังอยู่ในการอุทรณ์จากคดีที่ถูกตัดสินผิดในเรื่องของการหมิ่นประมาทซึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว  นายกฯ สมัครได้กล่าวกับเอกอัครราชทูตเมื่อวันที่ 26 กันยายน ว่า เขาเชื่อว่า yyyyyyyyyy ได้ yyyy ทำงานร่วมมือกับประธานองคมนตรีพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อทำการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (PAD) ในการออกมาเคลื่อนไหวต่อการประท้วง  นายกฯ สมัครได้ให้ทัศนคติกับตัวเขาเองว่าเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ แต่ได้กล่าวเป็นนัยว่า นโยบายทางการเมืองของ yyyyyyyyyy นั้น มีความแตกต่างไปจาก xxxxxxxxxxx  อีกเรื่องหนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน คุณ XXXXXXXXXXXX ได้กล่าวยืนยันกับเอกอัครราชทูตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ว่า เขาได้เริ่มการเจรจาต่อรองกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และได้เสนอแนะว่า ตัวเขาและรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีสมชาย (วงศ์สวัสดิ์) มีเวลา 90 วันเพื่อสร้างผลงานออกมาสู่สายตาประชาชน


2. (ปกปิด) ความคิดเห็น: ความคาดหวังของคุณ XXXXXXXXXXXX  คือว่า ระยะเวลาในตำแหน่งการบริหารของเขา (นายกฯ สมชาย – ผู้แปล) จะเป็นระยะที่สั้นมาก เนื่องจากทัศนคติที่แพร่ขยายออกไปสู่ประชาชนชาวไทยว่า พรรคพลังประชาชนกำลังต่อสู้กับการต่อรองของการอยู่รอดของพรรคในเรื่องการดำเนินคดีต่อการยุบพรรคซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น  ถึงแม้ว่า คุณ XXXXXXXXXXXX  ให้การพิสูจน์ว่า นักการเมืองอาวุโสของประเทศไทยส่วนใหญ่สามารถที่จะฟื้นตัวกลับเข้ามาสู่วิถีทางแบบเก่าได้ เราเชื่อว่า โดยแท้ที่จริงแล้ว นายกฯ สมัครได้สูญเสียอำนาจในการชักจูงต่างๆ ของเขาหมดสิ้นแล้ว และมีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่จะแสดงให้เห็นถึงการกลับเข้ามาสู่วิถีทางการการเมืองใหม่อีก  มีแนวโน้มว่า นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์จะประสบความสำเร็จในการเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชนคนต่อไป  - จบบทสรุปและความคิดเห็น



นายกฯ สมัครลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และเดินทางไปตากอากาศที่ดิสนีย์เวิลด์
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------


3. (ปกปิด)  เมื่อวันที่ 30 กันยายน, เจ้าหน้าที่ของพรรคพลังประชาชนท่านหนึ่งได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนอย่างเป็นทางการ การลาออกครั้งนี้ ได้ตามมาจากการตัดสินของศาลอุทรณ์เมื่อวันที่ 25 กันยายน ซึ่งยืนยันกับผลของการตัดสินครั้งก่อนว่า กระทำความผิดในข้อหาหมิ่นประมาทและรับรองต่อการตัดสินลงโทษจำคุกสองปีกับนายกฯ สมัคร  ในการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันกับเอกอัครราชทูตเมื่อวันที่ 26 กันยายน  นายกฯ สมัครได้อธิบายว่า เขาคาดว่า ตนเองยังมีเสรีภาพอยู่ในการได้รับการประกันตัว โดยขณะที่ยังคงอุทธรณ์กับช่องทางอื่นๆ ทางกฎหมายอยู่  เขาประมาณการณ์ว่า กรณีพิพาททางกฎหมายของเขานี้ จะยังคงอยู่ต่อไปอีกประมาณสองปี ก่อนที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับการถูกจำคุก  นายกฯ สมัครมีแผนการที่จะร่วมเดินทางไปกับบุคคลที่ไม่ประสงค์จะเอ่ยนาม ต่อการพักร้อนระยะยาวในทวีปอเมริกาเหนือ โดยการขับรถยนต์เริ่มต้นที่ ดิสนี่ย์เวิลด์ และข้ามไปข้ามมาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและในบางส่วนของประเทศแคนาดา


4. (ปกปิด) บันทึก: เมื่อนายกฯ สมัครเสียหน้าไปหลังจากที่ ผู้แทนราษฎรของพรรคพลังประชาชนเองได้ส่งสัญญาณว่า พวกเขาไม่มีความสมัครใจที่จะสนับสนุนให้เขาได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป (จากโทรเลขอ้างอิง – Reference Telegram) มันได้ดูเหมือนกับเป็นเรื่องที่เคอะเขินต่อตัวนายกฯ สมัครที่จะยังคงอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าของพรรค  พรรคพลังประชาชนได้เสนอชื่อ นายกฯ สมชายให้เป็นหัวหน้าพรรคอย่างชั่วคราวโดยทันที  โดยปรกติแล้ว พรรคการเมืองจะเสนอชื่อผู้นำของพรรคสำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มันเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะสันนิษฐานว่า นายกฯ สมชายจะรับตำแหน่งระดับสูงของพรรคพลังประชาชนอย่างเป็นทางการ การลาออกของนายกฯ สมัครจะไม่สามารถปกป้องตัวของนายกฯ สมัครเอง จากการสูญเสียสิทธิทางการเมืองของเขาเป็นเวลาห้าปี ถ้าเกิดมีเหตุการณ์ขึ้นมา เนื่องจากพรรคพลังประชาชนได้ถูกยุบพรรคลงไป  การยุบพรรคการเมืองโดยศาลรัฐธรรมนูญ นำมาซึ่งบทลงโทษกับคณะกรรมการบริหารพรรคซึ่งยังอยู่ในตำแหน่ง เมื่อเวลาของการกระทำความผิดได้ส่งผลให้การยุบพรรคได้เกิดขึ้น



นายกฯ สมัครได้กล่าวถึงการสิ้นอำนาจของเขา และวิจารณ์ yyyyyyyyyy
-------------------------------------------------------------------------------------------

5. (ปกปิด) นายกฯ สมัคร ได้กล่าวกับเอกอัครราชทูตถึงเรื่องความกดดันทางการเมืองกับตัวเขาระหว่างที่ตนเองได้อยู่ในตำแหน่งเป็นเวลาเจ็ดเดือน เขาแสดงให้เห็นถึงความรังเกียจต่อ yyyyyyyyyy โดยอ้างว่า yyyyyyyyyyyyy เป็นผู้ต้องรับผิดชอบต่อการก่อการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2549 รวมไปถึงความสับสนอลหม่านที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งเกิดขึ้นโดยผู้ประท้วงของฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เขาได้กล่าวหาว่า yyyyyyyyyy ได้ yyyyy กระทำการร่วมกันกับประธานองคมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และอีกหลายๆ คนซึ่งเสนอหน้าว่าตนเองเป็นพวกกษัตริย์นิยม รอยัลลิสต์ โดยการร่วมมือทำการกับพวกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและผู้ยุแหย่ก่อกวนอื่นๆ   โดยการกล่าวย้ำถึงการเข้าเฝ้าฯ อย่างเป็นประจำกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ นายกฯ สมัครอ้างถึงความจงรักภักดีอย่างสุจริตต่อองค์พระมหากษัตริย์ ไม่เหมือนกับฝ่ายปรปักษ์อื่นๆ ของเขา และตัวเขาเองยังได้รับการสนับสนุนจากองค์พระมหากษัตริย์อีกด้วย  ในการสนทนากับตัวเขา เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นายกฯ สมัครไม่ได้อ้างถึงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเลย


6. (ปกปิด)  นายกฯ สมัคร ซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์เก่า ได้ครวญว่า ฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นปรปักษ์กับตัวเขานั้น ได้ประสบความสำเร็จในการปลุกปั่นสร้างข่าวบิดเบือนต่อการบริหารในรัฐบาลของเขา นายกฯ สมัครยังได้บันทึกว่า การควบคุมการกำกับการต่อสื่อมวลชนนั้น ได้ก่อให้เกิดการระหองระแหงอยู่บ่อยๆ ภายในพรรคไทยรักไทยและกับพรรคพลังประชาชนอย่างตามมาภายหลัง


7. (ปกปิด)  ดวงตาของนายกฯ สมัครเริ่มมีน้ำตาคลอเมื่อเขารำลึกถึง ตอนที่เขากำลังไตร่ตรองว่าจะกลับเข้ามาสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศดีหรือไม่ หลังจากที่จะต้องลงจากตำแหน่งโดยการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ภรรยาของเขาและลูกสาวคนหนึ่งได้กดดันให้เขาล้มเลิกความคิดนั้นเสีย “ผมบอกให้ทุกคนออกไปจากตรงนี้เสียเถอะ” เขาเล่าขานให้ฟังว่า สมาชิกในครอบครัวเขาพูดว่าอย่างไร “ผมไม่ต้องการให้พวกเขาทรยศหักหลังกับเราอีกต่อไปแล้ว”


คนเก่าต้องออกไป คนใหม่จะต้องออกไปด้วยหรือเปล่า?
-------------------------------------------------------------------

8. (ปกปิด)   คุณ XXXXXXXXXXXX ได้บอกกับเอกอัครราชทูตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมว่า เขาคาดการณ์ว่า รัฐบาลของนายกฯ สมชายคงจะมีอายุสั้น แม้ตนเองจะหวังว่า อายุการทำงานจะยืดต่อไปได้ถ้ามีการพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในการกล่าวถึง ความท้าทายอย่างรุนแรงที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่กับประเทศในขณะนี้  คุณ XXXXXXXXXXXX ยังเสริมว่า ถ้ารัฐบาลของนายกฯ สมชายทำการพิสูจน์ตนเองว่ามีประสิทธิภาพต่อการบริหารแล้ว เขาหวังว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะเลื่อนการดำเนินการพิจารณาคดีตัดสินการยุบพรรคโดยการอนุญาตให้รัฐบาลมีเวลาบริหารงานนานขึ้นกว่าเก่า เพื่อต่อสู้กับการจับมือร่วมกันโดยพรรคการเมืองอีกหลายพรรค  (บันทึก: อัยการสูงสุดได้แถลงการณ์ ในวันที่ 1 ตุลาคมตอนช่วงหลังว่า เขาได้ส่งเรื่องคดีแรก กับพรรคชาติไทย ให้กับศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อการพิจารณาความ)


9. (ปกปิด) ในการยึดทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยซึ่งยังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้นั้น คุณ XXXXXXXXXXXX ได้บอกว่า เป็นเวลาสองครั้งที่เขาได้พูดคุยกับผู้แทนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยครั้งล่าสุด คือเมื่อคืนของวันที่ 30 กันยายน นี้เอง  คุณ XXXXXXXXXXXX อธิบายว่า การเข้าหาของเขากับตัวแทนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น เหมือนกับการที่เขาได้เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เมื่อตอนทศวรรษ 1970 และ 1980: เขาจะเริ่มเน้นถึงจุดความคิดร่วมกัน ในขณะที่ลดเน้นถึงความแตกต่าง ซึ่งจะอธิบายเรื่องนี้ในคราวหลัง (โทรเลขฉบับแยก จะรายงานให้ทราบถึงทัศนคติของคุณ คุณ XXXXXXXXXXXX เกี่ยวกับการเจรจาไกล่เกลี่ยกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายทางภาคใต้ของประเทศไทย)

จอห์น

-----------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นของผู้แปล:

(เชิญ Tag หรือ Share บทความได้ตามความเหมาะสมนะคะ)


เมื่อวาน มีโอกาสนำเอาบทความจากวิกิลีกค์ไปลงในหน้าเฟสของตนเอง รู้สึกว่า เพื่อนๆ ชอบบทความประเภทนี้กัน ก็เลยพยายามหาเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ มาเสนอให้กับท่านผู้อ่านเป็นความรู้ทางประวัติศาสตร์ต่อไป  (ถ้าไม่ชอบเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ก็บอกให้ทราบด้วยนะคะ)


บทความนี้ ดิฉันได้ Blackout บางส่วนที่เห็นว่า มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ และอาจจะไม่สะดวกกับการเผยแพร่นัก ดิฉันจึงคิดว่า การบล๊อกไว้ สามารถช่วยให้เกิดความปลอดภัยเวลาแชร์บทความนี้ได้

-----------------------------------------------------------------------

จากการบันทึกของเอกอัครราชทูต อีริค จอห์น เราก็เห็นทั้งหมดแล้วว่า อดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช กล่าวเปิดใจไว้ในเรื่องอะไรบ้าง แถมยังมีโบนัสในเรื่องผู้ที่อยู่เบื้องหลังการก่อการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2549 ซึ่ง พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ได้ตั้งกระทู้ถาม พลเอกสนธิ บุญญรัตนกลิน เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555  จากคำถามนี้พลเอกสนธิ ได้กล่าวว่า ถึงตายก็พูดไม่ได้

นายกฯ สมัคร โดน "ทรยศ" จากบุคคลหลายคนจริงๆ นะคะ...


เรื่องนี้ไม่ต้องรอให้พลเอกสนธิตายก่อนหรอก เพราะเอกอัครราชทูตจอห์น (และของเอกอัครราชทูตบอยซ์) ได้เปิดเผยให้ทราบกันแล้วด้วย เคเบิ้ลซึ่งเป็นความลับสุดยอดของทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย


ยังมีเคเบิ้ลอีกหลายฉบับ ที่เปิดเผยในเรื่องของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารของปี พ.ศ. 2549 เกือบทั้งหมด ซึ่งในเวลานั้น ไม่มีใครทราบมาก่อนเลยว่า คำพูดที่กล่าวไว้ให้กับเอกอัครราชทูตบอยซ์ และ เอกอัครราชทูตจอห์น ของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ได้ถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งหมด และเป็นพยานหลักฐานอย่างดีว่า บุคคลเหล่านี้ มีความจงเกลียดจงชังกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตรอย่างไร และรวมไปถึงการแสดงความคิดเห็น ในทำนองที่ดูเหมือนกับความเกลียดชัง, การดูหมิ่น ประชาชนรากหญ้าระดับล่าง ที่พวกนี้คิดว่า โง่เง่าเต่าตุ่น และไม่สมควรที่จะได้รับทราบว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเสียอีกด้วย  


เรื่องที่แปลกแต่จริงคือว่า บุคคลเหล่านี้ ได้รับเงินเดือนกินอยู่อย่างดี มาจากใครเล่า ถ้าไม่ได้มาจากประชาชนรากหญ้าผู้เสียภาษีอากรอย่างถูกกฎหมายนั่นเอง...


เคเบิ้ลจากวิกิลีกค์ ได้กลายเป็นดาบสองคม เพื่อกลับมาหาคนที่พูดจาดูถูกประชาชนไว้ ซึ่งเหมือนกับการถ่มน้ำลายรดฟ้า ก็จะกลับมาถูกหน้าตนเอง....

เมื่อดิฉันพอมีเวลาแปลบทความ ก็จะพยายามนำมาลงเป็นตอนๆ ในโอกาสหน้า (จะลงให้ในวันธรรมดา เพราะวันหยุดสุดสัปดาห์ อยากจะพักเรื่องการเมือง) กรุณาติดตามตอนต่อไปนะคะ


Doungchampa Koong Spencer

http://www.theguardian.com/world/us-embassy-cables-documents/172121


ที่มา : https://www.facebook.com/notes/doungchampa-koong-spencer/
avatar
goosehhardcore
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 6012
Join date : 12/06/2010
ที่อยู่ : Bangkok Thailand

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ