1984 : ศักราชมืดแห่งความเป็นมนุษย์

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

1984 : ศักราชมืดแห่งความเป็นมนุษย์

ตั้งหัวข้อ  goosehhardcore on Tue Jun 24, 2014 11:30 am

1984 : ศักราชมืดแห่งความเป็นมนุษย์

ถ้า “1984” ในหนังสือเล่มนี้ หมายถึง ยุคสมัย ก็คงเปรียบได้ว่า เป็นศักราชที่มืดที่สุดของสังคมมนุษยชาติ แต่ถ้าเปรียบถึง สิทธิมนุษยชน การบอกว่า 1984 คือ “กลียุคแห่งมนุษยธรรม” คงไม่เป็นการกล่าวหาผิดจากมูลความจริงนัก! เพราะ “1984” ถือเป็นคัมภีร์ดำเล่มที่กำหนดสังคมและปัจเจกภาพด้านลบที่สุดที่รัฐใดๆในโลกต่างปฏิเสธว่ามีอยู่จริงในสังคมของตนเอง เพราะผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุด หรือ บิ๊กบราเธอร์ ใช้สื่อเป็นอำนาจควบคุมมวลชนโอชันเนียอย่างเบ็ดเสร็จ โดยจับตามองความเคลื่อนไหวของประชาชนทุกคนทุกฝีก้าว ทุกวินาที ทุกลมหายใจ ทุกเสียงกระซิบ ผ่านจอโทรภาพที่ติดอยู่ทั่วทุกหนแห่งในโอชันเนีย และพยายามล้างระบบความคิดประชาชนทั้งหมดให้ “สวามิภักดิ์” สมยอมต่อบิ๊กบราเธอร์ ด้วยการรื้อประวัติศาสตร์มาบัญญัติขึ้นใหม่โดยอิงพื้นฐาน “ผู้ใดควบคุมปัจจุบันได้ ก็จะควบคุมอนาคตได้” และระบอบการปกครอง “อิงซ็อค” ยังประกาศหลัก “ผู้ใดควบคุมอดีตได้ ก็จะควบคุมปัจจุบันและอนาคตได้” โดยเข้าไปจัดการข่าวสารข้อมูลทุกรูปแบบ แม้กระทั่งตามเก็บทำลายข่าวในอดีตและจัดทำย้อนหลังขึ้นมาใหม่ เพื่อบังคับให้ประชาชนใต้ปกครองเข้าใจว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้นจริง

โดย “1984” เป็นวรรณกรรมล้ำสมัยที่เสียดสีล้อเลียนระบอบการปกครองเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ (Totalitarianism) และท้าทายอำนาจทุนนิยมสมัยใหม่ที่อำนาจเทคโนโลยีถูกนำไปใช้ควบคุมมวลชนได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งสะท้อนสิทธิสภาพความเป็นมนุษย์ของประชาชนผ่าน “บิ๊กบราเธอร์” ผู้ซึ่งถือครองอำนาจสูงสุดที่ไม่ปรากฏตัวตน แต่อยู่ในสภาวะที่แตะต้องไม่ได้ และประชาชนไม่มีเหตุให้ตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจสูงสุดด้วย เท่ากับว่าประชาชน คือ มนุษย์ประดิษฐ์ (Artificial Human) ที่ปราศจากความรู้สึกนึกคิดส่วนบุคคลและสิทธิเสรีภาพอย่างชอบธรรมในสังคม

จึงกล่าวได้ว่า “1984” คือ ศักราชมืดแห่งความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์ถูกกดทับสิทธิขั้นพื้นฐานทุกประการโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นความคิดอ่าน การรับรู้ การแสดงความคิดเห็น การตั้งคำถาม การรับสื่อ หรือแม้กระทั่งการร่วมกิจกรรมทางเพศ ก็ถือเป็นสิ่งต้องห้ามของรัฐด้วย

นอกจากนี้ รัฐในมโนทัศน์ของ George Orwell ยังเน้นพูดถึงมิติทาง “ภาษาศาสตร์ ” อันเป็นเครื่องมือในการควบคุมระบบความคิดของประชาชน โดยกำหนดเฉพาะคำศัพท์จำเป็นที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้มีอำนาจสูงสุด และลดคำศัพท์ที่เกี่ยวกับความเป็นขบถต่อสังคม ผ่านภาษา Newspeak หรือการสร้างภาษาทางอำนาจขึ้นมาใหม่ และ Double Think คือ ภาษาที่ต้องคิดสองชั้นจึงจะเข้าใจความหมายที่รัฐต้องการจะสื่อสาร

ดังนั้น โอชันเนีย จึงมีลักษณะของรัฐที่เป็น Negative Social Construction โดยรัฐเป็นผู้กำหนดสร้างภาพในด้านตรงข้ามกับสังคมยูโทเปียขึ้นมา เป็นสังคมที่ “เวลา” ไม่มีคำนิยาม ความเป็นปัจเจกบุคคลไม่มีตัวตนและความหมาย เป็นสังคมระบบรวมศูนย์ที่ปกครองโดยผู้มีอำนาจที่มองไม่เห็น ประกอบสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ได้เสมอเพื่อธำรงรักษา Status Quo เอาไว้ ซึ่งอำนาจรวมศูนย์ใน “1984” นี่เองที่เป็นบ่อนทำลายปัจเจกภาพของมนุษย์ไปจนหมดสิ้น เพราะรัฐควบคุมไม่ให้คนมีพื้นที่ส่วนบุคคล แม้แต่การเขียนบันทึกก็กระทำไม่ได้ โดยภาพสังคมแบบ Collective นี่เองที่เป็นต้นตอของระบอบเผด็จการ ซึ่งปรากฏเป็นอัตลักษณ์ของโอชันเนียตามทัศนะของ George Orwell ที่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นรัฐที่มีอยู่จริง แต่หลายประเทศของโลกในยุค 2000s ปรากฏรูปแบบการปกครองดังกล่าว ไม่เว้นแต่ ”ประเทศไทย”
สังคมไทยกับการสมยอมต่ออำนาจ

cr.pages: Bentojakuze Kamatora: Jun 23, 2014
avatar
goosehhardcore
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 6012
Join date : 12/06/2010
ที่อยู่ : Bangkok Thailand

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: 1984 : ศักราชมืดแห่งความเป็นมนุษย์

ตั้งหัวข้อ  goosehhardcore on Fri Jun 27, 2014 8:27 am


pic.independent.co.uk

การทำรัฐประหารครั้งนี้ ไม่ง่ายอย่างที่คิด ชาวสลิ่มมักชื่นชมกับการล้มรัฐบาลที่มาจากประชาชนส่วนใหญ่ ชื่นชมกับการให้ทหารมาจัดการระบบการเมืองฝ่ายตรงข้ามด้วยกำลังและอาวุธ มาโดยตลอด โดยการหลงให้เชื่อในข้อเท็จ ปุกปั่นในเรื่องไม่เป็นความจริง เชื่อในวาทะกรรมทางภาษาที่สวยหรูฟังแล้วดูดีไร้เหตุผล มาดูผลงานแค่เดือนกะอีกห้าวัน

1.สนามบินสุวรรณภูมิร้าง : แท็กซี่หยุดงานเ พราะไม่มีลูกค้า

2.แรงงาน CLMV

2.1 กัมพูชา, แรงงานกัมพูชาหนีตายจาก ทหารตามจับตามฆ่า 2 แสนคน

2.2 ลาว, แรงงานลาวหนีกลับประเทศ / ทางการส่วนท้องถิ่นของลาวออกหนังสือ เตือนห้ามมาประเทศไทย

2.3 เวียตนาม,แรงงานเวียตนาม หนีกลับ ประเทศกันมากมาย

2.4 พม่า, แรงงานพม่านับหมื่น หนีกลับประ เทศอย่างคึกคักที่ด่านแม่สอด

3. สหรัฐลดเกรดประเทศไปอยู่ที่ระดับ TIER3 มีผลทำให้สื่อของสหรัฐเชิญประชาชน บอยคอตสินค้าจากประเทศไทย สหรัฐลดระดับความสัมพันธ์ทั้งการทหาร ทั้งการค้า

4. ประเทศกลุ่ม EU ร่วมประนามประเทศ ไทย ที่ยึดอำนาจ-รัฐประหาร บอยคอต ลดระดับความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่ของทางการเลิกบินมาประเทศ ไทยเลิกเซนต์เข้าร่วมการค้าเสรี บริษัทเอกชนหลายแห่ง เช่นห้างคาร์ฟูร์ระงับการซื้อกุ้ง และสินค้า อาหารทะเลจากบริษัทซีพี

5. UN ประกาศประนามประเทศไทยที่ถูก ทหารยึดอำนาจทำรัฐประหาร ถูกกระทำราวกับพายุเกย์แบบนี้ เป็นผลที่ได้มาจากการยึด อำนาจทำรัฐประหารของ "คณะเผด็จการกบฏ รัฐประหารตาเหล่ 57" แล้วคนไทยยังจะหา ความสุขอะไรได้อีก จากการที่บ้านเมืองถูก กระทำขนาดนี้!?

ให้ผมวิเคราะห์นะครับ AEC ไม่มีทางสำเร็จในรัฐบาลทหาร ตอนนี้จีนเองก็เริ่มถอย เพราะ กลัวลงทุนสูญเปล่า

"ถึงแม้จีนจะมีคติว่าทำการค้ากับใครได้หมด แต่โอกาสโครงการล้มเหมือนโฮปเวลล์มี สูงมาก"

จีนดูยาวครับไม่ได้ดูตื้นๆแบบสลิ่ม มาถึง ญี่ปุ่นเขาย้ายฐานการผลิตแล้วครับ(รถโตโยต้า) ไปอินโด ด้วยปัจจัยหลายอย่าง การเมือง ค่าแรง จำนวนคน ทีนี้จะเอาอะไรไปขายให้ลาวกับเวียดนามล่ะครับ ข้าวเหรอ หรือเครื่องไฟฟ้า

เครดิตคุณ กุหลาบแดง เวียงพิงค์ via Thanachom Shinawatra: 27-06-2014
avatar
goosehhardcore
Hero gen.seh member
Hero gen.seh member

จำนวนข้อความ : 6012
Join date : 12/06/2010
ที่อยู่ : Bangkok Thailand

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ