"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" จับสัญญาณการเมืองร้อน หวั่นหมัด "น็อกมืด"

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" จับสัญญาณการเมืองร้อน หวั่นหมัด "น็อกมืด"

ตั้งหัวข้อ  goosehhardcore on Mon May 13, 2013 3:14 pm




"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" จับสัญญาณการเมืองร้อน หวั่นหมัด "น็อกมืด"
สัมภาษณ์โดย ศักดา เสมอภพ, อนุชา ทองเติม

หมายเหตุ - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์ "มติชน" ถึงสถานการณ์การเมืองที่นับวันมีการเผชิญหน้ากันมากขึ้น

- มีการวิเคราะห์แกนนำคนเสื้อแดงไม่ออกมาร่วมขับไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกับกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) เพราะกลัวโดนถอนประกันเหมือนกรณีของนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำคนเสื้อแดงความอิสระของคนเสื้อแดงเป็นพลังส่วนหนึ่งของเรา ตอนนี้ประชาชนซึมลึกถึงอุดมการณ์การต่อสู้ จึงออกมาเคลื่อนขบวนเอง พี่น้องที่เขาเคลื่อนไหวขับไล่ศาลรัฐธรรมนูญเขาไม่เคยมาปรึกษาพวกผม เราไม่ได้มีอำนาจสั่งการเขาได้ แต่ถ้าจะเสนอความเห็นกันผ่านช่องทางต่างๆ ได้


- แกนนำคนเสื้อแดงมีส่วนอยู่เบื้องหลังหรือไม่

ไม่มี แกนนำ นปช.ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง บางที่ประชาชนเขาอยากแสดงออก ผมจึงบอกว่าสถานการณ์ข้างหน้ามันแหลมคม จึงต้องเดินด้วยความรอบคอบ การเคลื่อนแต่ละครั้งมันต้องรุก มันต้องมีถอย การเมืองตอนนี้มันไม่น็อกกันง่ายๆ หรอก


- ทำไมแกนนำคนเสื้อแดงไม่ออกมาร่วมเคลื่อนกับประชาชน

เราเข้าชื่อรวมถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว คนที่เป็น ส.ส.ก็แสดงท่าทีปฏิเสธการใช้มาตรา 68 แล้ว เราก็ขับเคลื่อนอยู่ แต่ใช้วิธีการนี้ เพราะเรื่องเงื่อนไขการถอนประกันตัว เป็นประเด็นหนึ่งที่เราต้องนำมาใช้พิจารณาด้วย เราเดินแต่ละก้าวต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดในการต่อสู้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่ลืมคิดไม่ได้คือชีวิตของประชาชน


- หากถึงจุดสู้รบจริง แกนนำคนเสื้อแดงพร้อมออกมาเคลื่อนไหว หรือจะเกรงกลัวเงื่อนไขถอนประกันตัว

ถ้าถึงเวลาไม่ต้องเรียก ผมจะไปยืนอยู่ข้างหน้า แต่ว่าต้องพูดจาให้เข้าใจกันเสียก่อนว่า การไปยืนอยู่ของผมเที่ยวนี้ สิ่งที่จะให้ความสำคัญที่สุดคือ ชีวิตของประชาชน คือความพยายามที่จะไม่ให้เกิดความรุนแรง แต่เรื่องนี้ผมนั่งภาวนาคนเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องมาพูดคุยกัน เพราะถ้าเอาอาวุธมาพูดคุยกัน มันคุยกันไม่รู้เรื่อง


- หลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่าการเมืองจะเริ่มกลับมาร้อนแรง เพราะรัฐบาล พรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดง ส่งสัญญาณพร้อมเผชิญกับฝั่งตรงข้าม

การเมืองจะยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้น พท.แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการแก้ไขปัญหาการเมืองอย่างจริงจัง โดยการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงการยื่นร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามต่างเฝ้ามองเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด เกือบ 2 ปีที่ผ่านมา พยายามใช้การขับเคลื่อนของรัฐบาล เพื่อสร้างประเด็นทางการเมืองลดความน่าเชื่อถือ ทุกเรื่องที่ผ่านมาในการบริหารฝ่ายตรงข้ามพยายามทำให้เป็นประเด็นทางการเมืองแต่ไม่ได้ผล

พอถึงคราวที่รัฐบาลต้องจับเรื่องการเมืองโดยตรง อีกฝ่ายจึงชักแถวออกมา ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ส.ว.สรรหา รวมถึงนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง เพราะ 2 ปี เขาเห็นแล้วว่าหากไปเล่นในเกมบริหารยังไงก็ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ แต่เมื่อรัฐบาลเข้ามาดำเนินการในประเด็นทางการเมือง จึงเป็นโอกาสของเขา


- วงในของพรรคเพื่อไทย วงในของคนเสื้อแดง ประเมินฝ่ายตรงข้ามอย่างไร


มีการวิเคราะห์ว่ากำลังฝ่ายตรงข้ามอ่อนลง แต่ผมเห็นต่างออกไปว่ากำลังที่อ่อนลงของฝ่ายตรงข้ามมีเพียงอย่างเดียวคือ กำลังมวลชน แต่กำลังอื่นอย่างองค์กรอิสระ ปชป. ส.ว.สรรหา พร้อมเครือข่ายยังอยู่ครบ นอกจากนี้กองทัพเองก็ยังเป็นกำลังของอีกฝ่ายอยู่ แม้ระหว่างกองทัพกับรัฐบาลจะเป็นไปอย่างราบรื่นก็ตาม เพราะไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเมื่อเกิดวิกฤตการเมืองทุกครั้งกองทัพมักถูกคาดหวังจากฝ่ายตรงข้ามกับระบอบประชาธิปไตยเสมอ ซึ่งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการโค่นล้มอดีตนายกฯอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ฝ่ายตรงข้ามจะเริ่มต้นโดยการใช้มวลชน แต่มาคราวนี้มวลชนดังกล่าวกลับอ่อนกำลังลง เป็นไปได้ว่าเขาจะใช้มวลชนของฝ่ายเราเป็นเครื่องมือ โดยการพยายามสร้างสถานการณ์ยั่วยุ กดดัน บีบคั้น จนกำลังฝ่ายเราล้นบรรทัด จากนั้นเขาก็จะดำเนินการขั้นที่ 2-3-4 ได้ต่อ แต่ก่อนเขามีทุนในกระเป๋า ก็ควักทุนก้อนแรกคือ มวลชนออกมาเคลื่อน เคลื่อนจนอธิบายว่าบ้านเมืองวิกฤตมากแล้ว แต่วันนี้ทุนของเขามันร่อยหรอ ขณะนี้เขาจึงมองกำลังจากฝ่ายเราไปเป็นจุดเริ่มต้น

- ยั่วยุให้มวลชนชุมนุมจนล้ำเส้นแตกแถวแล้วเข้าดำเนินการ


ไม่ได้บอกว่าเป็นกำลังฝ่ายเราที่แตกแถวหรือไม่แตกแถว แต่การยั่วยุอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน การทำอะไรโดยไม่แคร์เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ผมว่ามีเจตนา หากประชาชนเกิดขาดความอดทนอดกลั้น ทำอะไรเกินกติกา ก็จะเป็นเหตุอ้างว่ารัฐบาลไปรู้เห็นเป็นใจ หรือไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เกิดความวุ่นวายเกิดวิกฤต ทีนี้ลูกผสมก็จะออกมา

ต้องไม่ลืมว่าหลายปีที่ผ่านมา ฝ่ายตรงข้ามตีไพ่ไว้ให้องค์กรอิสระหลายใบแล้ว แม้ผมเองยังจำไม่ได้ว่าใครได้ไปยื่นร้องอะไรเอาไว้บ้าง ดังนั้น เมื่อถึงจังหวะองค์กรอิสระต่างๆ อาจจะมีการน็อกมืดเลยก็ได้ เพราะมีไพ่หลายใบในมือ เช่น เรื่อง จำนำข้าว โครงการบริหารจัดการน้ำ พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น เรียกว่าไปยื่นทุกเรื่อง จึงทำให้องค์กรอิสระมีไพ่หลายใบที่จะเล่น แต่สถานการณ์ข้างนอกมันอาจจะไม่เอื้อพอ เขาอุ่นเครื่องกำลังฝ่ายเขาไม่ได้ ก็มาใส่ไฟกำลังฝ่ายเรา

มันเหมือนหม้อต้มน้ำอยู่ดีๆ เขาก็มาเร่งไฟหวังให้น้ำเดือดเรื่อยๆ น้ำเดือดสักพักน้ำก็จะล้นหม้อ จึงเป็นสถานการณ์ที่น่าจับตามอง อดไม่ได้ที่จะส่งสัญญาณเหล่านี้ออกไป เพราะเดินมาถึงวันนี้ อาจจะเดินไปเข้าทางเขาง่ายๆ อาจจะพลาดง่ายๆ จึงต้องระมัดระวัง ไม่ใช่บอกให้กลัว เพราะถ้ามีสถานการณ์ทำลายประชาธิปไตยขึ้นมา ไม่ต้องเรียก ผมจะออกไปยืนข้างหน้า ไม่อยากให้สถานการณ์การเมืองทำให้ประชาชนต้องมาบาดเจ็บล้มตายอีก ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม

- บอกว่าฝ่ายตรงข้ามจะน็อกมืด แล้วตอนนี้มีไพ่หน้าไหนที่รัฐบาลเปิดไพ่ให้ฝ่ายตรงข้ามเห็น


นี่ไงถึงบอกว่าต่อไปจะตีไพ่ใบไหน ต้องมองไพ่ในกองด้วย ต้องอ่านไพ่ในมือเขาด้วย ต้องมองหน้าสบตาเขาด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่าทั้งวงขาอื่นเขารู้กันหมด เรานี่เล่นอยู่ขาเดียว เขาตีไพ่ให้กันยังไง เขาเก็บกันยังไงต้องมองให้ชัด เพราะสถานการณ์หลังจากนี้จะเข้าสู่ความเข้มข้นแล้ว เข้าสู่โหมดของการต่อสู้แล้ว


- การที่พรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดง กำลังเผชิญหน้ากับศาลเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งวุ่นวายหรือไม่


ถึงเวลานี้ยังไม่เกิดเงื่อนไขนั้น แต่คิดว่าฝ่ายตรงข้ามพยายาม


- บอกว่ากลุ่มมวลชนของฝั่งตรงข้ามเหลือน้อย แต่ก็มีการแตกย่อยมวลชนออกเป็นหลายกลุ่ม สุดท้ายแล้วกลุ่มเหล่านี้จะต่อกันติดหรือไม่

ถึงเวลาอาจจะมารวมตัวกันได้ แต่ปัจจุบันเขาพยายามสร้างเงื่อนไขแต่ไม่สำเร็จ วันนี้ ปชป.อยากให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ออกมา แต่ พธม.ก็รู้สึกเข็ดกับ ปชป. แต่ภายใต้ความแตกต่าง ยังมองว่าถึงเวลาเขารวมตัวกันได้แน่ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ 2 ปี เขาทำตลอด แต่ไม่สำเร็จ


- อ่านใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.อย่างไร


ยังไม่กังวลกับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงแต่พูดตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาว่า ไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับรัฐบาลจะดีเพียงใด แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ทางการเมือง มักจะถูกฝ่ายหนึ่งคาดหวังจากกองทัพเสมอ ถ้าถามว่าจะมีรัฐประหารหรือไม่ ไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่พูดตามกฎเกณฑ์ทางประวัติศาสตร์ว่า กองทัพเป็นปัจจัยหนึ่งที่เราละสายตาไม่มองไม่ได้ แต่ชั้นนี้พวก ปชป. ส.ว. องค์กรอิสระ มาเคลื่อนไหวมากมาย แต่กองทัพเขายังนิ่งอยู่


- มองว่ายังนิ่งอยู่เพราะเงื่อนไขยังไม่เอื้ออำนวย

คิดว่าเมื่อกองทัพยังอยู่ในบทบาทที่เหมาะสม ยังอยู่ในสภาพที่สังคมยอมรับได้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะวิพากษ์วิจารณ์ให้เกิดอะไรขึ้นมา แต่เมื่อวิเคราะห์ภาพรวมทางการเมือง กองทัพมักอยู่ฝ่ายตรงข้ามประชาธิปไตยเสมอ

ที่มา : หน้า 11,มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2556
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368410330&grpid=01&catid=01&subcatid=0100
avatar
goosehhardcore
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 6012
Join date : 12/06/2010
ที่อยู่ : Bangkok Thailand

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ